สอวช.เปิดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณกองหินใต้น้ำในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ดำน้ำลึกในแบบวิถีใหม่ (New Normal)

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.ที่ห้องประชุม Cruisus ริมหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย ศาสตราจารย์รับเชิญ มหาวิทยาลัยชิสุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น นายอัครวิทย์ เทพาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานระยอง พร้อมด้วยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(บพช.) ได้เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณกองหินใต้น้ำในอ่าวไทยภาคตะวันออก มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำในพื้นที่ ร่วมประชุมฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับโครงการการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณกองหินใต้น้ำในอ่าวไทยภาคตะวันออก มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสนับสนุนแผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีโครงการวิจัยย่อย 3 โครงการ ประกอบด้วย 1) การศึกษาระบบนิเวศและการประเมินศักยภาพของกองหินใต้น้ำบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 2) การประเมินขีดความสามารถในการรองรับได้ของแหล่งท่องเที่ยวกองหินใต้น้ำที่สำคัญบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และ 3) การศึกษาสถานการณ์การท่องเที่ยวทางทะเลและสภาพเศรษฐกิจสังคมบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดย แบ่งเป็นพื้นที่ของกองหินใต้น้ำรวม 48 จุด อยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง 12 แห่ง จ.จันทบุรี 9 แห่ง และ จ.ตราด 27 แห่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศดำน้ำลึกในแบบวิถีใหม่ (New Normal)พร้อมทั้งแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการดำน้ำที่ประยุกต์จากรูปแบบของ Green Fins โครงการมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมดำน้ำลึกบริเวณกองหินใต้น้ำ เพื่อเรียนรู้ธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศจากการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน

ด้าน นายอัครวิทย์ เทพาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานระยอง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอีกมิติเกี่ยวกับการดำน้ำลึก รวมถึงยังสร้างความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว และยังรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งแหล่งดำน้ำลึกของระยอง 17 แห่ง นับว่ามีความงดงามทั้งความสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ระยะทางไม่ไกลจนเกินไป เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกดำน้ำสำหรับมือใหม่ หรือเป็นแหล่งดำน้ำทางเลือกใหม่สำหรับผู้ชื่นชอบในการดำน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีความงดงามของธรรมชาติชายหาดที่ขาว น้ำทะเลใสสะอาดให้เลือกมาท่องเที่ยวอีกด้วย.

ติดตามข่าวสารผ่าน Line 77 ข่าวเด็ด กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลย

เพิ่มเพื่อน