รอง ผบ.ตร.นำกำลังบุกบ้านผู้จำหน่ายยาดีท๊อกลดความอ้วนอันตรายย่านบางแก้ว

พล.ต.อ.วีระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ยกกำลังบุกบ้านผู้จำหน่ายยาดีท๊อกลดความอ้วนอันตรายย่านบางแก้ว หลังลูกค้าซื้อไปทานเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ขณะที่สาธารณสุขสุ่มตรวจยาดีท๊อกและยาลดความอ้วนยี่ห้อดังกล่าว ทั้งสองชนิดแล้วพบว่า สาร บิซาโคดิล และไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อร่างกายและมีการประกาศห้ามใช้ มีอันตรายต่อสุขภาพ

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 เมษายน 2561 พล.ต.อ.วีระชัย  ทรงเมตตา  รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย นายรังสรรค์  วงษ์บุญหนัก หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มตรองผู้บริโภคจังหวัดสมุทรปราการ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 46 / 124  หมู่ 17 หมู่บ้านกฤตยา ซอย 6  ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังสืบทราบมาว่าที่บ้านหลังดังกล่าวลักลอบจำหน่ายยาดีท๊อกและยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม เป็นอันตรายต่อร่างกายและทำให้ผู้ที่ทานยาทั้งสองชนิดนี้เข้าไปและเสียชีวิตไปแล้ว 4 รายภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา และสามารถจับกุมตัวนายจิรายุส คงวัฒนานุกูล  อายุ 45 ปี เจ้าบ้านหลังดังกล่าว พร้อมยึดของกลางยาดีท๊อกและยาลดความอ้วนที่มาในรูปอาหารเสริม ยีห้อ ลีน ( LYN ) อยู่ในกระเป๋าเดินทาง มี 2 ชนิดคือแบบดีท๊อกซ์กล่องสีดำ และแบบบล๊อคแอนด์เบริ์น กล่องสีขาว จำนวน 153 กล่อง ที่มีการซื้อขายกันทางโซเชี่ยนอินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย ที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ได้สุ่มตรวจตัวอย่างยาดีท๊อกและยาลดความอ้วนยี่ห้อดังกล่าว ทั้งสองชนิดแล้วพบว่า สาร บิซาโคดิล (Bisacodyl) และ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อร่างกายและมีการประกาศห้ามใช้ตั่งแต่ปี 2522 เพราะมีอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีผู้สั่งซื้อยาชนิดนี้ไปรับประทาน เพื่อหวังลดความอ้วน ผ่านใน 1 เดือนผู้ที่ซื้อยาชนิดนี้ไปทานเสียชีวิตแล้วถึง  4 ราย ซึ่งทั้ง 4 รายมีอาการเสียชีวิตในลักษณะเดียวกัน

จากการสอบสวนนายจิรายุส  เจ้าบ้านหลังดังกล่าว ได้ให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนมีรูปร่างอ้วน แต่หลังจากที่สั่งซื้อยาชนิดนี้มาทานได้ไม่นานน้ำหนักลดลงรูปร่างดีขึ้นจนเห็นได้ชัด และมีคนมาสอบถามจำนวนมาก ตนจึงได้หันมาสั่งซื้อยายี่ห้อดังกล่าวมาจากตัวแทนจำหน่ายรายอื่นมาในช่วงก่อนสงกรานต์ จำนวน 500 กล่อง และมาจัดจำหน่ายเองผ่านระบบออนไลน์ และมีลูกค้าสั่งซื้อไปแล้วประมาณ 350 กล่องในช่วงสงกรานต์ โดยไม่รู้ว่าอาหารเสริมตัวดังกล่าว เป็นยาอันตรายต่อผู้บริโภค

ขณะที่นายรังสรรค์  วงษ์บุญหนัก หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า นอกจากยาที่พบ จะมีสารต้องห้ามเจือปน ซึ่งผิดกฎหมายแล้ว การโฆษณาที่บรรจุภัณฑ์ ก็ยังเป็นความผิด เพราะพบว่า อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนำส่ง อย.เพื่อทำการตรวจหาสารปนเปื้อนอย่างละเอียด และยังไม่มีการแจ้งข้อหาแก่นายจิรายุส แต่อย่างใด  แต่หากผลการตรวจสอบออกมาแล้วพบว่า อาหารเสริมล็อตนี้มีสารปนเปื้อนก็จะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับนายจิรายุส อีกครั้ง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่