ป่าไม้ที่ 4 ภาคใต้นำกำลังเข้าตรวจสอบโรงแปรรูปไม้ ทุ่งสง หลังรับร้องเรียนครอบครองไม้หวงห้าม พบครอบครองหลายชนิด


นครศรีธรรมราช:เจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 10 นาย เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ หลังรับร้องเรียนกระทำความผิด ครอบครองไม้หวงห้าม พบนับร้อยท่อน ทำบันทึกรอการตรวจสอบการครอบครอง หากผิดดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ 4 ภาคใต้จำนวน 10 นาย นำโดยนายนฤเศรษฐ์ แก้วคง หัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ จังหวัดกระบี่ ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ ชื่อ “ppk พาราวูด” ตั้งอยู่ที่ ม.7 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังได้รับการร้องเรียนว่าโรงงานดังกล่าวมีการกระทำความผิดในการรับซื้อและแปรรูปไม้หวงห้าม ซึ่งไม่ตรงตามกับใบอนุญาตในการตั้งโรงงาน โดยได้นำกำลังเข้าดำเนินการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในโรงงานซึ่งอยู่บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ พบไม้หลายขนาดหลายชนิดที่ตัดเป็นท่อนๆเพื่อรอการแปรรูปวางกองรวมกันไว้เต็มพื้นที่ โดยได้ขอตรวจสอบเอกสารอนุญาตการตั้งโรงงานจากทางเจ้าของโรงงาน โดยขออนุญาตในชื่อของ น.ส.สุพรรษา แซ่หลี่ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 540 ม.1 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ถือใบอนุญาต โดยทำการขออนุญาตเพื่อแปรรูปไม้ยางพาราและไม้ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ 13 ชนิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2537 เพื่อจำหน่ายและทำพาเลทไม้ ลงวันที่ 2 ก.พ.61 และหมดอายุวันที่ 2 ธ.ค. 61

นายนฤเศรษฐ์ แก้วคง หัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ กล่าวว่าจากการตรวจสอบโรงแปรรูปไม้ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบไม้หวงห้ามหลายชนิดกว่าร้อยท่อน อาทิ ไม้ตะเคียนไขเขียว ไม้มังคุดป่า ไม้พันเต เป็นต้น ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัด คำนวณปริมาตรและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับอายัดไม้จำนวนดังกล่าวไว้เพื่อรอการตรวจสอบก่อน เนื่องจากทางเจ้าของโรงงานได้อ้างว่าเป็นไม่ที่มีการซื้อขายในที่ดินอย่างถูกต้อง สำหรับไม้ประเภทดังกล่าวจัดอยู่ในหมวดของไม้หวงห้าม 158 ชนิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เป็นไม้หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ซึ่งการตรวจสอบจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากมีการตรวจสอบพบมีการกระทำความผิดจริงก็จะดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษ ตามมาตร 69 ในการครอบครองไม้หวงห้ามต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น