อดีตผอ.รร.ตามแนวเกษตรพอเพียงใช้ชีวิตหลังเกษียณลดใช้เคมีสร้างสุขภาพสร้างรายได้(คลิป)

ชัยภูมิ – ทำแปลงเกษตรผสมผสานแบบพอเพียง ปลูกดอกดาวเรืองขายสร้างรายได้งามในทุกวันพระและช่วงเทศกาลวันสำคัญ-ใกล้ช่วงเทศกาลวันออกพรรษา หลังวัยเกษียณมานานกว่า 7 ปี หันใช้ชีวิตแบบพอเพียงทำไร่นาแบบสวนผสมไม่ต้องซื้อใครบริโภค เหลือก็ส่งขายเป็นรายได้เสริม ทั้งโดยเฉพาะการงดหยุดเลิกไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูกยังเป็นการช่วยเสริมสุขภาพให้กับตัวเองไม่เจ็บป่วยแข็งแรงมาได้จนปัจจุบันอายุกว่า 67 ปี ก็ยังมีสุขภาพแข็งแรงสามารถเดินเหินได้ปกติและยังไม่เคยเจ็บป่วยเข้า รพ.เลย!

( 7 ต.ค.62 ) ที่จ.ชัยภูมิ จะพาไปดูชีวิตหลังวัยเกษียณที่เพิ่งเป็นช่วงที่ผ่านมาไม่นานของต้นเดือน ต.ค.62 หรือของทุกช่วงเดียวกันของทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องบอกว่าจากนี้ไปจะเป็นช่วงที่ประเทศไทยจะมีประชากรที่อยู่ในกลุ่มผู้สูงวัยในประเทศไทยโดยรวมสูงเป็นจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องจากปี 2562 เป็นต้นไปตามมามากกว่า 25 % จากประชากรโดยรวมของประเทศไทยทั้งหมดในปัจจุบัน

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่พ้นวัยเกษียณออกมาแล้ว จะเลือกใช้ชีวิตประจำวันและมีกิจกรรมให้กับตัวเองต่อไปอย่างไร วันนี้จึงอยากจะลองพาไปดูชีวิตหลังเกษียณมานานกว่า 7 ปี ของอดีต ผู้อำนวยการโรงเรียนรายหนึ่งที่จ.ชัยภูมิ คือ นายทวี  ยศพิทักษ์ อายุ 67 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขามป้อม  ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่  240 หมู่ 6 บ้านข้ามป้อม ต.กุดเลาะ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ หลังจากเกษียณอายุราชการมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.2555

เขาได้เลือกหันมาใช้ชีวิตเดินตามแนวเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวทางของในหลวง ร.9 เลือกใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ด้วยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพราะเป็นความรักตั้งแต่สมัยยังรับราชการอยู่ และได้สะสมเงินไว้ซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตรแต่ก็ไม่มากนักประมาณ 10 ไร่

ที่จะเน้นในแปลงเพาะปลูกทั้งหมด จะไม่ใช้สารเคมีเด็ดขาด ที่ปัจจุบันได้ปลูกดอกดาวเรืองและเลี้ยงห่าน เป็ด ไก่ และเลี้ยงจิ้งหรีด แปลงเกษตรพืชผักสวนครัวที่พอปลูกเก็บไว้กินเองได้ทั้งหมด แบบไม่ต้องไปหาซื้อมารับประทานเลย และส่วนที่เหลือก็ยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้เสริมให้กับตัวเองในวัยเกษียณได้อีกในแต่ละเดือนเป็นจำนวนหลักหมื่นบาท

ซึ่งแรกๆ อดีต ผอ.รร. วัย 67 ปี รายนี้ กล่าวว่า แรกๆก็เป็นรายได้เสริมแต่ปัจจุบันกลับสามารถสร้างรายได้ประจำให้เป็นอย่างดีตามมาได้ เมื่อเกษียณอายุราชการมานานกว่า 7 ปี แล้ว ก็เริ่มมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นจึงได้ทดลองปลูกแปลงดอกดาวเรืองขึ้น ด้วยวิธีการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต  จนพบวิธีการปลูกและแหล่งจำนวนเมล็ดพันธุ์ ซึ่งลงทุนเริ่มต้นไม่มีมากแค่หลักพันบาท ซึ่งตนเองมีพื้นที่อยู่แล้ว จึงไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มมากนัก

และใช้เวลาทดลองปลูกดอกดาวเรืองประมาณครึ่งปี ก็รู้วิธีการดูแลจนดอกดาวเรืองออกดอกสวยงามมาก จึงเริ่มมีพ่อค้าในตลาดชุมชนใกล้บ้านมาเห็น ก็เริ่มมีคนเข้ามาติดต่อขอซื้อปรากฏว่าตลาดมีความต้องการมากเนื่องจากดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่ชาวบ้านนิยมนำไปร้อยพวงมาลัย และถวายพระ

ซึ่งมีตลาดรองรับจำนวนมากหลายวันต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นทุกวันพระ ทุกช่วงวันเทศกาลสำคัญต่างๆที่มีต่อเนื่องตลอดเกือบทั้งปีก็ว่าได้ จึงทำให้ได้ราคาค่อยข้างสูงถึงดอกละห้าสิบสตางค์ถึงหนึ่งบาท  โดยเฉพาะก่อนวันพระจะตัดไปส่งประมาณครั้งละ 2,000-3,000 ดอก  ปัจจุบันจึงคิดที่จะขยายพื้นที่ปลูกจากเดิม 2 ไร่ เป็น 3-4 ไร่ เพื่อให้ทันกับการความต้องการของตลาดเพราะดีกว่าทิ้งพื้นที่ติดกันที่เหลือในบริเวณ 10 ไร่ ให้ทิ้งไปเสียเปล่า ซึ่งก็เป็นการที่เรามีพื้นที่ไม่มากนัก ในบริเวณ 10 ไร่ ที่ก็ถือว่าพอเพียงตามกำลังร่างกายตนเองที่ยังดูแลได้ และการทำการเกษตรแบบพอเพียง ทั้งพืชผักผลิตปลอดสารเคมี ยังเป็นการช่วยเสริมเสริมให้สุขภาพเราแข็งแรงไม่เจ็บป่วยมีอายุยืนตามมาได้ในครั้งนี้อีกด้วย

นายทวี  ยศพิทักษ์ อดีต ผอ.รร. เล่าอีกว่า นอกจากการปลูกดอกดาวเรือง  ตนยังได้ปลูกผักสวนครัวทุกชนิดเพื่อลดรายจ่าย แล้วสามารถนำไปแบ่งปันให้กับพี่ๆน้องๆเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันได้อีกด้วย ทังนี้เมื่อปลูกข้าวได้ผลผลิตแล้วก็จะนำมาสีเอง เพื่อให้ได้แกลบและรำ แล้วนำไปโรยในคอกสัตว์ที่เลี้ยงแบบผสมผสาน ทั้งห่าน เป็ด ไก่  หลังจากนั้นก็จะได้ปุ๋ยชั้นเลิศ นำมาใส่ดอกไม้ ต้นไม้ พืชผัก เป็นการประหยัดต้นทุนอย่างมาก แล้วยังสามารถขายสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นรายได้เพิ่มอีกทางด้วย

ซึ่งสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะทำอะไร ถ้าเราทำอย่างตั้งใจและเกิดความพอเพียงในชีวิตเป็นผลสำเร็จขึ้นได้แล้ว ส่วนที่เหลือก็ยังสามารถนำไปช่วยเหลือแบ่งปั่นสังคมได้อีกด้วย ซึ่งความเป็นอยู่แบบพอเพียงที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โต ก็สามารถมีรายได้แล้วลดรายจ่าย ที่สำคัญมีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว ทั้งลูกหลานยังได้มีความรู้ไปด้วย สามารถมีอาชีพเลี้ยงตนเอง มีความสุขแบบไม่ฟุ่มเฟือย เท่านี้ก็สามารถเกิดความสุขได้แล้ว และ หากใครสนใจที่อยากมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่แปลงเกษตรพอเพียงอขงตนเอง ก็สามารถสอบถามหรือแวะเข้ามาชมแบบกันเองได้ที่บ้านเลขที่  240 หมู่ 6 บ้านข้ามป้อม ต.กุดเลาะ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ หรือเบอร์โทร 08-1790-5270 (ผอ.ทวี)

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่