นำกาบกล้วยมาทำเป็นกระเป๋าจนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ

ราชบุรี    ต้นกล้วยที่มีอยู่มากมายในท้องถิ่น ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ต้นยันใบ ลำต้นนำไปทำเป็นเชือกกล้วยมัดสิ่งของดูเหนียวคงทนแข็งแรง ไส้ในที่เรียกว่า “ หยวกกล้วย ” ของลำต้น นำไปประกอบอาหาร กินได้ทั้งคนและสัตว์ ส่วนใบก็จะนำไปห่อขนม หรือ ทำบายศรีบูชาเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ  หลังจากที่กล้วยให้ผลผลิตตัดเครือออกไปแล้ว ต้นกล้วยก็จะถูกตัดทิ้งให้เน่าสลายไปในร่องสวนโดยเปล่าประโยชน์

        แต่สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรีกลับมีแนวคิดที่จะนำต้นกล้วยน้ำว้า ต้นกล้วยตานี มาสร้างมูลค่าเพิ่ม  ด้วยการนำส่วนของกาบกล้วยมาผลิตเป็นกระเป๋าแฟชั่นได้อย่างสวยงาม อีกทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น หมวก เป้ กล่องใส่เอกสาร สมุดโน๊ต โดยกลุ่ม ฯ ยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาต่อยอด นำกาบกล้วยมาสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ตานี กระเป๋าแต่ละชิ้นจะมีรูปลักษณ์สวยงามแปลกตา ที่สำคัญใช้ได้นานหลายปีไม่เปียกน้ำ เสมือนเป็นการใช้กระเป๋าหนังอีกด้วย  ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นล้วนแต่เกิดจากแรงบันดาลใจ ความใส่ใจ และจินตนาการใช้ธรรมชาติมาช่วยแต่งแต้มสีสันให้มีความงดงามในรูปแบบตามจินตนาการกลายเป็นอัตลักษณ์ของวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ที่ได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับ นิสิต นักศึกษาและผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ สามารถนำกลับไปพัฒนาต่อยอดสร้างอาชีพ  สร้างรายได้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

      ซี่งนายธนากร สดใส  อายุ 31 ปี  ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี  ก็เล่าให้ฟังถึงแนวคิดนี้ว่า ผลิตภัณฑ์ของตนที่ทำขึ้นมานั้นได้รับรางวัลชนะเลิศ OTTOP KBO CONTEST 2019  การประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้ (KBO ) จังหวัดดีเด่น ระดับประเทศ จากกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่  18 สิงหาคม พ.ศ.  2562  สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นอย่างกระเป๋าใบขนาดเล็ก จะมีความยากแตกต่างกับใบใหญ่ เพราะการไล่เฉดสีถ้าไม่เข้าใจสีที่ธรรมชาติให้มา กระเป๋าใบนั้นก็จะไม่มีมิติไม่มีความเป็นตัวตน อย่างต้นกล้วย  1 ต้น จะได้กระเป๋า 1 ใบ ให้เฉดสีที่แตกต่างกัน เอกลักษณ์จุดเด่นของกาบกล้วยตานี คือ 1 ต้น 1 ใบ ไม่เหมือนใคร ส่วนความนิยมขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ของโลก หรือ งานรักษ์โลก ถือเป็นงานรีไซเคิลเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ของกลุ่มฯ และในสัมมาชีพที่เกี่ยวข้องของในหลวงรัชกาลที่ 9  ชิ้นงานกาบกล้วยเสมือนหนังมีแรงบันดาลใจคือ จะไม่เบียดเบียนสัตว์ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และยังผนวกเข้ากับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

     ส่วนเรื่องความคงทนของกระเป๋าเปรียบได้กับความคงทนเสมือนหนังที่เป็นงานธรรมชาติ แต่ไม่ได้เทียบเท่าของหนัง อายุการใช้งานประมาณ 5 ปีขึ้นไป แต่หากดูแลใส่ใจดีจะอยู่ได้ประมาณ 10 ปี  ตามผลวิจัยนวัตกรรมกาบกล้วยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มฯได้ทำบายศรี พิธีกรรม และงานวัฒนธรรมต่างๆ และยังได้รับการคัดเลือกรับรางวัล วัฒนคุณาธร  เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2562  จากนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการรกระทรวงวัฒนธรรม  ถือเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม  ภายหลังจากที่ได้ทำเรื่องเกี่ยวข้องให้กับชุมชน สิ่งแวดล้อม  หรือ บวร บ้าน วัด โรงเรียน โดยการนำองค์ความรู้ต่างๆของในหลวงรัชกาลที่ 9  มาช่วยสร้างสัมมาชีพให้กับประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ทำให้ชุมชนเกิดรายได้ ชาวบ้านที่ว่างงานได้มีงานทำ และให้ทุกคนได้ตระหนักถึงต้นกล้วยที่หลายคนมองว่าไร้ค่า  นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มกลายเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของชุมชนเจ็ดเสมียน ภายใต้ แบรนด์ตานี ทำให้เกิดชิ้นงานที่มีลวดลายจากธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ราคาเริ่มตั้งตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท โดยเฉพาะตามหน่วยงานต่างๆ ตอนนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่หลายคนกำลังมองหาของฝาก ของที่ระลึกทำให้มีการสั่งเข้ามาขณะนี้จนทำแทบไม่ทัน

                 ต้นกล้วยที่มองว่าไร้ค่า กลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ที่นำแนวติดสร้างสรรค์ ออกแบบชิ้นงานได้อย่างลงตัว สวยงาม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นนวัตกรรมรักษ์โลกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาเรียนรู้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณธนากร สดใส  โทร  099 – 1499746

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดราชบุรี กดอ่านที่นี่