โควิด19

ขอนแก่น แพทย์เผยผู้ติดเชื้อโควิด รายที่ 5-6 อาการโดยรวมดีขึ้น เป็นที่น่าพอใจ

ขอนแก่น–รพ.ขอนแก่นเผยอาการคุณป้ารายที่ 5 ฟื้นตัวดีขึ้น เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจใน 1-2 วันนี้ ส่วนคุณลุงรายที่ 6 สบายดี เตรียมส่งตรวจแอนติบอดี้ในร่างกาย

วันนี้ (22 เม.ย.63) ที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น  นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว 77ข่าวเด็ดถึงอาการป่วยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 5 และ 6 ของ จ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลว่า

“คนไข้ผู้ติดเชื้อรายที่ 5 ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก จากตอนแรกที่เข้ามาอาการค่อนข้างหนัก ก็กำลังพิจารณาดูว่า ถ้าคนไข้สามารถหายใจเองได้ เราก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจออก ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเตรียมการอยู่ อาจจะภายใน 1-2 วันนี้ สำหรับการเอ็กซเรย์ปอดก็พบว่า ดีขึ้นมากเช่นกัน คนไข้รู้สึกตัวดี แต่ยังพูดไม่ได้เพราะยังใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ สามารถตอบสนองได้ทุกอย่าง แต่ช่วงวันแรกๆ ที่เข้ามาเราก็พยามจะให้เขาหลับ เพื่อที่จะไม่ให้ต้านเครื่องช่วยหายใจ แต่ตอนนี้เราค่อยๆ ถอนเครื่องออก คนไข้ก็มีสติกลับคืนมา ขั้นต่อไปเราก็จะค่อยๆ ถอนเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ให้เขาหายใจเองได้

ส่วนเรื่องการให้ยา เราให้ยาดีที่สุดที่มีอยู่ เดิมเราให้ยาอยู่ 3 ตัว แต่คุณป้าแกแพ้ยา 2 ตัว ทำให้เราต้องถอนยาออกจนเหลือเพียงตัวเดียว คือ ฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาที่ทั่วโลกใช้ในการรักษา เป็นยาที่เรารับมาจากประเทศจีน แต่แกแพ้ยาอีกสองตัว คือเรียกว่ามีผลข้างเคียง ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เราก็เลยต้องถอนยาอีกสองตัวออก คงไว้ตัวเดียว จากตอนแรกที่เราคิดว่า อาจจะต้องสกัดแอนติบอดี้จากลูกชายมารักษาแม่ ตอนนี้คิดว่าคงไม่จำเป็น เพราะการนำพลาสมา มาสกัดก็ไม่ได้ง่าย ต้องผ่านกรรมวิธีการต่างๆ อีกมาก ซึ่งเราได้ส่งพลาสมาของลูกชายไปให้ทางสภากาชาดไทยเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลและใช้ในการทำวิจัยต่อไป

ถามว่า อาการน่ากังวลไหม ตอนนี้ก็ถือว่าอาการดีขึ้นแต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ แต่เมื่อไรที่ถอดเครื่องช่วยหายใจ ทางหมอถึงจะคลายความเป็นห่วงลงได้ เพราะการใส่ท่อช่วยหายใจบางทีก็ทำให้เกิดการติดเชื้ออื่นๆ ด้วยได้ แต่ตอนนี้เราก็ให้ยาครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นด้วย

สำหรับรายที่ 6 ก็ถือว่า ตอนนี้สบายดี ไม่มีอาการอะไรเลย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่เจ็บคอ ถ้าครบ 14 วันก็น่าจะหายดี ยอมรับว่า เรามีความรู้น้อยเกี่ยวกับโรคนี้ มันเป็นโรคใหม่ ต้องติดตามอาการไปเรื่อยๆ จริงๆ มันมีปัจจัยขึ้นอยู่กับ 3 อย่างก็คือ 1.ร่างกายคนเรา อย่างคุณป้าแกมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานและความดันด้วย ก็เลยจะมีผลทำให้แกเป็นหนักหน่อย แต่รายที่ 6 สามีคุณป้า แม้จะอายุมากกว่า แต่แกแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายก็สู้กับเชื้อได้  2. รับเชื้อมามากแค่ไหน คนรับมามากอาการก็จะรุนแรง หรือรับเชื้อในลักษณะที่มันแอคทีฟเร็วก็จะมีอาการมาก และ 3. เรื่องของสภาพแวดล้อมต่างๆ และการรักษา นี่ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้อาการของเราจะหนักหรือเบาเป็นข้อมูลเบื้องต้น

ตอนนี้เราส่งทีมจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยกับคุณลุงทุกวัน รวมถึงลูกชายด้วย ทั้งสองคนไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงแต่เราก็ดูแลในเรื่องจิตใจ ก็พบว่า ตอนนี้แกก็สบายใจขึ้น  ผมว่า เรื่องของโรคนี้เราอย่าไปโทษกัน จริงๆ ลูกชายแกก็ไม่ได้ตั้งใจปิดบังข้อมูลอะไร แกกลับจากบาห์เรนมากักตัวได้สักพัก ก็คิดว่าตัวเองไม่ติดเชื้ออะไร พอเพื่อนชวนก็ไปพัทยา ก็อาจไปรับเชื้อมาจากที่นั่น ซึ่งจะไปโทษกันไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับใคร

สำหรับคุณลุงก็เป็นไปได้ว่า ร่างกายอาจจะมีแอนติบอดีเหมือนกับลูกชาย ซึ่งถ้าครบ 14 วันแล้ว เราก็จะนำเลือดไปตรวจอีกครั้ง อันนี้เป็นกฎของกระทรวงสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยทุกคน หลังจากครบ 14 วันเมื่อหายแล้ว เราจะตรวจเลือดอีกครั้งหนึ่ง  สำหรับผู้ป่วยรายที่ 1-4 หลังจากหายไปแล้ว เขาก็สบายดีตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเรื่องโควิด มีแต่รายที่สองซึ่งเขามีโรคประจำตัวอยู่ ทุกวันนี้ก็ยังมารับยาอยู่ที่โรงพยาบาล” ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น กล่าว

 

 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน

ทีมข่าว77ขอนแก่น

ทีมข่าว77ขอนแก่น

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น