X

ทหารม้า เข้มป้องกันโควิด-19 “เต็มอัตราศึก” (ชมคลิป)

เชียงราย-กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 เพิ่มกำลังทหารม้าหนุ่ม 22 ชุด ลาดตระเวน 24 ชั่วโมง ซุ่มเฝ้าระวังตามแนวป่าล่อแหลมในพรมแดนยาวถึง 51 ก.ม. ชายแดน อ.แม่สาย-อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อย่างเข้มงวดที่สุด ป้องกันผู้ลักลอบข้ามแดนตามคำสั่ง ผบ.กกล.ผาเมือง สร้างความมั่นใจป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดโควิด-19 ได้แน่นอน

11 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชายแดนเจาะลึกการปฏิบัติหน้าที่ของ กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง จากสถานการณ์ป้องกันแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศไทยต้องปิดพรมแดนมาตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม 63 ถึงปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) จะผ่อนคลายระยะที่ 5 ก็ตาม ทำให้มีขบวนการลักลอบนำพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านพยายามลักลอบข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติตลอดเวลา
พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ประสานทุกฝ่าย พร้อมได้เดินทางลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ก.ค.63 ที่ผ่านมา มอบหมายให้ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 จัดมาตรการคุมเข้มป้องกันและจับกุมผู้ลักลอบข้ามแดน เพื่อสร้างความมั่นใจดานมาตรการป้องกันไข้หวัดโควิด-19 เต็มที่
ผู้สื่อข่าวได้ไปร่วมชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารม้า กองกำลังผาเมือง บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา ริมแม่น้ำสาย ใกล้บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านปางห้า ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ซึ่งมีน้ำสายกั้นแนวพรมแดน ฝั่งตรงข้ามคือ จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา ซึ่งช่วงนี้ระดับน้ำสูงขึ้นราว 2-3 เมตร เนื่องจากฝนตกหนักมาหลายวัน ซึ่งทางเข้าก่อนจะถึงจุดผ่อนปรนการค้าปางห้า 1.5 ก.ม. จะมีจุดตรวจทหารม้า ซึ่งตรวจตราบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกบริเวณนี้ มีเจ้าหน้าที่ทหารประจำอยู่คอยตรวจตราป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและสกัดสิ่งของผิดกฎหมาย เช่นยาเสพติด ฯลฯ ด้วย
บรรยากาศช่วงนี้อาจจะค่อนข้างเงียบเหงาลงเพราะจุดผ่อนปรนก็ปิด แต่บริเวณฝั่งตรงข้ามจุดผ่อนปรนปางห้า ยังสังเกตเห็นกลุ่มประชาชนชาวเมียนมา จับกลุ่มกันตามใต้ต้นไม้ ซึ่งทหารม้า ได้จัดหน่วยลาดตระเวนริมน้ำสายพร้อมอาวุธครบ เดินเท้าจากฐานไปตามริมน้ำสายตลอด 24 ชั่วโมง มีการตรวจตามพงหญ้า บนเรือที่จอดทิ้งไว้ ใต้ต้นไม้รกทึบ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีการลักลอบข้ามแดนมาซ่อนตัวหรือมารอลอบข้ามแดนก็มี ซึ่งหากเจอตัวก็จะจับกุมและส่งตัวไปให้ตำรวจภูธร และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ตามกฎหมาย
ภารกิจในแต่ละวัน ทหารม้าหนุ่มต่างมุ่งมั่นที่จะทำงานตามหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด แต่ครั้งนี้ภารกิจเป็นการต่อสู้สกัดกั้นกับไวรัสมรณะ โควิด-19 ด้วย แต่ละวันชุดลาดตระเวนจะเดินเท้าเป็นระยะทางหลายสิบ ก.ม.ถึงจะฝนตกแดดออก อันตรายจากยุงพาหะไข้เลือดออก หรือ มดที่คอยกัดตามใบหน้าและลำตัวก็ไม่หวั่น เมื่อตกเย็นย่ำมืดลงชุดลาดตระเวนจะหาสถานที่กำบังและผูกแปลนอนใต้ต้นไม้เหมาะๆ และร่วมกันตั้งวงรับประทานอาหารเย็น ที่เป็นพวกข้าวเหนียว หมูปิ้ง กุนเชียง ไข่ต้ม ที่พักติดตัวมากันตามใต้ต้นไม้ พออิ่มท้อง จากนั้นเมื่อยามอาทิตย์ลับแสงไปเหลือแต่ความมืด มีแต่เสียงนกและแมลงกลางคืนร้อง ก็ผลัดเปลี่ยนกันเข้าซุ่มตามจุดล่อแหลมริมแม่น้ำสาย เผื่อจะพบการลักลอบข้ามแดน หรือขนของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด ซึ่งช่วงกลางคืนจะเป็นช่วงที่อันตรายมาก อาจเจอกับกองกำลังขนยาเสพติดติดอาวุธได้ทุกเวลาซึ่งหากเจอกันก็มีการปะทะกันแทบทุกครั้ง เนื่องจากแนวชายแดนด้านนี้มีหมู่บ้านชนเผ่าชาติพันธ์หลายเผ่าริมชายแดนน้ำสาย ทั้ง ไทยใหญ่ อาข่า ลาหู่ ฯลฯ
ชุดปฏิบัติการทหารม้า ได้รับข้อมูลว่าการลักลอบข้ามพรมแดนจะมีกลุ่มนายหน้าทั้งฝั่งไทยและเมียนมา โทรศัพท์หรือใช้แอฟลิเคชั่น Line ประสานงานกันเป็นขบวนการ เพราะความต้องการจากชาวเมียนมาจะมาหางานฝั่งไทยทำหรือเยี่ยมญาติฝั่งไทยมีสูงขึ้นเป็นลำดับ เมื่อตกลงค่าจ้างจากคนที่ข้ามแดนได้ เช่นข้ามจากเมียนมามาฝั่งไทย ราคา 4,000-5,000 บาท ต่อหัว (ในแต่ละฝั่ง) ราคาตามตกลงกับเจ้าของท่า นายหน้าก็จะพาคนมาซุ่มตามป่าริมพรมแดนแล้วรอเวลา จังหวะสบโอกาสเพียง เสี้ยวเวลา 10 วินาที ที่เจ้าหน้าที่คล้อยหลัง ก็จะพาบุคคลวิ่งข้ามน้ำสายจุดที่ตื้นเขินที่สุด บางจุดลึกแค่เข่าหรือเอว เมื่อข้ามแดนได้ก็จะมีรถนำพาส่วนมากอาจจะเป็นจักรยานยนต์ พาไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งส่วนนี้นายหน้าฝั่งไทยก็จะได้เงินอีกส่วนตามตกลง ซึ่งหากตัดวงจรนายหน้าด้วยการจับกุมดำเนินคดีเฉียบขาด ก็จะช่วยลดการลักลอบลงไปได้
ซึ่งท่าน้ำล่อแหลมมีกว่า 10 จุด ตั้งแต่จุดตรวจหัวฝาย บ้านสายลมจอย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ทางทิศตะวันตกมาทาง บ้านวังลาว ต.เวียง อ.เชียงแสน ยาวราว 51 ก.ม. มีท่าข้ามธรรมชาติ เช่น ท่าสายลมจอย ท่าเจ๊ดาว ป่ากล้วย เหมืองแดง ท่ากะหล่ำ ท่าหอม ท่ากำนันนัย ท่ามะพร้าว เวียงหอม สันผักฮี้ ฯลฯ พร้อมมีการติดกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการปฏิบัติงาน 17 จุดการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ โดรน บินตรวจช่วยสังเกตการณ์,การทำเครื่องกีดขวางโดยการติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเติม 8 จุด ปรับปรุงลวดหนามที่มีอยู่เดิม จำนวน 14 จุด ให้มีความแข็งแรง ทนทาน โดยเพิ่มชุดปฏิบัติการเต็มอัตรา 22 ชุด  สถิติการสกัดกั้นแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ห้วง 18 เม.ย.-9 ก.ค.63 จับกุม 34 ครั้ง ผู้ต้องหา 125 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 113 คน ,ลาว 10 คน ,จีน 2 คน ซึ่งทหารม้า ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดที่สุดต่อไป

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สราวุธ คำฟูบุตร

สราวุธ คำฟูบุตร

เสนอข่าวทุกมิติ เจาะลึกทุกประเด็น ID LINE : yai8881