กองทัพเรือออกโรงชี้แจงกรณีทหารเรือยิงชาวบ้านระนองเสียชีวิต ชาวบ้านยังโกรธแค้น

กองทัพเรือออกโรงชี้แจงกรณีทหารเรือยิงชาวบ้านระนองเสียชีวิต ชาวบ้านยังโกรธแค้น

ระนอง-โฆษกกองทัพเรือ ออกมาชี้แจง กรณีมีผู้เสียชีวิตระหว่างการเข้าจับกุมการลักลอบนำยางพาราเถื่อนเข้าประเทศ ที่แนวพรมแดนด้าน อ.กระบุรี จ.ระนอง

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2564  พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ  ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีสื่อมวลชน นำเสนอข่าวเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลภาค​ 3 จับกุมผู้ลักลอบขนยางพาราเถื่อน จากพื้นที่จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา เข้าสู่จังหวัดระนอง  เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564  และเกิดการปะทะกันจนหนึ่งในผู้ต้องสงสัยกระโดดลงน้ำ และต่อมาพบว่า เสียชีวิต โดยร่างลอยไปติดอยู่กับป่าโกงกาง ฝั่งประเทศเมียนมา   จนเป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น

กองทัพเรือขอเรียนให้ทราบว่า เรื่องดังกล่าว  พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ/รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล  ได้สั่งการให้  ทัพเรือภาคที่ 3/ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ดำเนินตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อรายงานผลให้ทราบอย่างเร่งด่วน  ซึ่งจากรายงานที่ส่งมาถึงกองทัพเรือ ระบุว่า  ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ได้รับแจ้งว่า จะมีการลักลอบนำยางพาราโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร (ยางพาราเถื่อน) จากประเทศเมียนมา เข้ามายังฝั่งไทยจึงได้จัดกำลังลาดตระเวน  และเมื่อพบว่ามีการลำเลียงยางพาราเถื่อนเข้ามาจริง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งในขณะนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด  เจ้าหน้าที่จึงยิงเตือนเพื่อป้องกันตัวทำให้ผู้ต้องสงสัยกระโดดลงน้ำและสูญหายไป จนพบว่าเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนที่มีการสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตจากกระสุนปืนนั้น ในขณะนี้อยู่ในระว่างการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นรอยกระสุนจริงหรือไม่และต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นรอยกระสุนจากฝ่ายใด

ยางแผ่นจากพม่าที่ทะลักเข้าไทย

 

ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าวพบว่ามีการลักลอบนำแรงงานเถื่อน สินค้าผิดกฏหมายจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังทางเรือออกลาดตระเวนปราบปรามอย่างต่อเนื่อง  ทั้งในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 จากแรงงานข้ามชาติ   และการนำสินค้าหนีภาษีเข้ามาในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราซึ่งจะส่งผลกระทบให้ราคายางพาราในประเทศตกต่ำ ซึ่งเป็นการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับ และดำเนินการโดยสุจริต แต่อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่า เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุจริงกองทัพเรือ จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด และขอยืนยันจะให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการทางกฏหมาย พร้อมทั้งจะดำเนินการตามข้อกฎหมาย อย่างตรงไปตรงมา  และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จนท.ตรวจสอบโกดังรับซื้อยาง อ.กระบุรี

นายบาส (นามสมมติ) น้าของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการติดต่อว่าจ้างให้ไปขับเรือขนยางพาราแผ่นจากฝั่งเมียนมา ค่าจ้างเที่ยวละ 400 บาท/คน ตนเองเดินทางไปกับผู้ตาย 2 คน พวกตนมีหน้าที่แค่ขับเรือเท่านั้นนายรัฐเขตเป็นคนขับ ส่วนตัวนั่งไปด้วย วันนั้นตนเองล่องเรือออกไปจากฝั่งไทยไป 06.00 น. เพื่อไปที่ฝั่งเมียนมาตามนัดหมาย โดยท่าฝั่งเมียนมาอยู่ห่างไปราว 1 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30 นาทีเมื่อตนไปถึงก็จะมีชาวเมียนมา 4-5 คน นำรถกระบะขนยางพาราแผ่นมาเป็นมัด มัดละราว 50 กิโลกรัม จากนั้นก็จะขนลงมาที่เรือ ตนเองมีหน้าที่แค่ขับเรือ อาจมีช่วยจับหยิบยางบ้างเล็กน้อย ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษ จากนั้นก็ล่องเรือกลับมาเลียบฝั่งเมียนมาจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งไทย ตนเองและหลานจอดเรือรออีก 10 นาที เพื่อให้คนที่ฝั่งไทยโทรศัพท์แจ้งว่าสามารถข้ามมาได้ ตนเองก็จึงขับเรือเข้ามาที่ฝั่ง เมื่อมาถึงมีคนไทยราว 4-5 คนจอดรถกระบะสีบรอนซ์รออยู่ 1 คัน

 

การลักลอบขนทะลักเข้ามานับหมื่นตันต่อปี มีขบวนการใหญ่ทำมานานหลายปี

ตนเองไม่รู้จักว่าเป็นใคร เพราะก็ถูกว่าจ้างมาอีกที จากนั้นก็มีการขนยางแผ่นลงจากเรือ ขึ้นมาที่รถกระบะได้ราว 8-9 มัด ปรากฎว่าก็มีเสียงปืนดัง 1 นัด ตอนนั้นต่างคนต่างหนี ส่วนตนและผู้ตายกระโดดลงน้ำ ตนบอกหลานให้ลงน้ำเพื่อหนีกระสุนทั้งนี้ เท่าที่ตนเห็นมีเจ้าหน้าที่ 2 นายถืออาวุธปืนอยู่บนฝั่งไทย ตนเองดำผุดดำโผล่อยู่ในน้ำราว 3-4 ครั้ง เห็นเจ้าหน้าที่เล็งกระบอกปืนมาที่หลานตน แต่ตนไม่เห็นตอนยิง ส่วนตัวก็ดำน้ำไปเพื่อหลบหนี ลักษณะการดำคือ ดำซิกแซก เพื่อหลบวิถีกระสุน ส่วนตัวมีโอกาสได้พูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “คนไทย อย่ายิง ๆ” แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังยิง ทำเหมือนตนเองเป็นคนร้ายคดีร้ายแรง ตนเองจึงไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากดำน้ำหนี ยืนยันว่าฝ่ายตนไม่มีอาวุธ ไม่มีของผิดกฎหมาย ไม่มีสิ่งเสพติด ไม่มีรถกระบะ 4 คันตามที่เป็นข่าว มีแค่กระบะคันเดียวที่หนี ไม่มีเรือลำไหนขับหนีออกจากท่า มีแต่เรือตนที่คนตายเป็นคนขับ จอนที่ตนเองอยู่ในน้ำ ได้ยินเสียงคนบนฝั่งพูดกับเจ้าหน้าที่ทำนองว่า “จะยิงให้ตายเลยหรอ” เจ้าหน้าที่พูดว่า “ยิงให้ตาย”ส่วนตัวตอนนั้นไม่คิดว่าจะรอด และตนไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะทำรุนแรงเช่นนี้

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

บุญเลื่อน พรหมประทานกุล

บุญเลื่อน พรหมประทานกุล

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดระนอง บรรณาธิการ นสพ.เซ้าท์เทิร์นนิวส์ระนอง