ใครเขาทำกัน!!หมุดเขตแดนปักโขดหิน”เขาตะเกียบ”

 

(วิมล ทับคง เรื่อง/ภาพ ) อธิบดีกรมป่าไม้ เรียกประชุมหลายหน่วยงานแก้ปัญหาการใช้พื้นที่บนเขาตะเกียบ ระบุอีกหนึ่งสัปดาห์ทราบผลทบทวนการอนุญาตให้พื้นที่ ล่าสุดส่งเรื่องให้ ปปท.ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ส่วนเจ้าหน้าที่ สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้พร้อม ชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่เก็บข้อมูลใหม่ พบความผิดปกติของหมุดหลักเขตแดนตั้งอยู่บนโขดหิน ไม่เข้าใจอนุญาตไปได้อย่างไร

วันที่ 21 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมหอสมุดรัชมังคลาภิเษกวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาการใช้พื้นที่บนเขาตะเกียบ ร่วมด้วย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ,นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม หัวหน้าทีมพยัคฆ์ไพร,พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน,นายภูษิต  หิรัญพฤกษ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม ที่ 1 (ภาคกลาง) ,นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผอ.สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ,นายชำนาญ สมบัตินิมิต ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า  สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ,นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายเทศมนตรีเมืองหัวหิน ,นายสมศักดิ์ เขียวขำ ชาวบ้านเขาตะเกียบ ฐ,นายธนชัย แรงสูงเนิน ที่ปรึกษาบริษัท หัวหินพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำกัดผู้แทนจากวัดเขาตะเกียบ ,ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน,ตำรวจภูธรหัวหิน ,เทศบาลเมืองหัวหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรณีปัญหาข้อพิพาทที่ดินบนเขาตะเกียบ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบซึ่งมีการประชุมและได้ข้อยุติแล้ว เพื่อจะนำไปสู่การทบทวน การอนุญาตการใช้พื้นที่บนเขาตะเกียบ จากการรวบรวมเอกสารและหลักฐานพบว่า มีขั้นตอนของการรายงานที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ที่ไม่คำนึงถึงพื้นที่ โดยมีความเปราะบางในเรื่องของระบบนิเวศ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน  ดังนั้นตนเองคงไม่ยอมให้ใช้พื้นที่นำไปแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใดบุคลหนึ่ง และก่อให้เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศ  อยากให้ทุกคนตระหนักว่า เขาตะเกียบในอนาคตเป็นเป็นพื้นที่ซึ่งประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นพื้นที่มีความสวยงาม ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ

โดยเฉพาะในเรื่องของทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อม คงไม่มีใครอยากให้เขาตะเกียบถูกบุกรุก มีการก่อสร้างบ้านพักหรืออะไรก็ตามจนเต็ม ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนถอยกันมา   ซึ่งด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ กฎหมายท้องถิ่นรวมทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร  การถมดิน แม้แต่การก่อให้เกิดผลประทบกับสิ่งแวดล้อม เราจะนำมาใช้ทั้งหมด โดยสัปดาห์หน้าก็จะทราบผลแล้ว

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ สำหรับในเรื่องนี้ ได้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและโยกย้ายข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 2 ราย พร้อมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.)เข้ามาตรวจสอบต่อไป หากพบข้าราชการรายใดเกี่ยวข้องก็จะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน,นายพิษณุ กล้าขาย ส.อบจ.เขตหัวหิน,นายชีพ สุกสี สท.หัวหิน พร้อมตัวแทนชาวบ้านเขาตะเกียบ ได้เดินทางมามอบดอกไม้ขอบคุณอธิบดีกรมป่าไม้ที่ลงมาแก้ปัญหา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งยังร่วมวางแนวทางการดูแลป่าเขาตะเกียบทั้งหมดในอนาคตอีกด้วย

จากนั้น อธิบดีกรมป่าไม้ได้สั่งการให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ,นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม หัวหน้าทีมพยัคฆ์ไพร นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เขาตะเกียบ บริเวณที่มีการปรับพื้นที่ถมดินทำถนนที่กำลังมีปัญหากับชาวบ้าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยวันนี้พบว่ามีการติดตั้งป้ายข้อความทางขึ้นวัดเขาตะเกียบ 1 ป้าย และป้ายบอกทางไปห้องอาหารลาแมอีก 1 ป้าย บริเวณก่อนทางขึ้นเชิงเขาฝั่งพระยืนที่มีการปรับพื้นที่ มีการปลูกต้นไม้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ฯพบว่าดินที่นำมาถมทำถนนถูกน้ำฝนกัดเซาะจนไหลลงทะเลเป็นสีตะกอนขุ่น  ซึ่งนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันฯกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจจับพิกัดด้วยระบบ GPS อีกครั้ง ,เก็บตัวอย่างดินบนเขา และ ดินที่นำมาถมทำถนนไปตรวจสอบทางขั้นตอนวิทยาศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งใช้โดรนขึ้นบินสำรวจบริเวณโดยรอบ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ในครั้งนี้ไปตรวจสอบกับข้อมูลเดิมว่าตรงกันหรือไม่

ทั้งนี้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันฯกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ จะมีการเก็บข้อมูลใหม่ และตรวจสอบพิกัดจีพีเอส เพื่อนำไปตรวจทานว่าตรงกันหรือไม่ เบื้องต้นพิกัดจีพีเอสตรงกัน แต่การกำหนดพิกัดพื้นที่บางส่วนตามไหล่เขากลับพบว่าหมุดลงไปอยู่บนโขดหิน ซึ่งหลักวิชาการ เรียกว่า หาดหิน ไม่สามารถอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ ทำให้เกิดคำถามว่าอนุญาตได้อย่างไร  ซึ่งเป็นความผิดปกติอย่างแรกที่พบ ขัดแย้งตามหลักวิชาการ และขัดต่อระเบียบกฎหมายอื่นๆอีกทั้ง หาดหิน เป็นหาดหายาก ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่แห่ง และหินแต่ละก้อนเหล่านี้จะมีวิวัฒนาการต้องสงวนรักษาไว้ รวมทั้งมีความเปราะบางทางระบบนิเวศ รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินการใดๆ บนพื้นที่ที่บริษัทฯได้รับอนุญาต ซึ่งระบุชัดเจนว่า จะต้องปฏิบัติตามประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และไม่ขัดกับ พ.ร.บ.อื่น

สำหรับพื้นที่อำเภอหัวหินอยู่กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2561 ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินการใดๆในพื้นที่ที่วัดจากแนวชายฝั่งทะเล เช่น ในพื้นที่ที่มีความลาดเอียงเกิน 35 เปอร์เซ็นจะขุดอะไรเกิน 3 เมตรไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่หากมองในแง่ดี บริษัทฯอาจจะสำคัญผิดไป หรือ อาจจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่บริษัทฯจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทุกฉบับ ซึ่งในวันนี้ก็เห็นได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ให้อนุญาตไม่ได้จะต้องเพิกถอน และบังคับใช้กฎหมายต่อไป  ซึ่งตรงนี้ ปปท.จะเข้ามาตรวจสอบดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ถ้าไม่สามารถอธิบาย หรือชี้แจงได้ จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ด้านนายธนชัย แรงสูงเนิน ที่ปรึกษาบริษัท หัวหินพัฒนา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า สำหรับหลักหมุดเขตแดนของพื้นที่ เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ดิน และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมนำชี้ ทางบริษัท เป็นผู้ขอยื่นอนุญาตเช่าพื้นที่ โดยดำเนินการตามระเบียบของกรมป่าไม้  ต่อมาบริษัท ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่า โดยนายชลธิศ สุรัสสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ในช่วงนั้นได้ลงนามอนุญาตให้บริษัทหัวหิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่า รวม 32 ไร่ 2 งาน หลายหลังเกิดปัญหามีการมาตรวจสอบไปแล้วของหน่วยงานทั้งกรมป่าไม้ ฝ่ายปกครอง เราคงยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิดตามวัตถุประสงค์ของกรมป่าไม้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่