สุดยอดอันซีนมหัสจรรย์ตีคลีไฟมอหินขาวสโตนแฮนจ์เมืองไทย

“มีให้ชมหนึ่งเดียวในโลกที่เมืองชัยภูมิจัดใหญ่ส่งท้ายต้อนรับปีใหม่61ชมมหัสจรรย์สุดยอดอันซีนแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งเดียวในเมืองไทยอเมซิ่งไทยแลนด์”

ที่จังหวัดชัยภูมิเตรียมพาไปสัมผัสสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวการละเล่นโบราณเชิงการละเล่นกีฬาโบราณตีคลีไฟที่มีให้ชม1ปีมีครั้งเดียวหนึ่งเดียวในเมืองไทยหรือในโลก พร้อมเตรียมต้อนรับเทศกาลต้อนรับปีใหม่เคาท์ดาวน์ที่สวนหินเก่าแก่195ล้านปีที่มอหินขาว”สโตนเฮนจ์เมืองไทย”ติดอันดับหนึ่งเดียวในโลกสุดหาชมได้ยากของเมืองไทย ที่เมืองพญาแลในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2561 นี้

วันนี้ (7 ธ.ค.60) เมื่อเวลา 10.30 น. นายณรงค์  วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยตัวแทนทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดแถลงข่าวความพร้อมเตรียมจัดงานต้อนรับเทศกาลฤดูท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวประจำปีครั้งใหญ่อีกปี ณ สวนอาหารโสเจ๊ง ในช่วงใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปี 2561 ที่จะถึงนี้ เพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลกได้มาสัมผัสความหลากหลายกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ถือว่าจ.ชัยภูมิ ที่หาชมได้ยากและติดอันดับได้รับความนิยมไปทั่วโลกในปัจจุบัน

ที่มีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวสุดยอดอันซีนไทยแลนด์ ติดอันอับมีเพียงแห่งเดียวในโลกครั้งใหญ่อีกครั้งในปีนี้ ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรมประเพณีการละเล่นแบบโบราณมายาวนานนับหลายร้อยปี ในงานมหัสจรรย์ตีคลีไฟ กีฬาพื้นบ้านโบราณ หรือที่คนทั่วไปต่างกล่าวขานว่าเป็นหมู่บ้านเมืองคนไม่กลัวไฟ ประเดิมต้อนรับเทศากลท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างยิ่งใหญ่ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในตลอดช่วงเดือนธันวาคม 2560 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561  จากนี้ไป

และต่อด้วยงานสุดยอดเทศกาลต้อนรับปีใหม่ ชวนชมมาร่วมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ ท้ามาสัมผัสความหนาวเย็นต่ำกว่า 10 องศา บนเทือกเขาภูแลนคาที่มีระดับความสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 900 เมตรบนสวนหินอายุเก่าแก่กว่า 195 ล้านปี หนึ่งเดียวในสยามที่ได้รับฉายานามว่า”สโตนเฮนจ์เมืองไทย “ชวนนักท่องเที่ยวมา“โต้ลมหนาวที่มอหินขาว”เมืองชัยภูมิ  และอีกหลากหลายกิจกรรมไปต่อเนื่องจนถึงเดือนก.พ.2561 นี้ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในปีนี้

โดยเริ่มต้นด้วยกิจกรรม “งานมหัศจรรย์ประเพณีตีคลีไฟที่ชัยภูมิ ประจำปี 2560” ในระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคม 2560  ณ บริเวณลานวัดแจ้งสว่าง ของหมู่บ้านหนองเขื่อง ต.กุดต้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ที่มีประเพณีเล่นกีฬาตามตำนานโบราณสืบทอดกันมาเก่าแก่หลายร้อยปี ที่ประยุกต์มาจากการละเล่นพื้นบ้านที่แปลกและท้าทาย มีให้ชมเพียงแห่งเดียวในโลก

ที่เดิมคนในชุมชนแห่งนี้ ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี หลังจากว่างจากการทำไร่ทำนาของชาวบ้าน โดยจะมีการรวมกลุ่มกันที่ริมบึงหนองเขื่อง แหล่งน้ำแห่งเดียวประจำตำบล และมีการเล่นตีก้อนไม้ที่ทำมาจากต้นงิ้วหรือต้นนุ่น ตัดมาทำขนาดเท่าลูกฟุตบอลขนาดเล็ก  และใช้เหง้าไม้ไผ่ที่มีในชุมชนมาเป็นไม้ตี ก่อนที่จะใช้ลูกไม้งิ้วมาเผาเพื่อช่วยกลายหนาวให้กับตนเองระหว่างรอคิวลงอาบน้ำในบึง ก็ใช้ลูกงิ้วที่เผาไฟที่มีความพิเศษคืดติดไฟง่ายและอยู่ได้นาน เมื่อนำมาตีด้วยเหง้าไม้ไผ่  ไปยังฝ่ายตรงกันข้ามตีส่งกันไปมา ก็จะเกิดมีประกายไฟสวยงาม

จนเริ่มแรกมีการแข่งตีลูกคลีไฟในระยะไกลกัน ที่ว่าใครมีกำลังตีได้ไกลที่สุด ก็จะชนะ และคนที่นั่งรอดูก็จะเห็นแสงไฟของลูกงิ้วพุ่งไปไกลอย่างสวยงามไปทั่วหมู่บ้าน และต่อมาก็เริ่มมีการตั้งแข่งกันเป็นทีมแต่ละฝ่าย มี 5 -7 คนบ้าง ที่จะมีผู้รักษาประตู ของแต่ละฝ่าย จนคล้ายกีฬาฮอกกี้ มาก จนมีการจัดการแข่งขันเป็นกีฬาประเพณีระหว่างหมู่บ้านกันมายาวนานจนปัจจุบันมาหลายร้อยปี

ที่จะมีการจัดเป็นกีฬาสาธิตประจำชุมชนขึ้นในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติจากทั่วโลกที่สนใจต่างมุ่งเดินทางเพื่อจะมาดูชมการละเล่นกีฬาโบราณมหัศจรรย์ ตีคลีไฟที่จ.ชัยภูมิ เป็นจำนวนมากนับหลายแสนคนเป็นประจำทุกปี ที่ถือว่าหนึ่งปีมีให้ชมเพียงครั้งเดียวเพราะไม่มีให้ชมที่ไหนได้อีกแล้วในเมืองไทย มีเพียงแห่งเดียวในโลกที่จ.ชัยภูมิ ก็ว่าได้

ซึ่งการละเล่นนี้ยังช่วย สานพลังความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพที่ดีของคนในชุมชนมาต่อเนื่องยาวนานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นทางจังหวัดจึงมีการเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีการละเล่นวัฒนธรรมอันดีงามของชาวจ.ชัยภูมิ ในจุดนี้ไว้ได้มาอย่างต่อเนื่องที่มีเหลือแห่งเดียวในเมืองไทย

จึงอยากขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้และสัมผัส ประเพณีกีฬาโบราณของชาวอีสานไปพร้อมกันในปีนี้ โดยภายในงาน ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แข่งขันตีคลีโหลนประเภทต่างๆ เช่น ตีคลีโหลนหรือตีไกล ตีคลีลอดบ่วง ตีคลีชนหลัก พร้อมทั้งมีการแสดง แสง สี เสียง ตำนานคลีไฟ รำวงย้อนยุค การแข่งขันเรือพาย จัดตลาดย้อนยุค “เดิ่นแซบ เดิ่นนัว” และจำหน่ายสินค้า OTOP  ให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยว ชิม ช็อป อย่างจุใจ ตลอด 2 วันในระหว่างวันที่ 15-16 ธ.ค.60 นี้ ที่หากนักท่องเที่ยวใครยังไม่มีโปรปกรมไปไหนก็ลองมาสัมผัสบรรยากาศในครั้งนี้ได้

และต่อเนื่องด้วยอีกกิจกรรมที่น่าสนใจของจังหวัดชัยภูมิตลอดฤดูหนาวนี้ คือชวนมาสัมผัสบรรยากาศ “โต้ลมหนาวที่มอหินขาว” ที่จ.ชัยภูมิ อีกหนึ่งสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อระดับโลก สโตนเฮนจ์เมืองไทย ที่เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ณ แหล่งท่องเที่ยว มอหินขาว บนอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ที่จะมีนักท่องเที่ยวมารอสัมผัสบรรยากาศท้าลมหนาว กับอีกหลากหลายกิจกรรม

บนยอดภูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ “มอหินขาว” เริ่มตั้งแต่กิจกรรมกางเต้นท์ นอนนับดาว ท่ามกลางขุนเขา และเสาหินที่ตั้งตระหง่านบนมอหินขาว ที่มีอายุเก่าแก่ กว่า 195 ล้านปี อยู่บนเทือกเขาภูแลนคาที่มีระดับความสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 900 เมตรขึ้นไป และทุกๆวันที่พระจันทร์เต็มดวง เสาหินจะส่องแสงขาวนวล สวยงามมาก อีกทั้งในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูหนาว จะมีอากาศหนาวเย็น เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อน ทั้งกางเต้นท์ และชมวิวทิวทัศน์บนยอดภูแห่งนี้

โดยในปีนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะให้จังหวัดชัยภูมิเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับกิจกรรมครอบครัว เพื่อน หรือคู่รัก ก็สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิ ยาวไปตลอดช่วงถึงวันที่ 14 ก.พ. วันแห่งความรักที่ได้เปิดให้มาจดทะเบียนสมรสกันที่นี่ด้วยสัญญาลักษณ์มอหินขาวที่มีอายุยืนยาวมานานกว่า 195 ล้านปี

โดยจะเริ่มจากกิจกรรมที่สะท้อนความเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่เอาใจคนรักสุขภาพ ด้วยกิจกรรมสำหรับนักวิ่ง “มินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน” ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2560 ณ มอหินขาว เต็มอิ่มกับการก้าวไปข้างหน้า บนเส้นทางทางแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาเส้นทางวิ่งที่ท้าทาย และบรรยากาศใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครในโลก

ด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมล้นด้วยมนต์เสน่ห์ทางธรรมชาติ “มอหินขาว” จึงเป็นสถานที่ในดวงใจของนักท่องเที่ยวที่ติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของเมืองไทยและของโลก ในการนับถอยหลัง รอต้อนรับศักราชใหม่ ในค่ำคืนของวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จะมีการจัดกิจกรรม “เคาท์ดาวน์โต้ลมหนาวที่มอหินขาว” พร้อมรับมงคลแสงแรกของปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2561 ด้วยการตักบาตรพระสงฆ์ ให้ได้อิ่มบุญและอิ่มใจ จนอยากหาโอกาสกลับมาอีก

ตอกย้ำด้วยกิจกรรมสำหรับคนที่รักการดูแลสุขภาพ ด้วยกิจกรรมสองล้อคู่ใจ ปั่นจักรยานบนมอหินขาว ระหว่างวันที่ 6-7 มกราคม 2561 ซึ่งที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักปั่นจากทั่วประเทศ ที่ปั่นขึ้นมาพิชิตกันถึงยอดภู “มอหินขาว”

และปิดท้ายการส่งเสริมการท่องเที่ยวโต้ลมหนาวที่มอหินขาว ในเดือนแห่งความรัก ด้วยกิจกรรม “รักนี้…ที่มอหินขาว” ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเปิดให้คู่รักสามารถลงทะเบียนเพื่อขึ้นไปจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก โดยให้เสาหินโบราณเป็นพยานรัก ซึ่งเชื่อกันว่า คู่รักที่มาจดทะเบียนที่นี่ จะมีความรักที่ยืนยาว เหมือนกันอายุของเสาหินที่ตั้งตระหง่านมาได้จนปัจจุบันมากกว่า 195 ล้านปี

ซึ่ง“หลากหลายกิจกรรม ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวไปทั่วประเทศและทั่วโลก นายณรงค์  วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจัดอันดับให้มอหินขาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจตลอดฤดูหนาวนี้มาตลอดจนได้รับความนิยมไปทั่วโลกมาได้จนทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นขาลุยสะพายเป้ ชอบถ่ายรูปแนวฮิปส์เตอร์ คนที่ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายที่กำลังมองหาเส้นทางใหม่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หรือแม้แต่คู่รักที่อยากสร้างความประทับใจด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ มอหินขาว จะถูกตราไว้ในใจของนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน ใครยังไม่เคยมา อยากให้เปิดใจ ชาวชัยภูมิยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยความเต็มใจ” นายณรงค์ กล่าวและว่า

“ที่ทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดได้อีกนับหลายพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว”

รายงานข่าวพิเศษโดย สุทธิพงศ์  เสฏฐรังสี

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่