สกลนคร ผ้าย้อมมูลควาย เที่ยวบ้านนาเชือก สัมผัสวิถีชีวิตระหว่างคนกับควาย

ผ้าย้อมมูลควาย

สกลนคร-ผ้าย้อมมูลควาย สินค้าโอทอป 5 ดาว บ้านนาเชือก โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ CIV สัมผัสวิถีชีวิตระหว่างคนกับควาย กินปลาธรรมชาติจากเขื่อนน้ำอูน ล่องเรือชมเขื่อน เกาะควาย สาธิตการทำผ้าย้อมมูลควาย ฯ

“ผ้าย้อมมูลควาย”   ค่านิยมการเลี้ยง “ควาย” หรือ “กระบือ” ตามบ้านเรือนชนบทในภาคอีสานนั้นถือว่าเป็นวิถีที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ปัจจุบันพบว่า ควายไทยได้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย และกำลังเลือนหายไปอย่างช้าๆ  ควายอยู่คู่เมืองไทยมาช้านาน ในอดีตยังพบว่านักรบไทยก็เคยใช้ควายในการต่อสู้กับอริราชศัตรู  สำหรับจังหวัดสกลนครก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญ และอนุรักษ์สายพันธุ์ควาย  เพื่อไม่ให้ควายสูญหายไปจากประเทศ จังหวัดสกลนคร มีควายประมาณ 60,000 ตัว และทั่วประเทศ มีประมาณ 1 ล้านตัว

ด้าน นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมีการจัดกิจกรรมอนุรักษ์และส่งเสริมการเลี้ยงควายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับนางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร อาทิ การจัดพิธีสู่ขวัญควาย การประกวดควาย  การแต่งงานควาย ส่งเสริมการดื่มนมควายซึ่งมีโปรตีนสูง ฯ นอกจากนี้มูลควาย ยังสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ในการย้อมผ้า ตามภูมิปัญญาชาวบ้านอีกด้วย

โดยที่บ้านนาเชือก  ม.9 ต.แร่ อ.พังโคน  จ.สกลนคร  ในอดีตชาวบ้านนิยมย้อมผ้าด้วยมูลควาย เพียงเพื่อนุ่งห่ม ใส่ไปทำไร่-ทำนา  แต่ปัจจุบันกลายเป็นสินค้าโอทอป 5 ดาว และสร้างชื่อเสี่ยงให้กับจังหวัดสกลนคร บ้านนาเชือกกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ  นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตคนในชนบทแท้ๆ

ชาวบ้านนาเชือกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์ วัว-ควาย ซึ่งมีมากกว่า 1,000 ตัว และด้วยทำเลที่ตั้งบ้านนาเชือกอยู่ริมน้ำ ท้ายเขื่อนน้ำอูน เขื่อนขนาดยักษ์ ซึ่งนอกจากจะเก็กกักน้ำเพื่อการเกษตร ความจุ มากกว่า 520 ล้าน ลบ.ม. ในน้ำอูนยังมีปลาหลากหลายชนิด อุดมไปด้วยนกน้ำ น้ำอูนทอดยาวบรรจบกับเทือกเขาภูพาน วิวทิวทัศน์อันสวยงาม ป่าไม้ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีเกาะแก่งกลางน้ำมากมาย

นางสายสุนี  ไชยหงษา ฝ่ายประสานงานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงควาย และสนับสนุนให้หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ภายใต้คำขวัญ “วัดดอยงามล้ำ  วัฒนธรรมภูไท  ปลาใหญ่เขื่อนน้ำอูน แหล่งอุดมสมบูรณ์ภูพาน งามตระการผ้าย้อมมูลควาย มากมายอารยะธรรม  น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง  เคียงคู่เทคโนโลยี”

นอกจากนี้บ้านนาเชือกยังได้รับคัดเลือก โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village : CIV) โดยกระทรวงอุตสาหกรรรม คือเป็นหมู่บ้านแห่งความสมดุล ที่นําทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ชุมชน มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของชุมชน เชื่อมโยงกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เริ่มต้นปี 59 เป็นต้นมา

บ้านนาเชือกได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านต้นแบบ  CIV Phase 1 พัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ระยะที่ 1 มีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน  โดยได้น้อมนำศาสตร์พระราชา “การสร้างความเข้มแข็งจากภายใน” และ “เศรษฐกิจพอเพียง”  มาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนโครงการ ภายในหมู่บ้านมีศูนย์เรียนรู้พัฒนาอาชีพ ทอ ถัก จัก สาน บ้านนาเชือก ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ดูกรรมวิธีการผลิตผ้าย้อมมูลควาย ตั้งแต่เริ่มผลิตจนทักทอเป็นผลิตภัณฑ์ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแท้ๆ

โดยการหมักมูลควายในเวลาที่เหมาะสม ก่อนนำไปต้มฆ่าเชื้อนานกว่าชม. นำผ้าฝ้ายล้างน้ำก่อนนำลงไปย้อมกับมูลควาย ซึ่งเป็นการย้อมแบบร้อนนานกว่า ชม. แล้วนำไปล้างน้ำจนสะอาด จากนั้นนำไปต้มด้วยน้ำสมุนไพรหลากหลายชนิดตาม สูตรบ้านนาเชือกเพื่อดับกลิ่น และความหอมของผ้า โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.เช่นกัน

สีผ้าจะออกหม่นๆ แบบธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ของผ้าย้อมมูลควาย อดีตตัดชุดใส่กันในหมู่บ้าน ปัจจุบันกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของจังหวัด เป็นโอทอป 5 ดาว โดยเฉพาะตุ๊กตาควาย ทำจากผ้ามูลควาย ขายดีมาก

นักท่องเที่ยวจะได้รับประมาณอาหารพื้นบ้านแสนอร่อย ล่องเรือชมน้ำอูน เนินพญาเต่า ชมธรรมชาติเขาภูพาน เกาะควาย วิถีชีวิตชาวบ้าน การเลี้ยงควาย กลุ่มอนุรักษ์ควายไทย เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์  กินปลาตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ได้ในปี 2560 ที่ผ่านมา ปลายเดือน ก.ค. สกลนครประสบอุทกภัยจากพายุเซินกา ส่งผลให้น้ำในเขื่อนน้ำอูนเอ่อท่วมเกาะแก่ง และบ้านเรือนชาวบ้านบางส่วนทำให้การท่องเที่ยวในช่วง ไฮซีซั่น คือฤดูหนาว ปีที่แล้ว การท่องเที่ยวบ้านนาเชือกจึงได้รับผลประทบพอสมควร

นางไพรวัลย์ ตาแก้ว ประธานกลุ่มปลาพันล้านบ้านนาเชือก กล่าวว่า หลังจากน้ำลด เราก็ได้จัดกิจกรรม กินปลานาเชือก ปลาจากเขื่อนน้ำอูน จากธรรมชาติ รสชาติอร่อย ซึ่งนักท่องเที่ยวตอบรับเป็นอย่างดี อาชีพที่สำคัญของหมู่บ้านอีกอย่างก็คือการทำประมง ปลาที่ได้นอกจากกินในครัวเรือน ขายสร้างรายได้แล้ว เรายังร่วมกลุ่มแปรรูป เพื่อถนอมอาหาร และเพิ่มมูลค่า อาทิ ปลาแดดเดียว น้ำพริกนรก ปลาร้าบอง ปลาร้านัว เครื่องจักสาน หมวกจักสานจากต้นกก ฯ

สำหรับนักท่องเที่ยวหากสนใจเที่ยวบ้านนาเชือก ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว  มีหลาย แพคเกจ ให้เลือก  จะมาเดี่ยว มาคู่  มาฮันนีมูน  มาเป็นครอบครัว หรือเป็นคณะ   สามารถโทรประสานได้ที่ คุณสายสุนี  ไชยหงษา  ฝ่ายประสานงานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าย้อมมูลควายบ้านนาเชือก  เบอร์โทร 087-2225256 , 086-0045725

ท่านจะได้สัมผัสวัฒนธรรมภูไท การเลี้ยงควายแบบโบราณ  การต้อนควายลงน้ำ ชมเกาะควาย  กราบพระพุทธรูปคู่บ้าน สิ่งศักดิ์สิทธ์เขื่อนน้ำอูน วัดดอยเทพเนรมิต เดินป่า ล่องเรือชมเขื่อน เดินทางโดยรถอีแต๋น ชมสาธิตการทำผ้ามูลควาย  ที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์ น้า-ป้า- ย่า-ยาย รอต้อนรับ กับข้าวอร่อย รสชาติแบบชนบทแท้ๆ ปลาสดๆ จากเขื่อน  ข้าวร้อนๆ จากกระติบ น้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจ  รับรองไม่ผิดหวัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แต่งงานควาย! ในวันแห่งความรัก อนุรักษ์และสืบสานการเลี้ยงควายไทย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสกลนคร กดอ่านที่นี่