ระนอง “เมืองหน้ากาก”พร้อมรับมือวิกฤติไวรัสโควิด-19

ระนอง “เมืองหน้ากาก”พร้อมรับมือวิกฤติไวรัสโควิด-19

ระนอง- จังหวัดระนองออกมาตรการเข้มข้น ในการคัดกรอง ผู้เดินทางมาในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พร้อมเตรียมเสนอระนองเป็นเมืองหน้ากาก เพื่อรณรงค์ประชาชนสวมหน้ากากรับมือการแพร่ระบาดของโรคไวรัส

 

(23 มีนาคม 2563) เวลา 13.30 น. นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดระนอง (ครั้งที่ 3) ที่ห้องประชุมพลับพลึงธาร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดระนอง โดยมี นายพรเทพ ผ่องศรี นายอนุสร ตันโชติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง ผอ.โรงพยาบาลจังหวัดระนองพร้อมด้วยนายอำเภอทุกอำเภอ ที่รับฟังผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ หัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ในฐานะประธานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดระนอง แจ้งย้ำทุกหน่วยงานให้เน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ตระหนักว่าตอนนี้ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต เน้นย้ำให้พี่น้องชาวระนองและทุกภาคส่วน ดำเนินการตามขั้นตอนข้อแนะนำของสาธารณสุขจังหวัด และติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐเท่านั้น

ในส่วนของด่านความมั่นคง ได้มอบหมายอำเภอต่าง ๆ ดำเนินการบูรณาการร่วมกับ ตำรวจ ทหาร ปกครองท้องถิ่น ให้ดำเนินการ ตรวจคัดกรอง แยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ผู้ซึ่งเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดระนอง ตามแนวทางที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้กำหนด โดยเฉพาะทางเข้าออกจุดผ่านแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และรายงานผลการดำเนินการมายังศูนย์บัญชาการฯ (มอบหมายอำเภอ) เป็นผู้รวบรวมรายงาน ทั้งนี้ได้มีแบบฟอร์มในการรายงาน โดยในส่วนด่านความมั่นคง ประธานฯ ได้แจ้งให้ทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณา แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำจุด และให้สามารถเบิกเบี้ยเลี้ยงได้ตามระเบียบของทางราชการ นอกเหนือจากกำลังพล ทหาร ตำรวจ ที่สามารถเบิกเบี้ยเลี้ยงได้ตามระเบียบราชการแล้ว

สืบเนื่องจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid -19) และมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในหลาย ๆ จังหวัดของประเทศขณะนี้ ในส่วนของจังหวัดระนอง ณ วันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่มีผู้เข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการ จำนวน 19 ราย และส่งตรวจไม่พบเชื้อจำนวน 4 ราย (ครบ 14 วันแล้ว จำนวน 12 ราย/อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 7 ราย) สำหรับรายงานผู้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีที่อำเภอละอุ่น 7 ราย ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามมาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้วในการแยกตัวเอง 14 วันจากสังคมรอบข้าง และครอบครัว

ประเด็น การจัดทำหน้ากากอนามัยของ ท้องถิ่นจังหวัด ที่ได้ดำเนินการจัดตั้งทีมครู ก.ในการผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า ได้ดำเนินการผลิตแล้วจำนวน 59,099 ชิ้น แจกจ่ายไปแล้ว 28,355 ชิ้น คงเหลือที่ยังไม่แจกจ่าย จำนวน 30,744 บาท โดยประธานฯ ได้เสนอแนวทางในการแจกจ่าย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคาะประตูบ้านเพื่อแจกจ่าย จะได้ครอบคลุมและทั่วถึง และเพื่อสร้างความอุ่นใจให้พี่น้องชาวระนองว่าภาครัฐไม่ทอดทิ้งและให้ทุกคนมีหน้ากากอนามัยใช้ในการป้องกันไวรัสโคโรนา ส่วนครอบครัวกำลังพลที่ไม่ได้มีทะเบียนบ้านอยู่ในระนอง มอบหมาย ปภ.สำรวจเพื่อจัดสรรหน้ากากอนามัยให้ต่อไป ในส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ส่วนกลางมีนโยบายยกเลิกการจำหน่ายที่ร้านธงฟ้า แต่ให้มาจำหน่ายที่ BIC C ,แม็คโคร, 7-Eleven ทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงานจัดเตรียมเจลล้างมือ สำหรับประชาชนที่มาใช้บริการ และดูแล ทำความสะอาด สุขอนามัยในสถานที่ราชการของตน

ในประเด็นตามวาระที่ประชุมวันนี้ได้หารือเรื่องการซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้จะได้กำหนดวันซ้อม และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก และในที่ประชุมได้หารือเรื่องการณรงค์ ให้ผู้สูงอายุไม่ออกจากบ้าน เพื่อลดความเสี่ยง ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันน้อยจึงมุ่งเน้นสร้างความตระหนักให้ลูกหลานห่วงใยบุพการี ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่ให้ออกจากบ้าน และเสนอให้ระนองเป็น “เมืองหน้ากาก”

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดระนอง กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น