ไม่สรุปฟุตบอล U-23 ปธ.กมธ.กีฬา ให้เวลาชี้แจงใหม่

“อองลือ” ปธ.กมธ.กีฬา ให้โอกาส กกท.-สมาคมฟุตบอล ชี้แจงใหม่ ภายหลังสอบถามนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการย้ายสนามแข่งขันจากจังหวัดเชียงใหม่ไปสนามจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่ง สมาคมฟุตบอลอ้าง AFC เป็นผู้เลือกสนามแตะเองจากเหตุความไม่พร้อมของสนามเชียงใหม่

รัฐสภา – ที่ห้องประชุม 409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการกีฬา ได้ประชุมหารือครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ได้นำเรื่องสำคัญเกี่ยวกับปัญหาข่าวในโลกโซเชียล ที่มีต่อการเตรียมการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย (U-23) มี นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ,นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ รอง ผอ.สำนักงบประมาณ,ผู้แทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ,สมาคมสถาปนิกชี้แจงปัญหา

ประเด็นสำคัญมีการตั้งคำถาม กรณีระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต่อบทบาทในการสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย(U-23)และกรอบงบประมาณ จำนวน 570 ล้านบาท ซึ่งกกท. ได้รับอนุมัติจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมสนามกีฬา จำนวน 3 สนามกีฬา ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กกท.นั้น มีขั้นตอนในการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างไร มีมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันเวลาหรือไม่ และมีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างไร กับการที่กกท. ได้วางแผนในการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หรือไม่ มีการจัดทำแบบแปลน การกำหนดราคากลางในการก่อสร้าง การกำหนดขั้นตอนในการจัดหาผู้รับเหมา การแบ่งงวดงานหรือจัดทำ BOQ (Bill of Quantities) ไว้หรือไม่ และการกีฬาแห่งประเทศไทย มีปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับการจ้างออกแบบ การรับเหมาก่อสร้าง และการควบคุมงานกอสร้างหรือปรับปรุงสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หรือไม่อย่างไร

การประชุมใช้เวลาในการหารือนานกว่าสองชั่วโมง ซึ่งชัดเจนว่าการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล U-23 ที่ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต้องย้ายไปจัดการแข่งขันที่ สนามฟุตบอลบุรีรัมย์ เพราะติดปัญหาในเรื่องพัสดุ แต่ในนมุมมองของ กมธ.กีฬา เห็นว่าทำให้จังหวัดที่เคยได้รับการเลือกเป็สนามแข่งขันเสียโอกาสในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่จะรวมไปถึงโอกาสในด้านต่างๆ

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ปธ.กมธ.กีฬา กล่าวว่า ปัญหานี้ กธม.กีฬา มีความวิตกกังวล ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปต่อความล่าช้าในการซ่อมสนามกีฬา แต่ได้สรุปประเด็นสำคัญ 4 ประเด็น คือ 1.ให้ทาง กกท. ตรวจสอบดูว่าปัญหาความล่าช้าเป็นเพราะอะไร 2.กรรมาธิการได้ท่วงติงว่าเหตุผลใดถึงล่าช้า จึงได้ขอความร่วมมือให้ กกท. ส่งแบบแปลนให้กับสมาคมสถาปนิกให้ไปศึกษาเพื่อให้เกิดความรอบครอบ 3.กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแข่งขัน ฟุตบอล U-23 ได้ใช้สนามกีฬาของรัฐถึง 3 แห่ง แต่ทำไมแห่งที่ 4 ที่จ.เชียงใหม่จึงไปใช้สนามที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกรณีนี้ทางสมาคมฟุตบอลได้ตอบว่า ทาง AFC เป็นผู้เลือก กรรมธิการ จึงขอให้ ทางสมาคมแจ้งไปทาง AFC เพื่อต้องการทราบว่าใช้เหตุผลอะไรในการเลือกใช้สนามฟุตบอล จ.บุรีรัมย์ แทน จ.เชียงใหม่ และข้อที่ 4 กรรมาธิการกีฬา ได้ให้โอกาส ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้กลับไปดูความพร้อมและทำทุกอย่างให้เกิดความเรียบร้อยให้เสร็จสิ้นโดยให้เวลาพอสมควรเพื่อกลับมาชี้แจงอีกครั้งและอย่าให้ กมธ.กีฬา คิดถึง

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดราชบุรี กดอ่านที่นี่