พิสูจน์หลักฐานชี้ชัด ช้างป่าอ่างฤาไนถูกยิงทะลุกะโหลกตาย ด้วยปืนรีวอลเวอร์ทำลายสูงกระสุนฝังในสมอง

สระแก้ว – ผอ.สบอ.2 ระบุผลผ่าพิสูจน์ตรวจซากช้างป่าอ่างฤาไน ที่หน่วยพิทักษ์ป่าศูนย์บริหารจัดการช้างป่าเขาตะกรุบ ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พบช้างป่าถูกชาวบ้านยิงตายในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยปืนรีวอลเวอร์หมุนขวา .38 หรือ .357 พลังทำลายสูง กระสุนฝังในโพรงกะโหลกสมองตายอย่างเฉียบพลัน

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 7 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวว่ากรณีเหตุช้างป่าอ่างฤาไน จากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน บริเวณป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ถูกชาวบ้านยิงสวนด้วยปืนลูกซองตายในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (สบอ.2) ศรีราชา เปิดเผยว่า วันนี้ (7 ต.ค.) ภายหลังรองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอสนามชัยเขต และตนเอง พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์ สสป.สบอ.2 ศรีราชา , สัตวแพทย์ประจำ สพล.กระบกคู่ ,หัวหน้าและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน, เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 1306 , กำนัน , เจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าพื้นที่บริเวณบ้านคลองเตย ม.21 ต.ท่ากระดาน เพื่อตรวจสอบซากช้างป่า จำนวน 1 ตัว เพศเมีย น้ำหนักตัวประมาณ 3,000 กิโลกรัม อายุประมาณ 15-17 ปี นอนล้มตายในสวนปาล์ม ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าของสวนปาล์ม ชื่อ นายตวงพร แซ่เตียว อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 611/1 ม.2 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 6 ต.ค.62 ขณะมาเฝ้าสวนปาล์ม มีช้างฝูงเข้ามากินยอดปาล์ม ตนเองเข้าไปไล่ ช้างป่าได้วิ่งเข้าใส่ตนเอง จึงใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวและวิ่งหนี มาทราบภายหลังว่า ช้างตายจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

 

นายเผด็จ กล่าวอีกว่า เมื่อได้ร่วมกันตรวจสอบภายนอกของซากช้าง พบรอยบาดแผลคล้ายรอยกระสุนบริเวณหัวเหนือตาด้านขวา จำนวน 1 รอย มีรอยเลือดออกจากแผลกองในพื้นดินเล็กน้อย สภาพโดยรอบซากช้างป่า ไม่พบร่องรอยการดิ้นหรือชักก่อนตาย พบขี้ช้างมีของเหลวลักษณะมูกปนเลือดเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายซากช้าง เพื่อทำการผ่าชันสูตร ณ หน่วยพิทักษ์ป่าศูนย์บริหารจัดการช้างป่าเขาตะกรุบ ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โดยมี นายวีระพงษ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ,นายเอนก วงศ์ษา หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ ,สพ.ญ. ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ประจำ สสป.สบอ.2 (ศรีราชา) ,สพ.ญ. กมลสิริ โพธิ์เดช สัตวแพทย์ประจำ สพล.กระบกคู่และทีมงานสัตว์แพทย์ ได้ร่วมกันผ่าซากช้างพิสูจน์ ซึ่งผลการตรวจสอบชันสูตร โดยเริ่มผ่าชันสูตรเวลา 15.00 น. มีรายละเอียด โดยทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบพบร่องรอยลักษณะเป็นรูวงกลม บริเวณหน้าผากข้างขวา จึงทำการผ่าเปิด พบกระสุนปืนทะลุกะโหลกเป็นรูเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม. โดยพบหัวกระสุนปืนจำนวน 1 หัว ฝังในโพรงกะโหลกที่มีเนื้อสมอง และพบสะเก็ดตะกั่วบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก

ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (สบอ.2) ศรีราชา กล่าวอีกว่า ทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว ทำการตรวจพิสูจน์สันนิษฐานว่า เป็นลูกกระสุนปืนชนิด .38 (9 มม.) หรือ .357 เป็นปืนรีวอลเวอร์หมุนขวา ซึ่งจะต้องรอผลพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันอีกครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบใบต้นปาล์มอยู่ภายในช่องปาก ในลักษณะที่ช้างป่าตัวดังกล่าวกัดแน่น ,พบว่าอวัยวะภายใน มีอาหารเต็มกระเพาะ ลำไส้ไม่พบว่ามีลูกในท้อง แต่พบว่าเต้านมช้างยังมีการสร้างน้ำนม คาดการณ์ว่าเพิ่งคลอดลูก หรือมีลูกอ่อน และพบเยื่อเมือกสีแดงบริเวณอวัยวะเพศ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบว่าภายในหัวใจมีวิการ Chicken fat clot ซึ่งเกิดจากการตายอย่างฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และสัตว์แพทย์ได้ทำการเก็บตัวอย่างอวัยวะ เพื่อส่งตรวจโรคและความผิดปกติของอวัยวะเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งทำการเก็บขนายทั้งสองข้าง ข้างขวา ยาว 28 ซม. และข้างซ้าย ยาว 29 ซม. โดยเก็บรักษาไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และทำการฝังกลบตามหลักวิชาการ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าเขาตระกรุบ เมื่อช่วงเวลา 21.30 น.ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุการตายเกิดจากการถูกยิงทะลุกะโหลก ซึ่งเป็นการตายอย่างเฉียบพลัน โดยสอดคล้องการวิการที่พบภายในหัวใจ ซึ่งจากการผ่าชันสูตรสภาพกล้ามเนื้อของซากช้าง ที่ยังไม่แข็งตัวเต็มที่ ประเมินการตายได้ว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวนี้ตายไม่เกิน 12 ชั่วโมง ก่อนการผ่าชันสูตร

————————————-

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่