ผบช.ท่องเที่ยวแถลงการกวาดล้างอาชญากรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวปลอดภัย สร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดี

พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวปลอดภัย สร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยมีคดีที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจำนวน 6 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 การจับกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาหลอกโอนเงินเช่าบ้านพักพูลวิลล่า คดีที่ 3 จับกุมชาวเยอรมันลักทรัพย์ คดีที่ 4 จับกุมชาวต่างชาติลักลอบเปิดบริษัททัวร์ คดีที่ 5 จับกุมผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายกัญชาให้นักท่องเที่ยว และคดีที่ 6 จับกุมต่างชาติ Overstay

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุม โรงแรม ดิวาลักซ์ รีสอร์ต แอนด์สปา  อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.คัชชา  ธาตุศาสตร์  พล.ต.ต.อังกูร  คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว   ส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดี รวมถึงการสืบสวนปราบปรามจับกุมเหล่ามิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบ นักท่องเที่ยว เข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย ซึ่งการระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ ได้รวม จำนวน 723 คดี  ผู้ต้องหาจำนวน 766 คน โดยในจำนวนนั้นมีคดีที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจำนวน 6 คดี ได้แก่ การจับกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ โดยจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเกาหลีใต้ที่ร่วมกันกระทำความผิด ได้จำนวน 13 ราย ในฐานความผิด  ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันทายผลกีฬาต่างประเทศ (การพนันออนไลน์) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต  และมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือนพร้อมประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสืบสวนขยายผล

ในส่วนคดีที่สอง จับกุมนายอภิสิทธิ์  ยงกุล หรือ พรภวิษย์ แซ่โล้ว หรือ เบส อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหลอกโอนเงินเช่าบ้านพักพูลวิลล่า ที่เจ้าของลงประกาศให้เช่าตามเว็ปไซต์ต่าง ๆ โดยที่ผู้ต้องหาจะติดต่อขอเป็นนายหน้าปล่อยเช่าบ้านพักให้กับเจ้าของบ้าน โดยคิดค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง 15 เปอร์เซ็นจากค่าเช่า ก่อนลงประกาศให้เช่าในเว็ปไซต์จองที่พักชื่อดัง  เมื่อผู้เสียหายติดต่อสอบถามบ้านพักมา  ก็จะเสนอบ้านพักหลังอื่นให้ในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งบ้านที่ตนไปถ่ายภาพ หรือเคยเข้าพักบ้านพักหลังมาก่อน แล้วนำมาหลอกเสนอให้เช่าแก่ผู้เสียหาย แต่ในกรณีที่ผู้เสียหายไม่สนใจ ตนก็จะให้เช่าบ้านตามที่ลูกค้าได้จองไว้ และมีโอนเงินค่ามัดจำประกันความเสียหายให้แก่ตนผ่านบัญชีส่วนตัวอีกทางหนึ่ง  เมื่อถึงเวลาส่งมอบบ้านพักคืน ก็จะใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝ่าฝืนระเบียบการเข้าพัก เพื่อริบเงินมัดจำของลูกค้ารวมมูลความเสียหายเป็นเงินประมาณ 300,000 บาท ผู้เสียหายมากกว่า 30 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ ในความผิดฐาน โดยทุจริต หรือหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)

ส่วนคดีที่สามเป็นการจับกุมชาวเยอรมันลักทรัพย์ ด้วยเจ้าหน้าที่งานสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 2  กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1  ได้รับแจ้งจาก MR.HONG SEONGGU (สัญชาติเกาหลี)ผู้เสียหาย ว่ากระเป๋าเงินหาย บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมารีน่า ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  เจ้าหน้าที่งานสืบสวนฯ จึงได้สืบสวนติดตามข้อมูลจนพบว่า MR.TOGNETTO GINO (สัญชาติเยอรมัน)  ได้เก็บกระเป๋าเงินและลักเอาเงินภายในกระเป๋าของผู้เสียหายไปจำนวน 700,000 วอน (17,500 บาท)  เจ้าหน้าที่งานสืบสวนฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พร้อมเข้าจับกุมตัว MR.TOGNETTO GINO ผู้ต้องหาชาวเยอรมันในความผิดฐานลักทรัพย์

คดีที่สี่ จับกุมชาวต่างชาติลักลอบเปิดบริษัททัวร์  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 สืบทราบว่าได้มีชาวต่างชาติลักลอบเปิดบริษัททัวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ชื่อบริษัท พริวิเลจ คาร์โก้ แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ 19/31 ซอยสุขุมวิท 13 แสงจันทร์ คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานครและจับกุมนางสาว ศดานันท์ เสี่ยงบุญ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทในข้อหา ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

คดีที่ห้าเป็นการ จับกุมนายชาย กาตาวาล ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายกัญชาให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่งน้ำหนักรวมประมาณ 0.5 กิโลกรัม จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนคดีที่หก เป็นการจับกุมนายเฟอร์แฮ็ท ฟลิสซี่ สัญชาติอิตตาลี่ Overstay 2,531 วัน ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2554 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว  ถูกดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ตนทำงานอยู่  มูลค่าความเสียหาย 2,000,000 บาท และระหว่างพิจารณาคดี ได้หลบหนีกระบวนพิจารณาไม่ไปศาล และไม่ต่อวีซ่า และจาการตรวจสอบปรากฏว่านายเฟอร์แฮ็ท ฟลิสซี่ ได้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลาเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตแล้วเป็นเวลาถึง 2,531 วัน  จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การระดมกลาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นนโยบายของรัฐบาลและของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และในเร็วนี้จะมีผู้นำประเทศสมาชิก  คณะผู้ติดตาม รวมถึงสื่อมวลชน จากต่างประเทศ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จำนวนมาก  ประกอบกับเป็นระยะเวลาเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวช่วงปลายปี   เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว   ส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น