ประชุมทุกภาคส่วนวางแผนใช้น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ให้เพียงพอตลอดหน้าแล้ง

เขื่อนอุบลรัตน์

ขอนแก่น – ชลประทานหันหน้าถกการไฟฟ้าฯ สิ่งแวดล้อม และผู้ใช้น้ำ วางมาตรการใช้น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ให้ถึงฤดูแล้งปีหน้า หลังมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยที่สุดในรอบ 53 ปี

วันนี้ ที่ห้องประชุมใหญ่สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้มีการประชุมร่วมระหว่าง กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เขื่อนอุบลรัตน์ กลุ่มผู้ใช้น้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางมาตรการบริหารจัดการน้ำในสภาวะน้ำน้อย  เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคจนถึงฤดูแล้งปีหน้า

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์สะสมเพียง 371 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้อยกว่าปี 2536 ซึ่งมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ 567 ล้าน ลบ.ม. ถือว่า ปีนี้มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ น้อยที่สุดในรอบ 53 ปี ตั้งแต่เริ่มสร้างเขื่อน  ทำให้ในปัจจุบันเขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำเก็บกักเพียง 631 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำเพื่อสนับสนุนการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ วันละ 300,000 ลบ.ม.

ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างฯ อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยมาก ทางสำนักงานชลประทานที่ 6 จึงได้เชิญ กฟผ.เขื่อนอุบลรัตน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 สนง.ประมงจังหวัด สนง.เกษตรจังหวัด ภาคอุตสาหกรรม และ กลุ่มผู้ใช้น้ำฯ มาหารือและรับทราบสถานการณ์น้ำ พร้อมวางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ร่วมกัน

โดยจากการประเมินแผนความต้องการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ปลายฤดูฝนปี 62 และฤดูแล้งปี 62/63 พบว่า มีความต้องการใช้น้ำทั้งการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ การประปา และอุตสาหกรรม ประมาณ 189 ล้าน ลบ.ม. แต่เขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำต้นทุนที่ใช้การได้อยู่เพียง 50 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น ซึ่งคาดว่า จะเพียงพอเฉพาะการอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศเท่านั้น

สำนักงานชลประทานที่ 6 โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย จึงได้ประกาศแจ้งกำหนดการหยุดส่งน้ำเพื่อการปลูกพืชฤดูฝนปี 2562 และสถานการณ์น้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งปี 2562/63 เพื่อแจ้งให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์  โดยจะส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ตลอดลำน้ำพอ และแม่น้ำชีถึงเขื่อนระบายน้ำวังยาง จังหวัดมหาสารคาม ให้เพียงพอตลอดฤดูแล้งปี 62/63

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้กล่าวถึงมาตรการในการเฝ้าระวังสถานการณ์ว่า ได้แจ้งให้ทุกภาคส่วนสำรวจความต้องการใช้น้ำดิบเพื่อผลิตประปาหมู่บ้าน และแหล่งน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อการบริหารจัดการแหล่งน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ภาคการเกษตรได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรสำรองน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติและปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลอดสองฝั่งลำน้ำพองและแม่น้ำชี

ด้านการประมงได้ประสานประมงจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 เฝ้าระวังและติดตามคุณภาพน้ำในลำน้ำพองและแม่น้ำชีอย่างใกล้ชิดเนื่องจากไม่มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะระบายไปเจือจาง อาจจะทำให้คุณภาพน้ำในลำน้ำพองต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง  สำหรับภาคอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือให้วางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัดและจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ รวมถึงขอความร่วมมือจากท้องถิ่นให้เก็บน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำขนาดเล็กให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนอุบลรัตน์มีความจำเป็นต้องสำรองไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุด จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ ใช้น้ำอย่างประหยัด และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคไปจนถึงฤดูแล้งหน้า

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่