ญาติเด็กวัย 5 เดือน!!! พร้อมเดินหน้าเอาผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ หากมีคนช่วยหลือ

 

(ข่าว/ภาพ วิมล ทับคง)   ครอบครัวเด็กทารกวัย 5 เดือน กรณีถูกประกาศขายเด็กผ่านโซเชียล ระบุหากมีหน่วยงาน หรือทนายอาสาเข้ามาช่วยเหลือพร้อมเดินหน้าดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ยอมรับตอนนี้เริ่มมีบางเพจบางรายติดต่อโทรศัพท์เข้ามาขอโทษแล้ว  ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ

ความคืบหน้ากรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพ เพจเฟซบุ๊ก ประกาศขออุปการะเด็กทารกซึ่งพบว่า มีรายหนึ่งอยู่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งครอบครัวได้เข้าพบตำรวจ สภ.หัวหิน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ขอความเป็นธรรม และยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้ประกาศขายเด็กทารก แต่ยอมรับว่า เคยติดต่อทางเพจเฟซบุ๊กเพื่อหาผู้อุปการะเด็กทารกเพศชาย วัย 5 เดือน เนื่องจาก แม่เด็กมีความพิการ เป็นใบ้ หูหนวก ประกอบกับครอบครัวที่ดูแลแม่เด็กมาภาระต้องเลี้ยงดูบุตรอีก 7 คน มีความเป็นอยู่ยากลำบาก อยากให้เด็กได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไปอยู่กับผู้อุปการะที่มีความพร้อมมากกว่า

คาดว่าสาเหตุที่ข้อมูลของเด็ก ถูกนำไปเผยแพร่ น่าจะมาจากเพจเฟซบุ๊กนำไปประกาศหาผู้อุปการะ หรือบิดเบือนหาประโยชน์ โดยทางครอบครัวของเด็กชายวัย 5 เดือนไม่รู้เรื่อง และ กรณีที่มีผู้ที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยง แต่ทางครอบครัวไม่ตัดสินใจเลือก เนื่องจากตัดสินใจเลือกดาบตำรวจท่านหนึ่ง  มีความพร้อม รักเด็ก ไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ เมื่อทราบว่าบุคคลดังกล่าว อาจจะไม่พอใจที่ไม่ได้เด็กไปอุปการะ จึงคิดว่าครอบครัวขายเด็กให้ดาบตำรวจรายนี้

ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุด (วันที่ 11 กันยายน 2562) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของครอบครัวนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าเป็นบ้านไม้สองชั้น สภาพเก่า โดยครอบครัวนี้มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และเผาถ่านขาย อยู่ด้วยกัน โดยมีนางทราย ป้าของเฮเลน ที่เป็นแม่เด็กทารกวัย 5 เดือน อยู่กับสามี ญาติ และลูกรวม  11 คน เป็นเด็กชายหญิงวัยไล่เลี่ยกัน 7 คน คนเล็กสุดอายุ 5 เดือน เป็นลูกของนางทราย ซึ่งเกิดไล่เลี่ยกับลูกของเฮเลน

นายหิน อาของเฮเลน ซึ่งเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ที่ถูกนำไปประกาศในโซเชียล กล่าวว่า ได้เข้าพบ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน  และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน เมื่อค่ำวานนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แต่จนถึงขณะนี้ตนเองและครอบครัวก็ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดกับใคร เนื่องจากตนไม่มีความรู้ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่หากมีทนายความจิตอาสา หรือมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยก็ยินดี เพราะลำพังตัวเองคงไม่มีความรู้ และไม่มีเงิน ตอนนี้มีสื่อหลายสำนัก ทั้งไทยและต่างประเทศ ติดต่อขอให้ไปออกรายการ พร้อมจ่ายค่าใช้จ่ายแต่ตนยืนยันว่าจะไม่ไปออกรายการใดๆ ทั้งสิ้น ตนเองอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างน้อยเป็นการเตือนสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของเพจต่างๆ และสื่อโซเชียล ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนต่อความเป็นจริงจนมีการแชร์กันต่อๆ จนเกิดความเสียหายทั้งตนเองและครอบครัว รวมทั้งยังมีคนโทรศัพท์มาต่อว่า ด่าทอ อยู่ตลอดเวลา และยืนยันว่าตนและครอบครัวไม่ได้ประกาศขายเด็กทารก แต่มีความจำเป็นต้องหาคนอุปการะ เพราะเลี้ยงเด็กอ่อนพร้อมกันสองคนไม่ไหว ครอบครัวของตนไม่คิดจะขายลูกหลานกิน ที่ผ่านมาก็ช่วยกันเลี้ยงมาโดยตลอด ยอมแม้กระทั่งต้องขายข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไปทีละชิ้น เพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว ตนเองก็ป่วยต้องรักษา

ซึ่งหลังจากความจริงเผยแพร่ออกไป และเริ่มมีเพจบางเพจ ส่งข้อความมาขอโทษ และโทรศัพท์มาขอโทษบ้างแล้วก็มี  รวมทั้งได้โทรศัพท์พูดคุยกับดาบตำรวจมาโดยตลอด แต่พบว่า ดาบตำรวจมีความเครียด และกังวลว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อเด็กชาย 5 เดือนในอนาคต แต่ยืนยันว่าครอบครัวจะยังคงยกเหลนชายให้กับดาบตำรวจรายนี้เหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมามีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ทั้งความรักเด็ก และรักครอบครัวของตน โดยหลังจากนี้จะเดินเรื่องเอกสารต่างๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมายให้เสร็จเรียบร้อย

โดยในพรุ่งนี้ (วันที่ 12 กันยายน 2562) เจ้าหน้าที่จาก  บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองหัวหิน จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครอบครัว เพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่