บทสรุปป่าแหว่งเจรจา2ฝ่ายชัดเจน-เร่งรังวัดแยกพื้นที่ศาลกับป่า

ทีมโฆษกเครือข่ายขอคืนผืยป่า สรุปข้อตกลงกับ”สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ”ตัวแทนรัฐบาล ประเดิม 27 พ.ค.61 ระดมประชาชนฟื้นฟูป่าภายในโครงการหมู่บ้านบ้านพักข้าราชการคุลาการ พร้อมร่วมธนารักษ์จะเข้ารังวัดพื้นที่ แบ่งแยกอาคารที่ทำการศาลกับพื้นที่ขอคืน ขอไม่เปิดเผยแนวทางต่อสู้เพื่อจะให้เกิดการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างอาคารอย่างถูกต้อง 

นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ  แถลงถึงผลการเจรจากับทางสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตัวแทนของเครือข่ายฯ จะเข้าไปร่วมคณะกรรมการ 2 ชุด ที่จะแต่งตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยคณะกรรมการฟื้นฟูพื้นที่ และคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างเพื่อคืนป่าสภาพสมบูรณ์ดังเดิมกลับมา โดยคณะกรรมการฟื้นฟูจะแบ่งการทำงานในระยะเร่งด่วน ระยะกลางหรือระยะที่รื้อย้ายอาคาร และระยะยาวหลังจากรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง

ส่วนคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เครือข่ายเรียกสั้นๆ ว่าคณะกรรมการรื้อย้ายฯ จะมีตัวแทนเครือข่ายและนักวิชาการรวมทั้งตัวแทนจากสภาวิศวกรรมสถาน เข้าไปร่วมในคณะนี้  หลังจากได้รับแต่งตั้งคณะกรรมการจะเริ่มทำงานทันที โดยทางเคริือข่ายได้ย้ำต่อที่ประชุมว่า จะต้องให้อำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการเรียกเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพราะนี่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการรื้อย้ายที่ถูกกฎหมายและปราศจากข้อกังขาจากทุกฝ่าย

นอกจากนั้น ภาคีเครือข่ายฯ ได้ตอบรับและจะเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูป่า 27 พ.ค.ร่วมกับภาครัฐ ภายในโครงการหมู่บ้านข้าราชการตุลาการ กิจกรรมนี้ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาผลกระทบที่จะลามมาถึงพี่น้องประชาชนด้านล่างบนพื้นราบ โดยกิจกรรมปลูกป่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมครั้งนี้จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนผูกริบบิ้นเขียวที่ข้อมือเป็นสัญลักษณ์ของประชาชนที่อยากเห็นดอยสุเทพกลับมาเป็นสีเขียวดังเดิม

นายบัณรส กล่าวอีกว่า ทางเครือข่ายจะระดมความเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพันธมิตร เสนอแนวทางฟื้นฟูฉบับประชาชนเข้าไปในคณะกรรมการนี้ โดยเห็นว่า การฟื้นฟูสภาพป่าจะเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างลงไป ซึ่งเบื้องต้นทางสนง. ธนารักษ์เชียงใหม่ จะเข้ารังวัดพื้นที่ แบ่งแยกอาคารที่ทำการศาลกับพื้นที่ขอคืน ในวันที่ 10 พ.ค. นี้ โดยทางเครือข่ายจะส่งตัวแทนเข้าไปร่วมชี้แนวเขต ถือว่าเป็นอีกความคืบหน้าที่จับต้องได้ ที่เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จหลังจากที่พวกเรา เริ่มเรียกร้องรณรงค์

ขณะที่ข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากที่ประชุม บอกว่า ผู้รับเหมามีกำหนดส่งมอบงานให้กับสนง.ศาลยุติธรรมในวันที่ 20 มิ.ย. 2561 จึงมองว่า หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการภาคสนามเพื่อการนำไปสู่การขอคืนพื้นที่ป่าและรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง เพราะจะเปิดให้ทีมงานคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างของเครือข่ายฯ จะได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านน้ำและธรณีวิทยาฝ่ายประชาชน ไปเก็บข้อมูลหลักฐาน ยืนยันประกอบข้อเสนอการให้รื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างลงมาตามวิธีที่ที่เครือข่ายฯ กำหนดแนวทางไว้

“เราเชื่อว่า การที่ตัวแทนประชาชนได้อำนาจจัดการจากคณะกรรมการร่วมฯ จะเอื้อให้การทำงานเก็บหลักฐานรวบรวมข้อมูลต่างๆ ง่ายขึ้น โดยเครือข่ายฯ ขอไม่เปิดเผยแนวทาง/วิธีการต่อสู้เพื่อจะให้เกิดการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างอาคารทั้งปวงไว้ก่อน พร้อมๆ กันนี้ จะเปิดระดมความเห็น แนวทาง/วิธีการจากผู้รู้ ผู้สนใจทั่วประเทศ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเห็นว่า แท้จริงแล้ว มีช่องทางต่างๆ มากมายที่ให้สามารถตัดสินใจ และแสดงให้เห็นว่า มีแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้รื้อย้ายอาคารรุกป่า จากทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะแค่จากจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น” นายบัณรส กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการรื้อย้ายอาคารออกไปก็เช่นกัน! ที่เราจะใช้วิธีการที่ปราศจากข้อกังขา สง่างาม เป็นธรรม และชอบด้วยกฎหมาย โดยทางเครือข่ายฯ มองเห็นช่องทาง และวิธีการที่ถูกต้องชอบธรรม ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ เพื่อรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างตามเจตนาของเราแล้ว หากแต่ยังต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ ตามหลักวิชาการประกอบข้อเสนอให้ถูกต้องตามระเบียบราชการ

เครดิตภาพ-นพ.สมหมาย เอี่ยวประดิษฐ์

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ กดอ่านที่นี่