โอละพ่อวงจรปิดจับภาพช่วยหนุ่ม 34 ชัยภูมิขับจยย.ผิดคันหวิดกลายเป็นโจร (คลิป)

ชัยภูมิ – ขณะที่นำรถ จยย.มาจอดลงไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ และมีรถ จยย.อีกขับมาจอดใกล้กัน เป็นทั้งสี ยี่ห้อ เลขทะเบียนคล้ายกันทั้ง 2 คัน 141 และ 411 ก่อนเจ้าของรถ จยย.คันที่หายไปจะแจ้งจนท.มาช่วยตรวจสอบ ที่ครั้งนี้โชคยังดีมีกล้องวงจรปิดช่วยจับภาพเป็นหลักฐานหวิดกลายเป็นโจรขโมยรถไปได้หวุดหวิด!

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 กันยายน 2562 ร.ต.อ.อัศวิน  พรหมนอก รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจาก 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ว่ามีเหตุลักรถจักรยานยนต์ ภายในปั๊ม ปตท.ริมถนนนิเวศรัตน์ ขาออกเมือง จึงเร่งรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ

ในที่เกิดเหตุพบ นายประดิษฐ์  มัยยา อายุ 55 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 34/2 หมู่ที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เจ้าของรถ จยย.ที่หายไปยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ สอบถามให้การว่าบุตรสาวของตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวพ สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน ขฉล 141 หมวดจังหวัดชัยภูมิ มาจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ก่อนที่จะเดินเข้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มใกล้กัน พอเสร็จแล้วกลับออกมาอีกที กลับพบว่ารถจักรยานยนต์ของตนได้หายไป ก่อนจะรีบโทรบอกตนผู้เป็นพ่อเจ้าของรถและรีบเดินทางมาดูจุดรถ จยย.หายและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่จึงทำการขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว ก็พบเป็นการเข้าใจผิดเนื่องจากรถอีกคันเป็นรถรุ่นเดียวกันและสีเดียวกัน คาดว่าน่าจะมีการขับขี่ออกไปโดยไม่รู้ว่าเป็นคนละคัน เจ้าหน้าที่จึงวิทยุแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตามตัวชายคนดังกล่าวที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผิดคันออกไป ให้นำรถมาเปลี่ยนคืน ทราบต่อมาชื่อนายบัญญัติ  ศิริกุล อายุ 34 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 105/2 หมู่ที่ 11 ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ผ่านไปไม่นานพบชายคนดังกล่าวก็ขับรถจยย.ที่ขี่ผิดคันไปมาเปลี่ยนเอารถ จยย.คันของตัวเองที่จอดไว้ในที่เกิดเหตุ

และสอบถามไปยัง นายบัญญัติ  ศิริกุล เจ้าของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวพ สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน ขขล 411 หมวดจังหวัดชัยภูมิ ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผิดคันออกไปเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้มาจอดซื้อของในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว โดยจอดรถไว้ที่บริเวณหน้าร้าน พอตนซื้อของเสร็จจึงออกมาขับรถออกไปกุญแจก็ไขรถจจย.ที่ผิดคันกันสตาร์ทออกไปได้ปกติ ก็คิดว่าเป็นรถตนเอง แต่มารู้ตัวอีกทีมีเพื่อนที่ทำงานเข้าโทรมาบอกว่าตำรวจแจ้งให้ทราบว่า ตนขับรถมาผิดคันออกมาจากจุดเกิดเหตุ

จึงรีบขับรถมาเปลี่ยน โดยมีเจ้าหน้าที่ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานจากกรณีขับขี่รถจักรยานยนต์ผิดคัน โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจขโมยรถของคนอื่นแต่อย่างใด แต่เนื่องจากลักษณะรถคล้ายกันมาก อีกอย่างป้ายทะเบียนรถยังมีเลขทะเบียนทั้ง 3 ตัวคล้ายกันอีก เจ้าหน้าที่จึงให้เจ้าของรถทั้ง 2 คัน มาชี้จุดรถของตัวเองที่จอดไว้ใกล้กัน ก่อนให้นำรถของแต่ละคนนำไปใช้ตามปกติต่อไปแบบโอละพ่อกันทั้ง 2 ฝ่ายในครั้งนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่