ยกเลิกแถลงข่าวรวบสองมือยิงนักเรียนกรุงเทพช่างดับ หลังนักเรียนสองสถาบันมาล้อมโรงพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เตรียมจะแถลงข่าวรวบสองมือยิงนักเรียนกรุงเทพช่างดับ ต้องทำการยกเลิกการแถลงข่าวหลังนักเรียนของทั้งสองสถาบันมาล้อมโรงพัก เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมาตีกันจึงได้ทำการยกเลิกการแถลงข่าวทันที่เกรงว่าผู้ต้องหาจะไม่ได้รับความปลอดภัย และนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อฝากขังเข้าเรือนจำกลางสมุทรปราการ

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ พล.ต.ท.อำพล  บังรับพร ผบช.ภ.1  พล.ต.ต.ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชุมพล  พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิชิต  บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.พ.ต.อ.จำรัส  จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ได้นัดแถลงผลการจับกุมสองผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงนักเรียนกรุงเทพช่าง เสียชีวิตและบาดเจ็บที่บริเวณหน้าร้านใจดีเฟอร์นิเจอร์ ถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ไล่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาได้จำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายธนพล  หรือ เจล  แก่นคูณ อายุ 23 ปี และนายธีรโชติ หรือโชติ ชารัมย์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนปทุมวันได้ และได้วันนี้ได้นัดผู้สื่อข่าวเพื่อแถลงผลการจับกุม แต่ปรากฎว่าตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้นักเรียนกรุงเทพช่างฝ่ายผู้ตายและกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุหลายสิบคนได้เดินทางมารวมตัวกันที่หน้าโรงพัก สภ.สำโรงเหนือ และบนสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่หน้าโรงพัก สภ.สำโรงเหนือ โดยยืนจับกลุ่มกันที่หน้าโรงพักแต่ยืนคนละฝั่ง เจ้าหน้าที่เกรงว่าทั้งสองฝ่ายจะเกิดการประทะกันจึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการณ์พิเศษตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่สายตรวจนำกำลังมาเฝ้าสังเกตการณ์และรักษาความสงบ พร้อมทั้งยกเลิกการแถลงข่าวทันที่เกรงว่าผู้ต้องหาจะไม่ได้รับความปลอดภัย และนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อฝากขังเข้าเรือนจำกลางสมุทรปราการ

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 20 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งมีนักเรียนอาชีวะถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิตและบาดเจ็บที่บริเวณถนนสุขุมวิทขาออก หน้าร้านใจดีเฟอร์นิเจอร์  ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ ได้พบร่างของนายวีระพงษ์  เวียงนา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ต้นแขนข้างขาวได้รับบาดเจ็บ ใกล้กับพบศพของนายวายุ  ด่านชนะ  ถูกยิงเข้าที่ใต้ราวนมทะลุปอดและหัวใจนอนเสียชีวิตอยู่กับพื้นถนน ซึ่งทั้งสองเป็นนักเรียนของโรงเรียนกรุงเทพช่าง ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายวัยลุ่ยจำนวน 2 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามหลังผู้ตายและผู้บาดเจ็บมาก่อนใช้อาวุธปืนยิ่งใส่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บจนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ  ก่อนที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

จากการสืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้ในการหลบหนีและพยานบุคคลได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายธีรโชติ  ชารัมย์ และนายธนพล  แก่นคูณ ซึ่งเป็นนักเรียนของปทุมวัน หลังก่อเหตุทั้งสองได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าซอยสุขุมวิท 106 (สันติคาม )  และไปออกที่ซอยแบริ่ง 2 เลี้ยวขวาออกถนนแบริ่ง มุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์ และรถจักรยานยนต์ได้เกิดยางแตก ผู้ก่อเหตุทั้งสองจึงเลี้ยวเข้าไปในซอยแบริ่ง 5 เพื่อปะยาง แต่ร้านปิดผู้ก่อเหตุจึงขี่ไปที่ร้านปะยางในซอยแบริ่ง 48  หลังจากนั้นได้ขี่หลบหนีออกไปทางถนนศรีนครินทร์ เลี้ยวกลับ หลบหนีมุ่งหน้าไปทางบางพลี ออกคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิไปออกสุขุมวิทย่านบางปู โดยนายธนพล หรือเจล ซึ่งเป็นคนชี้เป้า ถูกจับกุมได้ที่บ้านพักในซอยมังกรนาคดี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่วนนายธีรโชติ หรือ โชติ ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ติดตามไปจับกุมได้ที่ค่ายอบรมที่วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน ที่ผู้ก่อเหตุเรียนอยู่จัดไปอบรมที่จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนนายกวีวัฒน์  หรือิฐ  เจริญรอด ซึ่งทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์พานายโชติ ไปก่อเหตุ ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ในขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามไปจับกุมที่จังหวัดอุบลราชธานี

จากการสอบสวนนายธีรโชติ มือลั่นไกร ได้ให้การว่าสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นเนื่องจากไมพอใจที่กลุ่มผู้ตายซึ่งเรียนอยู่กรุงเทพช่างปีนเกลียวไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่ฟันนักเรียนช่างกลปทุมวัน ที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จนได้รับบาดเจ็บ จึงได้ร่วมกันวางแผ่นล้างแค้นโดยที่นายธนพล หรือเจล เป็นคนชี่เป้า ส่วนนายกวีวัฒน์ เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยที่ตนนั่งซ้อนท้ายมาและใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและผู้บาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น