ป.ป.ท.ลุยสอบพบอีกส่อโกงเงินสงเคราะห์นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์

ป.ป.ท.ลุยสอบพบอีกส่อโกงเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ไร้ที่พึ่งนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ พบนักกีฬายิงปืนคนพิการทีมชาติไทยยังถูกโกงเงิน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ร่วมกับ ปปง.พบว่ามีข้าราชการระดับบิ๊ก อยู่เบื้องหลัง คาดทราบผล 2 อาทิตย์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2561 ที่ศาลประชาคมบ้านหนองแวงหมู่ 13 ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พันโทกรทิพย์  ดาโรจน์  รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมเจ้าหน้าที่และนายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ นายสาคร แก้วดี กำนันตำบลนาคำ และชาวบ้านกว่า 50 คน เตรียมให้ข้อมูล

โดยพันโทกรทิพย์ เผยว่าได้เตรียมลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อสุ่มตรวจสอบการใช้งบประมาณอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง โดยกล่าวสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏพฤติการณ์ผิดปกติการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้และผู้ไร้ที่พึ่งของนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2560

นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์เป็นราชการบริหารส่วนกลางตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคสังกัดกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคมตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2506 และกรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้จัดตั้งเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2507 โดยมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2528 ในเขตท้องที่ 3 อำเภอคืออำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง และอำเภอเขาสวนกวางมีพื้นที่ในเขตนิคม 370 700 ไร่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์

โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรที่อพยพออกจากเขตน้ำท่วมในการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์มีจำนวน 189 หมู่บ้าน 14 ตำบล 3 อำเภอประชากร 104,831 คน 28,962 ครัวเรือนสมาชิกนิคมส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรไร่มันสำปะหลังไร่อ้อยบางส่วนรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมเช่นโรงงานฟินิกซ์โรงงานกระดาษโรงงานของบริษัทพานาโซนิค จำกัด นิคมได้รับเงินอุดหนุนสงเคราะห์จากกรมพัฒนาสังคมประเภทเดียวคือเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง การเบิกจ่ายต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าด้วยการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2552

โดยนิคมสามารถให้การสงเคราะห์เงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่งแต่เฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตนิคมใน 3 อำเภอ คืออำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพองและอำเภอเขาสวนกวาง ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปีงบประมาณ 2560 นิคมได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งเป็นเงิน 11,700,000 บาท เบิกจ่ายจำนวน 65 ฎีกา ผลการตรวจสอบพบพฤติกรรมผิดปกติดังนี้

ผู้มีรายชื่อรับเงินสงเคราะห์ให้ข้อมูลว่าในระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง 2560 มีผู้นำชุมชนในแต่ละท้องที่แจ้งประชาชนในหมู่บ้านว่านิคมมีการให้เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย หากประสงค์จะได้รับเงินให้กรอกในเอกสารของนิคมและนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงลายมือชื่อมอบให้แก่ผู้นำหมู่บ้าน โดยชาวบ้านกรอกและมอบเอกสารให้ 1-4 ชุด และในช่วงเวลาเดียวกันพบว่าประธานกลุ่มประกอบอาชีพในแต่ละหมู่บ้าน แจ้งแก่สมาชิกกลุ่มอาชีพส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการว่านิคมจะให้เงินทุนประกอบอาชีพแก่กลุ่มอาชีพโดยให้ทำหนังสือขอรับเงินไปที่นิคมและกรอกเอกสารและนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและนำสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมลงลายมือชื่อ มอบให้แก่ประธานกลุ่มอาชีพโดยชาวบ้านกรอกและมอบเอกสารให้ 1-4 ชุด

2.พบว่าชาวบ้านและสมาชิกกลุ่มอาชีพส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินตามเอกสารการเบิกจ่ายเงินของนิคม บางรายพบว่ามีการนำรายชื่อไปทำการเบิกจ่ายเงินอีกครั้งในปีงบประมาณ 2560 หากได้รับก็ได้รับเพียงบางส่วน เช่นมีการนำรายชื่อไปจัดทำเอกสารเบิกจ่าย 2-4 ครั้งตามระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าด้วยการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งพ.ศ. 2552 แต่ได้รับเงินจริงเพียงหนึ่งครั้ง

3.ในการจ่ายเงินสมาชิกกลุ่มประกอบอาชีพให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่นิคมมิได้นำเงินสดมามอบให้ด้วยตนเองแต่โอนเงินเข้าบัญชีเพียงบางส่วน และมีการจัดซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพให้โดยไม่ปรากฏเอกสารการจัดซื้อ 4.พบว่ามีรายชื่อบุคคลรายเดียวกันมาทำเรื่องเบิกจ่ายเงินเดือนเดียวกันมากกว่า 1 ครั้ง 5.พบมีการปลอมลายมือชื่อในเอกสารประกอบการเบิกจ่ายใบสำคัญรับเงิน 6.ผู้ได้รับเงินผู้ได้รับการสงเคราะห์บางรายมีฐานะร่ำรวยมีได้เป็นผู้ยากไร้มีความสามารถส่งบุตรไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศได้ เช่นผู้ใหญ่บ้าน อสม.เป็นต้น 7.ข้อสังเกตพบว่าในการกรอกเอกสารขอรับความช่วยเหลือและขอรับเงิน ทุนประกอบอาชีพจะให้มีการกรอกเอกสารโดยมิได้ระบุข้อความวันที่จำนวนเงินพร้อมมอบสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้นำชุมชนหรือประธานกลุ่มประกอบอาชีพ 1-4 ชุดเพื่อไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่นิคมแปลเอกสารประกอบการเบิกจ่ายระบุข้อมูลไม่สอดคล้องกัน

8.มีการเบิกจ่ายเงินจำนวนที่ต่างกันมากในแต่ละห้วงเดือนจนผิดสังเกตเช่นในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีการเบิกจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินกว่า 3 ล้านบาท แต่ในเดือนกรกฎาคม 2560 มีการ เบิกจ่ายเงินเพียง 6,000 บาท 9.สิทธิ์ผู้มีรายชื่อรับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ให้ข้อมูลว่าก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง มีเจ้าหน้าที่ของนิคมโทรศัพท์มาแจ้งแก่ชาวบ้านว่าหากเจ้าหน้าที่ปปท.มาสอบถามเรื่องการรับเงินให้บอกว่าได้เงินครบถ้วน

การตรวจสอบครั้งนี้ทาง ป.ป.ท.ยังร่วมกับ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเงินบางคนเชื่อมโยงข้อมูล พบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับบิ๊ก ๆ ของกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าภายใน 2 อาทิตย์จะทราบผลว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร ซึ่งที่ตรวจสอบพบว่าการทุจริตดังกล่าวได้ทำกันมานานหลายปี ทำจนชิน พร้อมกันนั้นได้สุ่มตรวจนิคมสร้างตนเองทั่วประเทศ 32 นิคม พบว่า 2 นิคมมีพฤติกรรมที่ก่อความผิดชัดเจน

ขณะเดียวกันนายพีระพงษ์ บึงโบก อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย (คนพิการ) แชมป์เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ประเทศสิงคโปร์ 2015 เผยว่า ตนเองมีชื่อในการเบิกเงินในฐานะเป็นคนพิการ เจ้าหน้าที่ทำเรื่องเบิกเงิน 2 ครั้ง เมื่อ ปี 59 จำนวน 3,000 บาท แต่ได้เงินไม่ครบจำนวน และปี 60 เบิกเงิน 2 ครั้ง ได้แค่ครั้งเดียว จำนวนเงิน 3,000 บาท เช่นกัน ซึ่งการจ่ายเงินแต่ละครั้งทางเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ พร้อมกันนี้ยังมีชาวบ้านอีกว่า 50 ทั้งเป็นคนพิการ และกลุ่มอาชีพ มีรายชื่อเบิกเงิน แต่ไม่ได้เงินเลยสักบาท บางรายได้แต่ไม่เต็มจำนวน

ด้านนายสาคร แก้วดี กำนัน ต.นาคำเผยว่า มีเจ้าหน้าที่จากนิคมฯ มาแจ้งให้ตรวจสอบคนพิการ และกลุ่มอาชีพว่าจะมีเงินจากนิคมฯ เป็นเงินสงเคราะห์โดยให้นำรายชื่อ ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นชื่อในใบเบิกจ่าย โดยจะได้รับเงินเป็นรายบุคล ส่วนกลุ่มอาชีพ ก็จะมีเงินมาอุดหนุนในการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เช่นกลุ่มทอสื่อกก จะมีเงินมาซื้อวัสดุอุปกรณ์ โดยจะได้เงินคนละ 420 บาทต่อคน แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบ พร้อมนำเอกสารการเบิกจ่ายมาให้ชาวบ้านดูกับพบว่ามีการเบิกเงินหลาย ๆ ครั้ง บางราย 3,000-9,000 บาท แต่ละคนจะได้ไม่เท่ากัน

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่นิคมฯ ได้ออกมาพบชาวบ้านโดยกำชับให้บอกกับคณะกรรมการ ป.ป.ท.ว่าได้รับเงินเต็มจำนวน แต่เมื่อเห็นความไม่ชอบธรรมแล้ว ชาวบ้านจึงได้ให้ข้อมูลจริงกับ ปปท.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น