กรุงเก่าร้อนผวาพื้นที่อนุรักษ์ไม่เอาผังเมืองรวม

พระนครศรีอยุธยา-ประชาพิจารณ์ผังเมืองรวมกรุงเก่า”วงแตก”ชาวบ้านฮือประท้วงกลางที่ประชุมไม่เห็นด้วยร่างผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา ผวาพื้นที่อนุรักษ์โบราณสถาน รองผู้ว่าฯสั่งกลับไปทบทวนใหม่ นายกนครฯ ค้านไม่เห็นด้วย..

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่  25 ตุลาคม  ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อ.พระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์  ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นประธานในการประชุมรับฟังข้อคิดเห็นร่างผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา ที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมบริษัทที่ปรึกษาจัดขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางในการวางผังเมืองรวมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีประชาชนในหลายพื้นที่มาร่วมประชุมกว่า 1,000 คน ติดโบว์สีดำเพื่อแสดงสัญลักษณ์ถึงการไม่เห็นด้วยกับแผนเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา

โดยขณะที่กำลังจะเริ่มประชุมตัวแทนชาวบ้านได้ลุกขึ้นขอให้กลับไปทบทวนแผนการวางผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยาและประชาชนที่มาร่วมประชุมได้ลุกขึ้นเพื่อสนับสนุนให้กลับไปทบทวน ซึ่งทางชาวบ้านได้มองว่าพื้นที่ที่กำหนดพื้นที่ผังเมืองใหม่มีการวางผังเมืองให้เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นเขตสีน้ำตาล หรือ  พื้นที่อนุรักษ์  ซึ่ง ณ ปัจจุบันทางกรมศิลปากรได้ควบคุมพื้นที่เกาะเมืองอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.โบราณ  ซึ่งหากทางกรมโยธาธิการและผังเมืองวางพื้นที่อนุรักษ์ก็จะกระทบกับการทำมาหากินของประชาชน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการอ้างเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และมรดกโลกทำให้มีความไม่พอใจ และมีคำถามมากมายว่ามรดกโลกให้อะไรกับเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยส่วนใหญ่ยังเห็นว่าต้องทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าการประกาศเขตอนุรักษ์จะต้องไม่เสี่ยงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหมายถึงความเจริญเติบโตของเมือง โดยมีข้อห้ามมากมายที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเนื่องจากเป็นพื้นที่อนุรักษ์โบราณสถาน

ตัวแทนของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้พยายามอธิบายถึงเหตุและผลของการวางผังเมืองรวม จนกระทั่งนายนิวัฒน์  ภาตะนันท์รองผู้ว่า ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พ.ต.อ.สง่า  ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา  ได้ประเมินสถานการณ์และได้กล่าวสรุปว่า ทางจังหวัดฯ จะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองกลับไปทบทวนการวางผังเมืองรวมใหม่ และจะจัด ประชุมรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ ร่างผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา ใหม่อีกครั้ง  โดยชาวบ้านรับฟังและแยกย้ายกันไป ซึ่งการจัดทำเวทีเพื่อรับฟังความเห็นต่างๆ ก่อนประกาศใช้ผังเมืองรวมนี้ กำหนด 19 ขั้นตอน โดยครั้งนี้เป็นขั้นตอนที่ 4 เพื่อนำความคิดเห็นไปปิดประกาศภายใน 15 วัน ก่อนที่จะดำเนินขั้นตอนต่อไป แต่ปรากฏว่าการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 9 แล้ว ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบว่าการประชาพิจารณ์ที่ผ่านมา 8 ครั้งทำกันที่ใด เนื่องจากมีตัวเลขผู้เข้าร่วม 9,300 กว่าคน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นของประชากรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านมองถึงความโปร่งใสในการทำประชาพิจารณ์ด้วย

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการวางผังเมืองรวมเมืองพระนครศรีอยุธยา ในครั้งนี้ส่งผลกระทบในทุกๆ ด้าน  โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ  ที่ไม่มองถึงปัญหาในปัจจุบัน ว่ามีสภาพปัญหาอย่างไร ทั้งที่รัฐบาลส่งเสริมให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองรองด้านการท่องเที่ยว เป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมทั้งรถไฟความเร็วสูง  มอเตอร์เวย์สายต่าง ๆ แต่การวางผังเมืองครั้งนี้เหมือนเป็นการล้อมกรอบทางด้านเศรษฐกิจไม่ให้มีการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจ โดยการทำผังเมืองส่วนใหญ่อิงพื้นที่อนุรักษ์โบราณเป็นหลัก ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจ เพราะทุกวันนี้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรก็มีปัญหากับประชาชนต่อเนื่อง ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ก่อน ไม่เช่นนั้นหากผังเมืองรวมอ้างอิงพื้นที่อนุรักษ์ก็จะทำให้ยากต่อการทำประชาพิจารณแน่นอน ซึ่งตลอดเวลาที่มีการศึกษาข้อมูลก่อนการวางผังเมืองไม่เคยแจ้งให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น  จึงฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกลับไปทบทวนใหม่และรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากผังเมืองรวมครั้งนี้ด้วย

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่