ประธานเครือ ซีพี โผล่ระนอง มีนัยยะจ่อลงทุนหมื่นล้านล้านยึดหัวหาดค้าบริมเทค

ประธานเครือ ซีพี โผล่ระนอง มีนัยยะจ่อลงทุนหมื่นล้านล้านยึดหัวหาดค้าบริมเทค

ระนอง- นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนอง พบ นายจตุพจน์  ปิยัมปุตระ  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ,นักธุรกิจ รับฟังบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดระนอง ด้านเอกชนระนองชี้ ประธาน ซีพี ลงพื้นที่มีนัยยะ ที่เครือซีพี จะเล็งลงทุนใหญ่นับหมื่นล้านปักฐาน ยึดพื้นที่ SEC  หวังครองตลาดกลุ่มบริมเทค

ที่ ห้องประชุมพลับพลึงธาร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดระนอง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมคณะ ร่วมรับฟังบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดระนอง และพบประพูดคุยกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ของจังหวัดระนอง โดยมีนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ

หลังจากนั้น นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินทางไปที่ เรือนจำจังหวัดระนอง  ร่วมมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่เรือนจำจังหวัดระนอง เช่น เตียงนอนผู้ป่วย เครื่องวัดความดันโลหิต คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยมีนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นางสุวิมล ไกรสูงเนิน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดระนอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับและรับมอบครุภัณฑ์

เนื่องจากปัจจุบันเรือนจำจังหวัดระนองมีผู้ต้องขังกว่า1,800 คน มีห้องพยาบาลการแพทย์ แต่ยังขาดแคลนครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เตียงนอนผู้ป่วย เครื่องวัดความดันโลหิต คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถให้บริการเบื้องต้น แก่คนผู้ต้องขังภายในเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ในวันนี้ นอกจากจะเป็นการตอบแทนสังคมแล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในการรักษาได้ในอีกระดับหนึ่ง

นายนิตย์  อุ่ยเต็กเค่ง  รองประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่าการเดินทางลงมาพื้นที่ จ.ระนองของประธานเครือซีพี ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะปกติผู้บริหารระดับนี้จะไม่ลงพื้นที่ง่ายๆ โดยเฉพาะจังหวัดเล็กๆอย่าง จ.ระนอง และการเคลื่อนไหวของประธานเครือซีพี ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ว่า ขร. มีภารกิจในการกำกับดูแล พร้อมวางแผนโครงข่าย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางทั้งหมด ครอบคลุมทั้งประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และประเทศชาติ รวมถึงพิจารณาการเชื่อมต่อระบบรางกับประเทศเพื่อนบ้าน จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของไทย ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของโลก เช่น กลุ่มประเทศ BIMSTEC ยุโรป และเชื่อมต่อจาก สปป.ลาว-กัมพูชา-เวียดนาม ไปยังจีน-ญี่ปุ่นต่อไป เป็นต้นทั้งนี้ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้ทบทวนการศึกษารถไฟ เส้นทางชุมพร-ระนอง เชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบ โดยเฉพาะทางน้ำ เพื่อให้การดำเนินการเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด เดิมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เสนอของบประมาณในการศึกษาไว้แล้ว โดยจะตั้งงบประมาณปี 2563 แต่ทางสำนักงบประมาณได้ความเห็นให้ชะลอไปก่อน ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีนโยบายมาให้ รฟท.นำเรื่องดังกล่าวมาศึกษาออกแบบรายละเอียดใหม่อีกครั้ง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้งบกลางปี 2563 วงเงิน 90 ล้านบาท ตามข้อแนะนำของนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จภายในปี 2564

โดยจุดเริ่มต้นนั้น คือ แนวเส้นทางบริเวณพื้นที่ทางใต้ของสถานีรถไฟชุมพร จากนั้นมุ่งไปทางด้านทิศตะวันตกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข ชพ.3009 มุ่งต่อไปทางทิศตะวันตกและขนานกับทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านพื้นที่เขต ต.ขุนกระทิง ต.บ้านนา ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร และผ่าน ต. จ.ป.ร. ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ต่อจากนั้นแนวเส้นทางมุ่งลงทางทิศใต้และขนานไปกับถนนเพชรเกษม ด้านฝั่งตะวันออกผ่านพื้นที่ ต.มะมุ ต.น้ำจืดน้อย ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง แนวเส้นทางยังมุ่งลงทางทิศใต้ขนานกับถนนเพชรเกษม แต่สลับมาอยู่ด้านตะวันตก ผ่านพื้นที่ ต.ลำเลียง ต.บางใหญ่ อ.กระบุรี และ ต.บางแก้ว ต.บางพระใต้ อ.ละอุ่น ต.ทรายแดง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง มีสภาพื้นที่เป็นป่าชายเลน สลับกับเนินเขาและตัดผ่านคลองสำคัญ เช่น คลองลำเลียง คลองละอุ่นแมะไปสิ้นสุดโครงการบริเวณท่าเรือน้ำลึกระนอง

นายธีระพล ชลิศราพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง  เปิดเผยว่า หลังจากนโยบายของรัฐบาลไทยในการเดินหน้าพัฒนา โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และนโยบายโครงการการลงทุนโครงข่ายคมนาคมเชื่อม 2 ฝั่งมหาสมุทรชุมพร-ระนองและโครงการอื่นๆ นั้นปรากฏว่าได้รับความสนใจและการตื่นตัวของชาติใหญ่ๆ รวมทั้งบริษัทใหญ่ๆอย่างต่อเนื่องที่ส่งตัวแทนเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง รวมทั้งหวัดอื่นในระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดในแต่ละด้าน พร้อมลงมาศึกษาสภาพพื้นที่ในด้านต่างๆ เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆนำเสนอรัฐบาลของแต่ละประเทศ ในการที่จะนำข้อมูลให้กับนักลงทุนในการตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ต่อไป

นายธีระพล  ชลิศราพงศ์  ประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ครม.เห็นชอบกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ในเบื้องต้นจะมุ่งพัฒนาในพื้นที่ 4 จังหวัด เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงคือชุมพร ระนอง สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช  (SEC ) Southern  Economic  Comdor)  จึงทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกให้ความสนใจ ก่อนหน้านี้ทางอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และญี่ปุ่นก็ได้ลงพื้นที่มารับทราบข้อมูลแล้ว ล่าสุดเป็นจีน

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดระนอง กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น