ขอนแก่น จับทองปลอม 200 บาท และรวบแก๊งเรียกเก็บเงินค่าจอดรถ

จับทองปลอม

ขอนแก่น – จนท.ตำรวจจับแก๊งผลิตทองรูปพรรณปลอมหลอกขาย ค่าเสียหายกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่อีกคดีตำรวจกวาดล้างแก๊งข่มขู่เก็บค่าจอดรถบนถนนสาธารณะถึงคันละ 40 บาท

บ่ายวันนี้ (21 ม.ค.63) พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สอบปากคำนายปกรณ์ คำลือ อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดกรุงเทพมหานคร  นางสุภาพ ดำดิน อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี และ นายธนากร ทองอ้ม อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ หลังถูกตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นจับกุมเนื่องจากมีพฤติกรรมร่วมกันผลิตทองรูปพรรณปลอม โดยใช้บ้านพักในพื้นที่บ้านโคกฟันโปง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น  หลัง จนท.เข้าตรวจค้นและพบทองรูปพรรณปลอมจำนวน 111 เส้น น้ำหนักรวมกว่า 200 บาท มูลค่า 7 ล้านบาทเศษ

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้าย มีนายปกรณ์เป็นคนทำทองปลอมขึ้นมา จากนั้นจะให้เครือข่ายนำทองไปขายตามร้านทองในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอุดรธานี ในจังหวัดขอนแก่นพบร้านทอง จำนวน 4 ร้าน ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งนี้  ทั้งนี้นายปกรณ์เคยเป็นช่างร้านทองมาก่อนจึงมีความรู้ในการทำทองปลอม โดยจะนำทองจริงมาเป็นส่วน ประกอบในการทำทองปลอม ซึ่งภายในบ้านผู้ต้องหามีเครื่องรีดทอง รวมทั้งเครื่องมือในการผลิตทองปลอมจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละวันจะสามารถผลิตทองปลอมได้วันละ 4-5 เส้น

จากนั้นจะมีเพื่อนร่วมขบวนการนำทองไปจำหน่าย โดยจะเลือกร้านทองที่ไม่ตรวจเช็คทองอย่างละเอียด ก่อนที่จะขายให้กับทางร้าน โดยกลุ่มคนร้ายได้ทำมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดได้นำทองไปขายให้ร้านทองที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แต่ทางร้านสังเกตว่า ผู้ต้องหานำทองมาขายหลายครั้งจึงได้นำทองไปเอกซเรย์พบว่า เป็นทองปลอม จึงได้แจ้ง จนท.ตำรวจเพื่อจับกุม ภายหลังทราบชื่อคือ นายธนากร เมื่อขยายผลจึงทราบว่า มีการผลิตทองรูปพรรณปลอมขึ้นมา

ด้านนายปกรณ์ คำลือ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองเคยต้องโทษคดีลักษณะนี้มาแล้วที่จังหวัดศรีษะเกษ ก่อนที่จะพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2561 จากนั้นไม่มีงานทำ จึงหันกลับมาทำทองปลอม เนื่องจากตนเองมีความรู้ จึงได้หาเพื่อนร่วมขบวนการโดยทำมาได้ประมาณ 6  เดือน จำไม่ได้ว่าผลิตออกมากี่เส้น เมื่อได้เงินก็จะแบ่งให้เพื่อนร่วมขบวนการ ส่วนที่ต้องทำเช่นนี้เพราะต้องการหาเงินไปใช้หนี้ ธกส.

ขณะที่อีกคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ เรียกเก็บเงินค่าจอดรถบนถนนสาธารณะ ผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1. นายยุทธกร กองพันธ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 1 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น

2. นายพิพัฒน์ พลวรรณ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/761 หมู่ 13 ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น

3. นายพัฒทรชัย ชุปวา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

4. นายวิรัตน์ อุ่นกลาง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ถนนเทศบาล 1 ตำบลบัวใหญ่ อำเภอบัวหใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

5. นางสาวดวงใจ ติ้วจันทึก อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/3 หมุ่ 3 ตำบลหนองน้ำใส อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

โดยตั้งข้อกล่าวหาคือ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์  ร่วมกันกระทำความเดือดร้อนรำคาญ และร่วมกันวาง ตั้ง สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า หลังจาก จนท.ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้จับกุมชายฉกรรจ์จำนวน 4 ราย หลังจากได้มีการไปเก็บเงินค่าจอดรถบนถนนเฉลิมพระเกียรติ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ใกล้สถานบันเทิงชื่อดัง จนมีการร้องเรียนผ่านโลกออนไลน์ จากนั้นเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 63 จนท.ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ร่วมกับ จนท.เทศกิจเทศบาลนครขอนแก่น ได้เข้าจับกุมชายฉกรรณ์ทั้ง 4 คน มาเปรียบเทียบปรับก่อนปล่อยตัวไป กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ม.ค. 63) จนท.ตำรวจได้ออกตรวจที่บริเวณจุดเดิมพบว่า ยังมีการเรียกเก็บเงินของกลุ่มคนดังกล่าวจึงได้เข้าจับกุมตัวอีกครั้ง

เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการเรียกเก็บเงินกับประชาชนที่มาจอดรถริมถนนเฉลิมพระเกียรติมานาน กระทั่งได้มีปากเสียงกับเจ้าของบ้านที่อยู่บริเวณริมถนนดังกล่าว เนื่องจากเป็นถนนหลวงแต่มีการเรียกเก็บเงินค่าจอดรถยนต์ถึงคันละ 40 บาท พร้อมกับมีการอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐให้มาเก็บค่าจอดรถยนต์ จนทำให้มีการร้องเรียนไปยัง จนท.ตำรวจ และร้องผ่านสื่อออนไลน์ แม้ว่าจะมีการจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็หวนกลับมากระทำผิดอีก จนท.จึงเข้าจับกุมกอปรกับมีผู้เสียหายอีก 2 คนเข้าแจ้งความเอาผิด เนื่องจากถูกข่มขู่เรียกค่าจอดรถและจะไม่รับรองความปลอดภัยของรถ ซึ่ง จนท.จะได้เข้มงวดกวาดล้างกลุ่มคนที่ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้ให้หมดไป เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ใช้ถนนสาธารณะเพื่อผลกระโยชน์ส่วนตน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

เสริมหน้าอก คลินิกศัลยกรรม

แสดงความคิดเห็น