ม.ขอนแก่น วิจัยเกราะจากรังไหม รับแรงกระสุนปืน M16 เจาะไม่เข้า

เกราะรังไหม

ขอนแก่น – มหาวิทยาลัยขอนแก่นวิจัยต่อยอดแผ่นรังไหมจากเดิมป้องกันกระสุนปืนสั้น มาสู่เกราะรังไหมรับแรงกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. และอาวุธหนักทางทหารได้สำเร็จ

วันนี้ (31 ส.ค.63) ณ ห้องรับรองพิเศษ ศาลาช่อกาลพฤกษ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในงานแถลงข่าว มข.พบสื่อมวลชน เรื่อง “งานวิจัยแผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนเอ็ม 16” ซึ่งเป็นผลงาน วิจัยของ ผศ.พนมกร ขวาของ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น และ อ. สุธา ลอยเดือนฉาย

โดยงานวิจัยแผ่นรังไหมรับแรงนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากแผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนสั้น อาทิ กระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร 11 มิลลิเมตร เดิมที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ก้าวมาอีกขั้นสู่แผ่นรังไหมสามารถรับกระสุนปืนที่แรงและมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับ 5.56 มิลลิเมตร ซึ่งใช้ในอาวุธปืน M16 อาวุธที่ใช้ทางทหารได้สำเร็จ พร้อมได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว

โดยผลิตออกมาเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม และ รุ่นน้ำหนักประมาณ 1.6 กิโลกรัม จุดเด่นของงานวิจัยนี้ เมื่อเทียบกับแผ่นเหล็กหนาขนาด 9 มิลลิเมตร ที่บุคลากรทางทหารตำรวจใช้ในเสื้อเกราะกันกระสุนทั่วไป พบว่า มีน้ำหนักเบากว่า 2-3 เท่า และยังมีคุณสมบัติเด่น คือ การหยุดจับกระสุนไม่ให้เกิดการแฉลบ เนื่องจากแผ่นโลหะทำให้กระสุนเกิดการแฉลบซึ่งอาจไปโดนอวัยวะอื่น หรือผู้ที่อยู่ข้างเคียงเป็นอันตรายได้

และเมื่อเปรียบเทียบกับเกราะอ่อนกันกระสุนที่ทำจากเคฟลาร์ พบว่า แผ่นรังไหมสามารถป้องกันอาวุธมีคม เช่น มีด ซึ่งไม่สามารถแทงทะลุแผ่นรังไหมได้ แต่สามารถแทงทะลุเกราะอ่อนได้  ขณะที่ต้นทุนการผลิตเกราะรังไหมชนิดนี้มีราคาต่ำกว่าของต่างประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง

ผศ.ดร.พนมกร กล่าวว่า กระบวนการผลิตแผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จะมีกระบวนผลิตแตกต่างจากแผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนสั้น โดยใช้รังไหมที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา ต้านทานแรงกระแทกได้ดี แต่เพิ่มวัสดุที่สามารถรับและกระจายแรงเข้าไป พร้อมทั้งพัฒนาปรับปรุงน้ำยาชนิดพิเศษเพื่อให้วัสดุต่าง ๆ ยึดเกาะกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ได้แผ่นรังไหมที่สามารถรับแรงกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. หรือกระสุนปืน M16 ได้ แตกต่างจากแผ่นรังไหมเดิมที่รับได้เฉพาะแรงกระสุนปืนสั้นเท่านั้น แม้จะนำมาซ้อนกันถึง 4 แผ่น แต่กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ก็สามารถทะลุได้

ตอนนี้แผ่นรังไหมรับแรงมี 2 แบบ คือ แผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนสั้น ซึ่งมี 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นน้ำหนัก 0.9  0.75  และ 0.55  กิโลกรัม และแผ่นรังไหมรับแรงกระสุนปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร ซึ่งมี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นน้ำหนัก 2 และ 1.6 กิโลกรัม เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ อาทิ ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายเดน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงชายแดนภาคใต้ โดยสามารถติดต่อได้ที่ ผศ. พนมกร ขวาของ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น