นนทบุรี ส่อไม่จบคดีความ แม่สาวหมอนวดแผนโบราณเผยคงต้องให้ลูกติดคุก หลังแท็กซี่บอกค่าซ่อมเหยียบแสน

เรื่องมีแววไม่จบคดีความง่าย แม่สาวหมอนวดแผนโบราณที่คลุ้มคลั่งเผยคงต้องให้ลูกติดคุกหลังแท็กซี่บอกค่าซ่อมเหยียบแสน ยังเผยอีกว่าลำพังกินอยู่ไปวันๆ ยังไม่มี

จากกรณีน.ส.กนกวรรณ   อายุ 40 ปีชาว จ.ปทุมธานี  เรียกรถแท็กซี่ของนายประสิทธิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 52 ปี จากหน้าวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อให้ไปส่งในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ระหว่างที่รถแท็กซี่วิ่งมาถึงถนนสายบางบัวทอง-ปทุมธานี (ถนนทางหลวงสาย 345 ) น.ส.กนกวรรณ เกิดคลุ้มคลั่งใช้สายสะพายกระเป๋ารัดคอนายประสิทธิ์ จนเกิดการต่อสู้ สุดท้ายรถเสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทาง น.ส.กนกวรรณ เปิดประตูรถกระโดดลงคลองแอบในพงหญ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกขึ้นมาจากน้ำในสภาพคล้ายคนเมายา  เมื่อพาส่งโรงพยาบาลบางบัวทองยังอาละวาดทำลายข้าวของ จึงต้องนำกลับมาควบคุมสติในห้องขัง

 

ความคืบหน้าของคดีในวันนี้ ที่สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.เปิดเผยว่า หลังจาก น.ส.กนกวรรณ หายคลุ้มคลั่งแล้ว จะให้พนักงานสอบสวนส่งตัวไปหาสารเสพติดเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมาย ขณะที่ร.ต.อ.ศุภฤกษ์  อัศวภูมิ  ร้อยเวรเจ้าของคดี ไ้ด้เข้าไปพูดคุยกับ น.ส.กนกวรรณ  พร้อมสอบถามรายละเอียดในเบื้องต้น

น.ส.กนกวรรณ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะโมโหแท็กซี่ ตนเรียกรถกลับบ้านลำลูกกาจะเสียค่ารถราว 300 บาทแต่นายประสิทธิ์ ขับรถวนไปเวียนมา จนมิเตอร์จะขึ้น 200 แล้ว ยังไม่พ้นเขตบางบัวทองเลย ตนเลยโมโห และยอมรับว่าเสพยาเสพติดมาจริง  ซึ่งล่าสุดนางอารมณ์ อายุ 65 ปี แม่ของ น.ส.กนกวรรณ เดินทางมาที่โรงพักเพื่อเยี่ยมลูกสาวโดยเปิดเผยว่าลูกสาวมีอาชีพเป็นหมอนวดแผนโบราณย่านบางบัวทอง วันนี้จะมาขอเจรจาค่าเสียหายกับทางคนขับแท็กซี่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดต่อนายประสิทธ์ คนขับแท็กซี่มาที่โรงพักเพื่อพูดคุยตกลงกันในเรื่องที่เกิดขึ้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. นายประสิทธ์ ได้เดินทางมาที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อพูดคุยเจรจาค่าเสียหาย โดยนายประสิทธิ์ ได้โชว์บาดแผลร่องรอยที่หู ที่ถูก น.ส.กนกวรรณ กัดจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมกล่าวว่า ตอนนี้ตนก็อยากให้ชดใช้ตามสภาพเหตุการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้น ตอนนี้ช่างที่อู่เช็ครถอยู่ ความเสียหายประมาณ 7-80,000 บาทถ้ายอมชดใช้อย่างเหมาะสมและเถ้าแก่เห็นด้วย โดยชดใช้ตามความเสียหายและขาดรายได้ตนก็ยอมความ ตนบาดเจ็บที่หู ตนไม่ชำนาญเส้นทาง พอตนเข้าผิดช่องทางตนก็กลับรถ ตนเห็นเขารื้อของและก็พูดว่า “มึงตายซะ” จากนั้นก็รัดคอตนจนเกิดการชุลมุนรถเสียหลักตกคูน้ำข้างทาง

ส่วนนางอารมณ์  แม่น.ส.กนกวรรณ  เปิดเผยว่า เราอยากพาเขาไปรักษา จะพาเขาไปตอนมีอาการเขาก็ไม่ไป เขาไม่เคยทำลายข้าวของและไม่เคยทำร้ายใครแบบนี้ เขาเล่าให้ตนฟังว่านั่งแท็กซี่มาแล้วหลับ พอตื่นมาตกใจที่มาผิดเส้นทาง ถามแท็กซี่ว่าทำไมมาทางนี้ทำไมไปทางที่บอก แท็กซี่ก็ลุกลี้ลุกลน เขาตกใจเลยกระชากแท็กซี่ แท็กซี่เลยกัด เขาเลยรัดคอแท็กซี่และกัดแขน ตามที่เขาเล่าซึ่งตอนนี้พอมีสติบ้างแล้ว

นางอารมณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าตนได้คุยกับทางแท็กซี่แล้ว แม่เองก็ไม่มีงานทำ ลูกทำงานมาก็ให้ตนกิน ตนก็ได้เบี้ยผู้สูงอายุมากินมาใช้ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาให้เพราะตนก็ต้องรอเงินจากลูก ลูกไม่มีตนก็ไม่มี ลูกของตนทำงานนวดแผนโบราณพอโดนปิดช่วงโควิด-19 ก็ไม่มีรายได้อะไร ปัญหาก็เยอะไหนจะผ่อนรถ ผ่อนอะไรหลายอย่าง มาสุมกันอยู่เลยเกิดความเครียด ตัวน.ส.กนกวรรณ มีลูก 2 คนคนหนึ่งต้องกินนมอีกคนเรียนหนังสือ เด็กทั้ง 2 คนไม่มีพ่อ ถ้าโดนเรียกค่าเสียหาย 6-70,000 บาท ก็คงต้องยอมติดคุก เพราะทุกวันนี้จะกินยังไม่มีเลย ต้องขอจากลูกอยู่แล้ว ตนไม่ทราบว่าลูกของตนเสพยา เป็นตาสีตาสาเลี้ยงแต่หลาน เขาไม่ได้อยู่ด้วยตลอด ทำงานอยู่ที่ทำงาน ตนไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นแบบไหนทำแบบไหน นางอารมณ์  กล่าว