ขอนแก่นพร้อมรับเมกะโปรเจ็คต์ “ท่าเรือบก”

ขอนแก่นเริ่มนับหนึ่งโครงการท่าเรือบก อ.น้ำพอง  แล้วเสร็จในปี 2568  คาดมีตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นลงไม่น้อยกว่าปีละ 1 ล้านตู้  ส่งผลให้ขอนแก่นเป็นฮับกระจายสินค้า

บ่ายวันนี้ที่สถานีรถไฟโนนพยอม  ต.ม่วงหวาน  อ.น้ำพอง  จ.ขอนแก่น  นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง  นายทรงศักดิ์ ทองไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ลงดูสภาพพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างโครงการท่าเรือบก ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ตัดสินใจที่จะก่อสร้างในพื้นที่ภาคอีสานพร้อมกันทั้งสองแห่งคือ ที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดขอนแก่น  โดยจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2565 แล้วเสร็จในปี 2568

โดยที่จังหวัดขอนแก่นและภาคเอกชนได้ร่วมกันสนับสนุนโครงการท่าเรือบกให้เกิดขึ้นในพื้นที่  โดยพิจารณาพื้นที่บริเวณตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง เป็นจุดที่เหมาะสมห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไปตามถนนมิตรภาพเพียง 36 กิโลเมตร  ปัจจุบันมีผู้ประกอบการภาคเอกชนได้มีการขนส่งสินค้าผ่านตู้สินค้าที่บริเวณสถานีรถไฟโนนพยอมไปยังท่าเรือแหลมฉบังกันอยู่แล้ว  ทั้งนี้ที่ผ่านมาการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้เคยศึกษาการจัดตั้งท่าเรือบกที่จังหวัดขอนแก่นว่ามีความเหมาะสม เพราะพิจารณาเห็นว่ามีศักยภาพของการเป็นศูนย์กลางของภาคอิสาน ตลอดจนภูมิภาคอินโดจีน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  “โดยที่จังหวัดขอนแก่นได้ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้การก่อสร้างท่าเรือบกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้สมประโยชน์ในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย ซึ่งต้องขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น หอการค้าจังหวัดขอนแก่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการรถไฟฯ ที่ให้การสนับสนุน  ขณะนี้จังหวัดขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการในระดับจังหวัดเพื่อที่จะเตรียมการ  แม้ว่าจะมีกำหนดเวลาชัดเจนในการที่จะสร้างท่าเรือบกในปี 2565 ก็ตาม  แต่หากว่าเราเตรียมตัวให้พร้อม  มีการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนถึงผลดีหรือประโยชน์ที่จะได้ เพราะตนเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับจังหวัดขอนแก่น และภาคอีสานเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งในส่วนของพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอน้ำพองก็พร้อมจะขับเคลื่อนในพื้นที่ในการที่จะขอตั้งคณะอนุกรรมการในระดับพื้นที่  ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการ  ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่ดี เพราะบริเวณสถานีรถไฟโนนพยอมจะเป็นสถานที่วางตู้คอนเทนเนอร์ของท่าเรือบก  และจะเป็นจุดที่นำขึ้นตู้ ตรงนี้จะเป็นจุดที่สำคัญ และจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ ภาคอุตสาหกรรมเองก็จะลดรายจ่ายเรื่องการขนส่ง และยังมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถบรรทุก ซับเทอร์มินอล โลจิสติกส์

ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะต้องมีการวางแผนว่าจะให้บริการประชาชน สร้างบ้านเรือน สร้างที่พักอาศัย  ทางโรงพยาบาลเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในการให้การรักษาพยาบาลเนื่องจากผู้คนมาอยู่จำนวนมาก  ทางไฟฟ้า ประปา ก็ต้องมาวางแผนในอนาคต เพราะว่าการสร้างบ้านสร้างเมืองไม่ได้สร้างได้ภายในวันเดียว เรามีเวลาในการเตรียม ดังนั้นเราจะต้องให้พร้อมเพื่อลดปัญหาของผู้ที่จะได้รับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง

ขอย้ำว่าเราได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้วเพื่อทำการขับเคลื่อน และจะมอบให้ทางอนุกรรมการระดับอำเภอเข้ามาพูดคุยกันว่า จะให้ระดับจังหวัดได้ทำการขับเคลื่อนอย่างไรบ้าง วางแผนในการก่อสร้างในแต่ละส่วนๆ เป็นอย่างไร เช่นถนนมิตรภาพจะต้องขยายหรือไม่ ถนนซอยที่จะเข้ามายังสถานีจะต้องขยายหรือไม่ อย่างไร จะต้องมีจุดยูเทิร์นเกือกม้าอย่างไร ที่พักสำหรับพนักงานต่าง ๆ จะต้องมีการเตรียมพื้นที่ หรือจะต้องปรับในเรื่องผังเมืองก็ต้องทำกัน”  นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้านนายทรงศักดิ์  ทองไทย  ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น กล่าวว่า  “เราจะใช้พื้นที่เฟสแรกก่อนประมาณ 1,000 ไร่ ทั้งหมดใช้ประมาณ 1,800 ไร่ เพราะของเราไม่ใช่ท่าเรือบกขนาดเล็ก  แต่จะเป็นท่าเรือบกขนาดกลางถึงใหญ่  คาดว่าจะมีตู้คอนเทนเนอร์ที่จะมาขึ้นลงประมาณ 1,000,000 ตู้ต่อปี  ที่อื่นมีประมาณ 200,000 ตู้ต่อปี  เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพื้นที่ไว้รองรับ  รวมถึงเครื่องจักรที่ต้องเตรียมออกแบบสำหรับอนาคตด้วย  เพราะจะมีสินค้าทางการเกษตรเยอะมาก  ไม่นับรวมอุตสาหกรรมที่เรากำลังส่งเสริมให้มีในพื้นที่  ไม่ว่าจะเป็นระบบราง หรืออุตสาหกรรมการบิน  ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่มีมลภาวะ  ไม่ใช่น้ำปริมาณมากๆ แต่ใช้เทคโนโลยี   นอกจากนั้นท่าเรือบกแห่งนี้ก็จะรองรับสินแร่จากลาวด้วยนะครับ จากท่านาแล้งที่จะส่งไปออสเตรเลียก็ต้องผ่านพิธีการที่เรา  ก็จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ของเรา

โดยพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเราเองมีศักยภาพ  เรามีแหล่งน้ำคือเขื่อนอุบลรัตน์ ลำน้ำพอง  เรามีโรงไฟฟ้า ขนาด 700 เมกะวัตต์ และจะมีการลงทุนให้เป็นโรงไฟฟ้าแบบใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพสูง ก็ถือเป็นความมั่นคงของพื้นที่ เรายังมีแก็สธรรมชาติ  ก็ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการลงทุน  สำหรับพื้นที่ตำบลโนนพะยอมถือว่าเหมาะสม เพราะไม่มีชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่  อยู่ไม่ไกลจากถนนมิตรภาพ  ไม่มีปัญหาน้ำท่วม  นอกจากนั้นยังมีพื้นที่โดยรอบอีกนับหมื่นไร่ที่เอื้ออำนวยต่อท่าเรือบก เพราะเมื่อมีท่าเรือบกแล้วก็จะต้องมีบริษัทโลจิสติกส์ที่จะต้องมาจัดตั้งศูนย์บรรจุตู้ที่นี่  บริษัทเดินเรือก็ต้องมา  ก็ยังส่งเสริมให้มีการลงทุนในพื้นที่ได้อีกมากครับ  จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อมีท่าเรือบกคาดว่าจะมีการสร้างงานในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นอัตรา  เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว มลภาวะจะน้อยมาก  ขอนแก่นเราไม่มีนิคมอุตสาหกรรม  แต่เราจะมีเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ ซึ่งจะควบคุมดูแลอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาในพื้นที่ไม่ให้เกิดการสร้างมลพิษ”  นายทรงศักดิ์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ทีมข่าว77ขอนแก่น

ทีมข่าว77ขอนแก่น

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น