ข้ามเลนชนแหลก กระบะไล่แซงเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามฝั่งชนวินาศ 6 คันรวด

ข้ามเลนชนแหลก กระบะไล่แซงเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามฝั่งเกาะกลางถนน ทำผู้ใช้เส้นทางรายอื่นตกใจเสียหลักบินข้ามฝั่งไปมาชนกันวินาศ 6 คันรวดเจ็บ 3 ราย โชคดีไม่มีใครเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ทำเส้นทางการสัญจรเป็นอัมพาตนานหลายชั่วโมงทั้งด้านฝั่งขาเข้าและขาออกถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง

วันที่ 14 ก.ย.62 เวลา 12.00 น. พ.ต.ท.จงเดช ศรีตะวัน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถยนต์พุ่งชนกันจำนวนหลายคันและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ที่บริเวณบนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) หน้าปากทางแยกเข้าถนนสายคลองใหม่-บางควาย พื้นที่ ม.1 ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุด้านฝั่งขาออกมุ่งหน้า อ.บางปะกง ก่อนถึงทางเชื่อมเข้าสู่ถนนสายมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-พัทยา (สาย 7) ประมาณ 2 กม. พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ แบบแคปคันสีดำ หมายเลขทะเบียน บม-1267 ฉะเชิงเทรา นอนล้มตะแคงข้างกีดขวางอยู่บนเส้นทางระหว่างช่องทางที่ 2-3 จากทั้งหมด 3 ช่องจราจร ถัดมาประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์เก๋งกึ่งแวนยี่ห้อโตโยต้า เซียนต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน 6กฉ-7349 กรุงเทพฯ จอดแอบชิดข้างทางด้านซ้าย

สภาพถูกเฉี่ยวชนในลักษณะครูดเป็นทางยาวตลอดคัน จากด้านหน้าขวาไปจนถึงด้านท้ายของตัวรถ โดยมีเสาไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถูกพุ่งชนขาดออกเป็นสองท่อน และมีร่องรอยถากเป็นทางยาวบนเกาะกลางถนนขนาดใหญ่ จำนวน 2 รอย และมีชิ้นส่วนของตัวรถปลิวกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนไปทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันที่บริเวณบนถนนด้านฝั่งตรงข้ามขาเข้า มุ่งหน้าสู่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา มีรถยนต์พุ่งชนกันอีกจำนวน 4 คัน โดยเป็นรถยนต์กระบะ 2 คัน และรถยนต์บรรทุกพ่วง 1 คัน รถยนต์บรรทุกสิบล้อ 1 คัน

โดยรถยนต์คันแรกเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แบบแคป สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฒข-1383 กรุงเทพฯ ที่ขับสวนทางมาจาก อ.เมืองฉะเชิงเทรา พุ่งข้ามเลนมาจากด้านฝั่งตรงข้าม หลังจากเสียหลักถูกรถยนต์กระบะคันสีดำพุ่งข้ามเลนจากฝั่งขาเข้าไปเฉี่ยวชน จึงทำให้คนขับตกใจหักหลบเสียหลักข้ามฝั่งมาชนเข้ากับรถยนต์บรรทุกพ่วง 22 ล้อ หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70-1271 มุกดาหาร หมายเลขทะเบียนหางพ่วง 70-1272 มุกดาหาร

และหลังจากรถยนต์กระบะพุ่งเข้าชนที่ด้านหน้าของรถบรรทุกพ่วงแล้ว ได้หมุนไปชนกระแทกเข้ากับรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กม-879 ภูเก็ต ที่ขับมาตามเส้นทางด้านขาเข้าบนเลนขวาสุด จนทำให้รถยนต์กระบะที่ถูกพุ่งชนจนหมุนเสียหลักเข้าไปถูกรถยนต์บรรทุกไก่ ขนาด 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 80-5828 นครนายก ที่ขับมาบนเลนซ้ายสุดพุ่งชนซ้ำอีกครั้ง จึงทำให้การจราจรด้านฝั่งขาเข้าถูกปิดหมดทั้ง 3 ช่องทาง โดยรถยนต์สามารถขับผ่านจุดเกิดเหตุไปได้เพียงบนขอบไหล่ทางซ้ายสุดเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น

จากการสอบถาม นายเชิงชาย บาลธนจักร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 245 ม.11 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร คนขับรถบรรทุกพ่วง ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองขับรถมาบนช่องทางที่ 2 ได้เห็นรถยนต์กระบะคันต้นเหตุนั้นได้พยายามขับไล่จี้ตามหลังของรถยนต์เก๋ง เพื่อพยายามที่จะขึ้นแซงบนเลนขวาสุด โดยมีรถยนต์ตู้ขับอยู่ด้านหน้าของรถตนปิดช่องกลางอยู่

และเมื่อรถยนต์กระบะแซงออกไปยังด้านหน้าของรถตู้ที่ขับอยู่ทางซ้ายได้ จะกลับเข้าไปยังเลนขวาอีกครั้งได้เกิดการเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปยังด้านฝั่งขาออก จากนั้นจึงได้เกิดการพุ่งเฉี่ยวชนกันเข้ากับรถยนต์ที่กำลังขับสวนทางมาด้านฝั่งตรงข้าม จนทำให้มีรถยนต์กระบะพุ่งข้ามเลนจากอีกฝั่งเข้ามาชนกันกับรถคันของตน และหมุนไปใส่รถคันอื่นๆ ที่ขับตามมาบนเส้นทางอีกหลายคัน ส่วนรถยนต์เก๋งและรถยนต์ตู้ที่ถูกรถยนต์กระบะพยายามขับขึ้นแซงนั้นได้ขับเลยผ่านไปโดยที่ไม่ได้ถูกเฉี่ยวชนแต่อย่างใด นายเชิงชาย กล่าว

พ.ต.ท.จงเดช กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุจากเหตุการณ์นี้รวมทั้งหมดจำนวน 6 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย เป็นชาย 2 รายหญิง 1 ราย ซึ่งมีคนขับรถยนต์กระบะคันต้นเหตุ 1 คน และสามีภรรยาที่ขับรถยนต์กระบะมาตามเส้นทางขาออก ก่อนเสียหลักพุ่งข้ามฝั่งไปชนเข้ากับรถยนต์พ่วงอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งไปยัง รพ.หมดแล้ว พ.ต.ท.จงเดช กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่