นายกเล็กเทศบาลนครลำปางแจงหลังโลกโซเชียลวิจารณ์หนักกรณีมีโครงการขุดลอกแม่น้ำวัง

จากกรณีมีการหารือร่วมกับระหว่างปลัดเทศบาลนครลำปางกับกรมเจ้าท่าเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 ที่ผ่านมา เรื่องการขุดลอกแม่นำวัง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณฝนปีงบประมาณ 2563 โดยมีการวางแผน งานขุดรอกแม่น้ำวังขากสะพานศรีเชียงใหม่ (ท่าน้ำนาก่วมใต้) ถึงท่าน้ำสิงห์ชัย ระยะทางประมาณ 7,000 เมตรหรือ 7 กิโลเมตรและวางแผนจะขนส่งทรายประมาณ 65,000 คิว ไปกองไว้ที่บริเวณที่ดินว่างเปล่าที่เตรียมไว้ข้างบ่อรวบรวมน้ำเสีย ตำบลปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นที่ดินกรรมสิทธิของเทศบาลนครลำปาง  หลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไปปรากฏว่ามีเข้ามาคอมเมนท์ต่างๆ นาๆ  โดยเฉพาะนายไพฑูรย์  โพธิ์ทอง​ นายกเทศบาลเมืองเขลางค์นคร​ ได้ออกมาโพสต์กรณีดังกล่าว ​ทำให้เกิดวิพากษ์วิจารณ์กันโลกโซเชียลจำนวนมาก

ล่าสุดดร.กิตติภูมิ​ นามวงศ์​ นายกเทศมนตรีนครลำปางได้ออกมาชี้แจงกรณี ดังกล่าวว่า  ตนเพิ่งรู้ข่าวหลังมีคนรายงานให้ทราบซึ่งขณะที่มีการหารือกันตนติดทำภารกิจที่ต่างจังหวัดมาเรื่องนี้ยังไม่รู้ไม่ทราบข้อมูลอะไรมาก่อน หนังสือจากกรมเจ้าท่าก็ยังไม่ได้ส่งมาอย่างเป็นทางการ​ ทราบว่าแค่ส่งคนมาประสานงานเท่านั้น หากมีการขุดลอกแม่น้ำวังจริงๆ ในแนวทางปฏิบัติแล้วก็ไม่มีนโยบายและไม่สามารถทำได้เพราะว่าสถานที่บำบัดน้ำเสีย หากเอาทราบเอาทรายไปเก็บไว้ที่พื้นที่บำบัดน้ำเสียเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง มันเป็นภาระกิจตามกฏหมายเป็นการดำเนินการภาระกิจนอกเขตเทศบาลย่อมได้รับการอนุมัติจากสภา

“ ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาทรายไปกองไว้ที่บ่อบำบัดน้ำเสียเพราะว่าการขุดลอกแม่น้ำวังไม่ใช่เกิดครั้งนี้ครั้งเดียวตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครลำปางมีการขุดลอกแล้ว 2 ครั้งแล้วมีสถานที่เก็บ ประกอบกับทรายที่ขึ้นแม่น้ำวังมันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ เราจะเอาไปกองโยไม่มีใครดูแลไม่ได้ถ้านอกเขตเทศบาลต้องได้รับอนุมัติจากสภา ในแต่ละครั้งเราจะเก็บไว้ที่โรงเก็บพัสดุห์ของเทศบาลนครลำปาง สำหรับให้หน่วยราชการ สถานศึกษาและวัดต่างๆมาขอใช้ แต่ไม่สามารถมาจำหน่ายได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะดำเนินการหรือกรมเจ้าท่ามีโครงการเรามีสถานที่เก็บทราบไม่มีความจำเป็นที่เอาไปเก็บไว้ที่บ่อบำบัดน้ำเสียซึ่งผิดวัตถุประสงค์รวมถึงกระบวนการการขออนุญาตจากเทศบาลเมืองเขลางค์เป็นไปตามข้อระเบียบกฏหมายซึ่งไม่ได้ง่ายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เมื่อกรมเจ้าท่ามีนโยบายอย่างนี้ ถ้าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงได้ ผมในฐานะนายกเทศมนตรี ผมไม่มีความมาจำเป็นจะเอาทรายไปเก็บไว้ที่ไหน ผมพร้อมจะเก็บไว้ในเขตพื้นที่ในเขตเทศบาลเพื่อที่จะนำไปใช้เหมือนครั้งก่อนที่ๆผ่านมา ประกอบกับในความเป็นจริงขณะนี้ผมก็ยังไม่เห็นเอกสารใดๆ ทั้งสิ้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิดระหว่างกันเท่านั้นถ้ากรมเจ้าท่ามีโครงการมาในพื้นที่จริงผมสามารถบริหารจัดการตรงนี้ได้ ภายในงบประมาณของกรมเจ้าท่าทางเทศบาลพร้อมที่จะดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้นกล้าคิดกล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดลำปาง กดอ่านที่นี่