ดำเนินคดีพระสำนักสงฆ์ดอยช้าง 4 ข้อหา “ให้โอกาสปรับพฤติกรรม”

เชียงราย-เจ้าคณะอำเภอฯสอบพระสำนักสงฆ์ดอยช้าง หลังรับร้องเรียนพฤติกรรมใช้เลื่อยตัดเบิกช่องทางปิดหมู่บ้านช่วงโควิด-19 จนเรื่องลามไปสู่ตัดไม้ทำลายป่า มีมติให้ปรับปรุงพฤติกรรม ขณะที่ป่าไม้ดำเนินคดี 4 ข้อหาตาม พรบ.ป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติ ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกมาสอบปากคำ

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2563 พระวิศาล อนาลโย แห่งสำนักสงฆ์บ้านดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้ฝ่าฝืนนโยบายของทางราชการใช้เลื่อยยนต์ตัดวัสดุตอไม้และป้ายที่ปิดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านช่วงวิกฤตโควิด 19 บริเวณเส้นทางสายรอง ดอยช้าง-ห้วยส้าน-เชียงราย เพื่อเปิดทางให้ชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งเดินทางมาจาก จ.เพชรบูรณ์ เข้ามาพักในสำนักสงฆ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้นำหมู่บ้าน และถูกคณะกรรมการหมู่บ้านไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ โดยเบื้องต้นพระวิศาลยอมรับว่าได้ใช้เลื่อยตัดเบิกช่องทางจริง แต่ปฏิเสธเรื่องการรับรู้มาตรการที่รัฐออกและการประชาสัมพันธ์ของหมู่บ้านเรื่องโรคระบาดไวรัสโควิด 19 โดยทางคณะกรรมการหมู่บ้านได้เชิญตัวชายหญิงดังกล่าวกลับออกนอกพื้นที่ไป กระทั่งมีการตรวจสอบเลื่อยยนต์ จนนำไปสู่พบการตัดไม้ทำลายป่าในเขตพื้นที่สำนักสงฆ์เป็นจำนวนมาก โดยอ้างนำไม้ไปสร้างโรงอาหาร และไม้ดังกล่าวได้ถูกยึดไปเก็บยัง สภ.แม่สรวย ต่อมาได้มีชาวบ้านดอยช้าง 40 กว่าคน ร่วมลงรายชื่อร้องเรียน พระมหาสุบรรณ มหาคมฺภีโร เจ้าคณะอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขอให้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมของ พระวิศาล อนาลโย โดยเบื้องต้นชาวบ้านขอให้นิมนต์ย้ายไปจำวัดนอกพื้นที่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางพระมหาสุบรรณ มหาคมฺภีโร เจ้าคณะอำเภอแม่สรวย พร้อมด้วยผู้นำหมู่บ้านในพื้นที่ และนายพิสิษฐ์ ไผ่ล้อมวรกุล นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรดอยช้าง ได้เดินทางไปยังสำนักสงฆ์ดอยช้าง เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยผลการตรวจสอบในส่วนทางคณะสงฆ์ อ.แม่สรวย ได้ทำหนังสือลงนามร่วมกัน โดยให้โอกาสพระวิศาล อนาลโย ปรับปรุงพฤติกรรม หากมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวข้องกับกิจของสงฆ์ ให้มีการปรึกษาผู้นำหมู่บ้านทุกครั้ง และให้มีการร่วมประกอบศาสนกิจในพื้นที่ทั้ง 3 หมู่บ้าน ในเขตรับผิดชอบด้วยทุกครั้ง ในส่วนของการตัดไม้ทำลายป่าถือเป็นหน้าที่ของทางป่าไม้ หากพบมีความผิดจริงถึงขั้นต้องคดีความ คงต้องสึก หากถึงขั้นนี้อาจจะมีการปิดสำนักสงฆ์โดยปริยาย

ด้านนาย ฐานันดร หอมนาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่สรวย สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) กล่าวว่า ภายหลังเข้าตรวจสอบร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและฝ่ายปกครอง อ.แม่สรวย พบว่าบริเวณพื้นที่สำนักสงฆ์ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ลาวฝั่งซ้าย และพบมีการลักลอบตัดต้นไม้หวงห้ามจำนวนหลายต้น บนพื้นที่กว่า 100 ตารางวา และพบมีการทำแปรรูปไม้ รวมทั้งตรวจยึดเลื่อยยนต์ สอบถามพระวิศาล รับว่าเป็นผู้กระทำจริง จึงทำการบันทึกจับกุม ฐานความผิด ตาม พรบ.ป่าไม้ฯ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ รวม 4 ข้อหา คือ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัดไม้และแปรรูปไม้ในเขตป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย และ มีเลื่อยโซ่ยนต์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำของกลางไม้ท่อนและไม้แปรรูป ส่งพนักงานสอบสวน.สภ.แม่สรวย ดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.จิตกร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.แม่สรวย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความดำเนินคดีกับ พระวิศาลฯ ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีเจ้าทุกข์คือ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่สรวย ซึ่งจะดำเนินการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน ตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวโดย : วรพล ตะติ

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

สราวุธ คำฟูบุตร

สราวุธ คำฟูบุตร

เสนอข่าวทุกมิติ เจาะลึกทุกประเด็น