จี้โอนคดีให้ส่วนกลางหลังจับ3ตร.ทีมวิสามัญหนุ่มเมืองคอน

จี้โอนคดีให้ส่วนกลางหลังจับ3ตร.ทีมวิสามัญหนุ่มเมืองคอน

การพูดคุยกับรองผู้บังคับการตำรวจภูธร นครศรีธรรมราช ของฐานิศ หริกจันทร์ วันนี้ แม้ว่าจะได้รับคำชี้แจงว่าตำรวจ3นายที่เป็นทีมวิสามัญนายปภวิษณ์ บุญเนือง สามีของเธอได้ถูกจับกุมแล้ว และการยิงนายปภวิษณ์ของตำรวจเป็นการป้องกันตัวเอง ขณะที่ยาเสพติดที่พบในรถผู้ตายที่เธอยืนยันว่าในการตรวจค้นรอบแรกไม่พบถุงยาบ้า เป็นเพียงมุมกล้องบัง ก็ตามฐานิศ ยังหวังได้รับความเป็นธรรม จากการเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ,สำนักนายกรัฐมนตรี และขอให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนโดยขอให้ส่วนกลางทำคดีแทนท้องที่

วันที่16 พ.ค. พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เชิญน.ส.ฐานิศ เข้าพบที่สภ.เมือง นครศรีธรรมราช โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง และหลังจากการพูดคุยทำความเข้าใจ ฐานิศ คุยกับ77ข่าวเด็ดถึงความคืบหน้าว่า เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าตำรวจได้จับทีมที่ทำวิสามัญสามีเธอเป็นตำรวจสภ.พรหมคีรี 3 นายและให้ประกันตัวออกไปและต้องรอพิสูจน์ในชั้นศาล

ความสงสัยในคดีทั้งการทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ล่ากว่า50 ก.ม.จนมีการวิสามัญ และพบยาบ้า107 เม็ดในรถผู้ตาย เธอก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ โดยเฉพาะประเด็นการวิสามัญที่ตำรวจบอกว่าได้ดำเนินการอย่างละมุนละม่อมตามขั้นตอน และช่วงที่มีการยิงนายปภวิษณ์ เพราะผู้ตายยกปืนพกขึ้นเล็งไปที่ตำรวจโดยไม่หมุนกระจกลงทำให้ตำรวจต้องยิงป้องกันตัวเอง

การดำเนินโดยละมุนละม่อม และการยิงนายปภวิษณ์ของตำรวจเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเอง ในประเด็นยาบ้าที่มีในรถ107 เม็ดตำรวจชี้แจว่าเป็นภาพมุมกล้องที่บังทำให้ไม่เห็นถุงยาบ้าในรถในช่วงแรกที่ตรวจค้น กล้องติดหน้ารถผู้ตายที่หายไปหลังเกิดเหตุตำรวจบอกว่ามีในรถแต่หายไปตามไม่พบ ยังเป็นประเด็นที่ฐานิศ ยังเคลือบแคลงสงสัยในการตายของสามี จึงยังยืนยันที่จะให้ส่วนกลางมาทำคดีนี้ต่อไป.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่