คืบหน้าจับโจรควงปืนจี้ร้านมินิมาร์ท

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 กันยายน เวลา 06.10  นาฬิกา ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมกางเกงขายาวสีดำสวมเสื้อแขนยาวสีเทาสวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง เข้ามาจอดหลบฝนหน้าร้าน หนึ่งมินิมาร์ทเลขที่ 68/ 3 หมู่ 13 ตำบลตะพง  อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เข้ามาขอซื้อเครื่องดื่มเอ็ม 150 1 ขวดและลูกอมฮอลล์ 1 ถุง โดยมีนางสาวคำหนึ่ง  เพิ่มประโคน อายุ 44 ปี เจ้าของร้านยืนอยู่ในร้าน  จึงบอกว่าให้ชายคนดังกล่าวเดินไปหยิบของเองที่ตู้แช่หน้าร้าน หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสีโครเมี่ยมขึ้นมาขู่ เจ้าของร้านเกิดอาการตกใจกลัวจึงวิ่งเข้าไปในร้าน คนร้ายได้ทำซองหนังพกอาวุธปืนสีดำตกภายในร้านวิ่งหนีออกมาและได้หยิบเอาโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุงรุ่น เจ 7 สีดำของเจ้าของร้านที่วางอยู่บนโต๊ะภายในร้านออกมาด้วยและขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีแดงหลบหนีไป

      ต่อมาวันที่ 15 กันยายนเวลา 17.00 นาฬิกา พันตำรวจโท ธีระพงศ์  วรการพงศ์ รองผู้กำกับงานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง  พันตำรวจโท คำพันธ์  ขวัญทอง สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองพร้อมชุดสืบสวน ได้ดูจากกล้องวงจรปิดของร้านเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน และสืบทราบว่าคนร้ายหลบซ่อนอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นไม่มีเลขที่ถนนทางไผ่ 3 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง  จึงนำกำลังไปทำการจับกุมตัวขณะที่ผู้ต้องหานอนอยู่ชั้น 2 พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระโดดหนีลงมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านล่างจับกุมตัวได้ชื่อ นายวินัย ( เมย์) เกิดมณี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่  52/2 หมู่ 9 ตำบล ตะพงอำเภอเมือง จังหวัดระยอง พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นดรีม 125 สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน เสื้อคอกลมแขนยาวสีขาว 1 ตัวโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุงรุ่น เจ7  1 เครื่องผ้าปิดปากสีดำ 1 ผืนถุงมือสีดำ 1 คู่รองเท้าหนังสีน้ำเงิน – ขาว ยี่ห้อรีบ๊อค  1 คู่ หมวกกันน็อคสีดำเต็มใบ 1 ใบ อาวุธปืนบีบีกันจำนวน 1 กระบอก ของกลางที่ใช้ก่อเหตุ นายวินัย ให้การรับสารภาพว่าโทรศัพท์ที่ได้หยิบมานั้นได้นำไปจำนำที่ร้านถาวรมือถืออยู่ในตลาดศูนย์การค้าอำเภอเมือง จังหวัดระยอง ในราคา 1,500 บาท นำเงิน มาใช้จ่าย ส่วนอาวุธปืนบีบีกันนั้นได้สั่งซื้อจากทางเน็ตในราคา 700 บาท จะเหน็บเอวไว้ตลอดเวลา และยังรับสารภาพอีกว่าเมื่อ 2 วันก่อนได้เสพยาบ้ามาแล้ว และที่ได้นำอาวุธปืนมาข่มขู่เจ้าของร้านนั้นสาเหตุมาจากเจ้าของร้านไล่ไม่ให้มายืนที่หน้าร้านจึงเกิดอาการโกรธ จึงก่อเหตุดังกล่าว

ซึ่งผู้ต้องหายังมีหมายจับอีก 1 หมายจับของศาลจังหวัดระยอง  จ.548/62 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ข้อหาพระราชบัญญัติยาเสพติดไม่มารายงานตัว ก่อนหน้านี้เคยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ถึง 20 ปีปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง  ร้อยตำรวจโททองดาว โคตรหลักคำ รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระยองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดระยอง กดอ่านที่นี่