ครม.อนุมัติวงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท แก้ปัญหาอุทกภัยเร่งด่วน

กรุงเทพฯ – คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบวงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท แก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย พร้อมจัดมาตรการช่วยเกษตกรมีรายได้หลังน้ำลด เล็งแจกเมล็ดพันธุ์พืชใช้น้ำน้อยและเลี้ยงโคเนื้อ   

วันนี้ (24 ก.ย.2562) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบกรอบวงเงิน เพื่อแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยกระทรวงมหาดไทย เสนอขออนุมัติกรอบวงเงิน 2,092 ล้าน 400,000 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยเบื้องต้นที่สำรวจจริง  และกรอบวงเงินอีก 5,550 ล้านบาท  โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยรับและดำเนินการ จะทำให้ประชาชนได้กลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยืนยันรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำทุกหน่วยงาน ดำเนินการเบิกจ่าย ด้วยความรัดกุม โปร่งใส และเร่งดำเนินการเร็วที่สุด รัฐบาลพร้อมจัดมาตรการช่วยเกษตกรหลังน้ำลด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการ ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานรีบเข้าช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีรายได้หลังน้ำลดเร็วที่สุดว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากเร่งสำรวจพื้นที่ๆ ได้รับความเสียหาย เพื่อจ่ายเงินชดเชยแล้ว ยังเตรียมเสนอโครงการแจกเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ใช้เวลาเพาะปลูกไม่นาน เช่น เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะประกันราคา เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เลี้ยงชีพ  ที่สำคัญ จะผลักดันโครงการ ‘โคขุนสร้างรายได้’ โดยภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ และเครื่องผสมอาหาร ตามสูตรของกรมปศุสัตว์ ซึ่งในระยะยาว ถ้าเกษตรกรจะหันมาเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลัก ก็มีโอกาสสร้างรายได้ได้มาก เพราะมีโอกาสส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไปยังต่างประเทศ

ด้านกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันให้เกษตกรและสหกรณ์ ในภาคอีสาน เช่น จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ นครพนม และสกลนคร มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการใช้ประโยชน์จากการค้าเสรีโคเนื้อ เพื่อเปิดตลาดสู่ต่างประเทศให้มากที่สุด  ทั้งนี้ ถ้าได้รับการพัฒนามาตรฐานการผลิต GMP และฮาลาล คาดว่าจะมีโอกาสส่งออกไปยังจีน และประเทศอาเซียนได้มาก เพราะไม่เก็บภาษีนำเข้า ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี รวมถึงออสเตรเลียที่จะลดภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0 และยกเลิกการจำกัดปริมาณการนำเข้า สินค้าโคเนื้อและเครื่องใน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะครอบคลุมไปถึงการดูแลเรื่องการทำมาหากินอย่างยั่งยืน ในบางพื้นที่ ๆ ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก รัฐบาลก็มีแผนช่วยเหลือและส่งเสริมในการปรับเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่