กาฬสินธุ์เร่งจับกุ้งหนีวิกฤติแล้งน็อคตายขาดทุน

ชาวนากุ้งตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งจับกุ้งขายส่งตลาด เพื่อลดความหนาแน่น และทำบ่อพักน้ำ ป้องกันความสูญเสียจากภาวะกุ้งน็อคตายในช่วงฤดูแล้ง และเขื่อนลำปาวหยุดการส่งน้ำ ขณะที่ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เตือนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด และยืนยันน้ำในเขื่อนเพียงพอตลอดฤดูแล้งแน่นอน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีและสัตว์น้ำ ต่อเนื่องถึงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง พบว่ามีการเตรียมความพร้อมกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่อาศัยน้ำจากเขื่อนลำปาวเป็นปัจจัยหลักในการเลี้ยง
นายปรีชา ภูใบบัง ชาวนากุ้ง บ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงปลายฤดูฝนคาบเกี่ยวฤดูหนาว ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเกษตรกรกลุ่มชาวนาผู้ปลูกข้าว และชาวนากุ้ง ที่กำลังจะเข้าสู่ระยะการเก็บเกี่ยวในกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งในส่วนของนาข้าวนั้น พอจะมองเห็นผลกำไรแล้ว เนื่องจากฤดูฝนที่ผ่านมาได้รับน้ำอย่างเต็มที่ ต้นข้าวกำลังถอดรวง ผลผลิตคงได้เป็นกอบเป็นกำ และนำไปขายได้กำไรดี เพราะราคารับซื้อสูงถึงกิโลฯ​ ละ 18-20 บาท
นายปรีชากล่าวอีกว่า ในส่วนของชาวนากุ้งหรือกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามนั้น ถือเป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวหรือเขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อชาวนาผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่ไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง หากจำนวนกุ้งในบ่อหนาแน่น ประกอบกับอากาศเปลี่ยนแปลง จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว ทำให้กุ้งปรับตัวไม่ทัน ก็จะเกิดเหตุการณ์น็อคตาย สร้างความเสียหายและขาดทุนได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้เป็นประจำ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหากุ้งน็อคตายดังกล่าว ชาวนากุ้งจึงได้เร่งจับกุ้งจำหน่าย เพื่อลดความหนาแน่น และเตรียมบ่อเพื่อพักน้ำหรือเก็บน้ำไว้หล่อเลี้ยงบ่อกุ้ง ในช่วงที่เขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำดังกล่าว

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า ทางโครงการมีกำหนดปิดส่งน้ำตามปฏิทินปฏิบัติประมาณ 30 วัน เพื่อให้ชาวนาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวตามฤดูกาล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป โดยได้ออกหนังสือประกาศไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชน ได้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ทั้งนาข้าว พืชผลทางการเกษตรอื่นๆและนากุ้ง เพื่อตระเตรียมความพร้อม โดยกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามจำเป็น ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ และลดความสูญเสียจากปัญหากุ้งน็อคตายได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม สำหรับปริมาณน้ำเขื่อนลำปาวปัจจุบัน ปริมาณ 1,597 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 80% จากความจุอ่าง 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งเพื่อการเกษตรและประมงตลอดฤดูแล้งแน่นอน
สำหรับกุ้งก้ามกราม เป็นสัตว์เศรษฐกิจหลักของ จ.กาฬสินธุ์ โดยเลี้ยงกันมากในเขตพื้นที่ ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด และ ต.ลำคลอง ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งอาศัยน้ำจากคลองชลประทานเขื่อนลำปาวเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการเลี้ยง ชาวนากุ้งจะบริหารจัดการน้ำในบ่อโดยเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อกุ้งทุกสัปดาห์ ซึ่งจากไม่ทำการเปลี่ยนถ่ายก็จะเปิดปัญหาน้ำเสีย ทำให้กุ้งน็อคตายได้ ซึ่งบรรยากาศการจำหน่ายกุ้งจะขายดีมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ราคาหน่ายที่ปากบ่อกิโลฯละ 250 บาท หากมีน้ำเพียงพอ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่