9101 พลิกฟื้นผู้ประสบอุทกภัยสกล ทำเกษตรอินทรีย์สร้างรายได้ สู่ความพอเพียง

9101 พลิกฟื้นผู้ประสบภัย

 

“9101 พลิกฟื้นผู้ประสบภัย” เกษตรจังหวัดสกลนครโชว์ผลสำเร็จ โครงการ 9101  พลิกฟื้นเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยชาวบ้านท่าแร่  ปลูกข้าวโพดแบบเกษตรอินทรีย์ ขายได้ทั้งฝักทั้งลำต้น กลับมาลืมตาอ้าปาก สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่อย่างเข้มแข็ง

ภาพความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในห้วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา  เชื่อว่ายังคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวจังหวัดสกลนคร  อุทกภัยใหญ่ดังกล่าวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทุกอำเภอได้รับผลกระทบ  ภาคเศรษฐกิจ  ภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว  สิ่งสาธารณูปโภค อาคาร บ้านเรือน ถนนหนทางเสียหายหลายสาย

ขณะที่ภาคการเกษตรพบว่ามีพื้นที่นาข้าว พืชไร่  ฟาร์มปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ  จนไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้  อย่างไรก็ดีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็ได้ระดมกำลังความช่วยเหลือเข้ามาเยี่ยวยาซับน้ำตาผู้ประสบภัยอย่างไม่ขาดสายและต่อเนื่อง

นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดสกลนคร

ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้น้อมนำหลักการ ทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ถ่ายทอดสู่เกษตรกร พร้อมจัดทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการฟื้นฟูอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย สำหรับอำเภอเมืองสกลนคร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสกลนคร  มีทั้งหมด 37 โครงการ  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา  โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีพื้นที่อยู่รอบหนองหารแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสานซึ่งน้ำได้เอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

วันนี้(25 ม.ค. 2561) ที่ไร่ข้าวโพดกลุ่มเกษตรกรบ้านท่าแร่ ห้วยแกลบ ริมหนองหาร ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร  ก็ได้เห็นรอยยิ้มจากกลุ่มเกษตรกรที่เคยประสบกับอุทกภัยจนพืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยได้รับการช่วยเหลือจากโครงการ9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการฟื้นฟูอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งชาวบ้านท่าแร่ได้รับการช่วยเหลือ 2 โครงการ  ประกอบด้วยโครงการปลูกข้าวโพด 83 ราย  และโครงการปลูกผักสวนครัวอีก 107 ราย หลังจากการทำนาปีชาวท่าแร่จะนิยมปลูกข้าวโพดเป็นอาชีพเสริม  ซึ่งปฏิบัติติดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

นางอุดร ทองมะโรง เกษตรกรชาวบ้านท่าแร่ ม. 7

นางอุดร  ทองมะโรง อายุ  66 ปี  เกษตรกรชาวบ้านท่าแร่ ม. 7 กล่าวว่า น้ำท่วมนาข้าวเสียหายทั้งหมดฉันเสียใจมาก จากนั้นก็ได้เข้าโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี ทางเกษตรจังหวัดก็ได้มามอบความรู้ด้านการเกษตร  นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด พร้อมกับน้ำหมักปุ๋ยมูลหมูชีวภาพ 4,000 ลิตร  รวมมูลค่า 5 พันบาท  มามอบให้กับฉันและเกษตรกรแต่ละราย  ฉันก็นำมาปลูกในพื้นที่ 4 ไร่  ฉันสามารถลืมตาอ้าปากหลังวิกฤติน้ำท่วม คุณภาพชีวิตฉันก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

นายสุวรรณชัย ทองอันตัง เกษตรกรชาวท่าแร่

ด้านนายสุวรรณชัย ทองอันตัง อายุ 67 ปี เกษตรกรชาวท่าแร่ กล่าวว่า หลังน้ำท่วมภาครัฐเข้ามาช่วยเกษตรกรก็มีกำลังใจดีขึ้น  ข้าวโพดปลูกใช้เวลาประมาณ 60-70 วัน  เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดราคาถุงละ 850 บาท  2 ถุง  ปลูกได้ 1 ไร่ 2 งาน เมล็ดพันธุ์เอามาแช่น้ำเช้าถึงเย็นนำขึ้นมาห่อผ้าไว้ รุ่งเช้านำเมล็ดไปเพาะในแปลงปลูกที่เตรียมไว้   รดน้ำและใส่ปุ๋ยมูลหมู

เน้นต้องเป็นปุ๋ยมูลหมู เพราะจะทำให้ข้าวโพดโต ฟักสวย อร่อย  ต้นแข็งแรง และทนต่อโรค สำหรับต้นทุนในการปลูกรวมค่าปุ๋ยเมล็ดพันธุ์และอื่นๆ เฉลี่ยตกไร่ละ 6,000 บาท  ผลผลิตฝักข้าวโพดเฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 ตัน/ไร่ ราคารับซื้อข้าวโพดจะอยู่ระหว่าง กก.ละ 8-13 บาท  ปัจจุบัน ราคาขายส่ง ณ วันที่ 25 ม.ค.61 อยู่ที่ กก.ละ 10 บาท ดังนั้นจะขายข้าวโพดได้ราคาประมาณ 10,000-15,000 บาท /ไร่

นอกจากนี้เกษตรกรชาวท่าแร่ยังปลูกข้าวโพดแบบเกษตรอินทรีย์ตามที่เกษตรจังหวัดได้ให้ความรู้มา ทำให้ลำต้นข้าวโพดก็สามารถขายได้  เอาไปเป็นอาหารวัว-ควาย โดยจะมีผู้เลี้ยงปศุสัตว์มาซื้อถึงสวนในราคา 100 ต้น/20 บาท 1 ไร่ มีประมาณ 6,000 ต้น ดังนั้นเกษตรกรจะได้เงินจากการขายต้นข้าวโพดเสริมอีก คิดเป็นเงินเฉลี่ย 1 ไร่/1,200 บาท

ผู้ใหญ่บ้านท่าแร่ ม. 5

ด้านนายสิงห์  ขอมีกลาง ผู้ใหญ่บ้านท่าแร่ ม.5  กล่าวว่า ชาวบ้านท่าแร่ปลูกข้าวโพดมาหลายสิบปีหลังจากการทำนาปี ข้าวโพดนิยมปลูกในช่วงฤดูหนาว  มี 2 พันธุ์  ประกอบด้วย พันธุ์ สวีทหวาน  และสวีทไวโอเล็ต จะมีพ่อค้าทั้งในและต่างจังหวัดมารับซื้อข้าวโพดกลุ่มบ้านท่าแร่ถึงสวน  กลุ่มข้าวโพดท่าแร่มีหลายร้อยราย เนื้อที่เพาะปลูกมากกว่าพันไร่  สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดสกลนคร  กล่าวว่า  เราได้ส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์โดยไม่พึ่งสารเคมี และได้จัดสรรงบประมาณจากโครงการ9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการฟื้นฟูอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย  ที่เข้าร่วมโครงการรายละ 5,000 บาท  เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยจากพายุเซินกา ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา  ให้มีอาหารบริโภคในครัวเรือนหลังน้ำลด อันเป็นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ฟื้นฟู  และส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน  มุ่งให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนา  โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้   อันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกษตรกรสว่างแดนดิน! ทำเกษตรผสมผสาน”พลิกฟื้นชีวิต”หลังวิกฤติน้ำท่วม

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสกลนคร กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น