กัมพูชาส่งคืนรถหรูอัลพาร์ดแล้ว!! เจ้าของสุดดีใจได้รถคืน

สระแก้ว – ทางการกัมพูชานำรถหรูอัลพาร์ดป้ายแดงที่ถูกแก๊งนำรถข้ามชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งคืนให้เจ้าของรถผู้เสียหายแล้ว ระบุได้รถคืนเพราะระบบจีพีเอส ด้าน ผกก.ตม.สระแก้ว อยากให้เจ้าของรถเห็นความสำคัญของระบบป้องกันที่สามารถติดตามรถได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ นายจิรวัฒน์ เลิศกษิต อายุ 33 ปี เจ้าของและผู้จัดการบริษัท ทีพีเอสเอส จำกัด เลขที่ 7 ช.เจริญนคร 60 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถยนต์หรู เข้าแจ้งความและติดตามรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ศ-5084 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกเช่าจาก กทม.เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วถูกนำรถออกนอกประเทศไปฝั่งกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติ บ้านเนินสมบูรณ์ ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จนเจ้าของรถตรวจพบเส้นทางมีการลักลอบนำออกนอกประเทศจากระบบจีพีเอสของรถยนต์ และเดินทางมาติดตามรถที่ จ.สระแก้ว จนพบรถคันดังกล่าวนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรวัฒน์ เลิศกษิต เจ้าของรถผู้เสียหาย ได้เดินทางมายังด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ ตม. และเจ้าหน้าที่กัมพูชา โดยมีการประสานงานร่วมกับ พ.อ.ชุมเจตน์ นพเกตุ รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 (สน.ปทก.ศปก.มภ.1) พร้อมเดินทางไปที่ สน.ปทก.ศปก.มภ.1 ที่ ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของทั้งสองประเทศให้เสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาอยู่ระหว่างนำรถมาส่งให้ผู้เสียหายผ่านช่องทางด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในช่วงเวลา 14.30 น. โดยได้มีการส่งมอบกันระหว่างเจ้าหน้าที่่ไทยและกัมพูชาที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หลังจากนั้น ทางกองกำลังบูรพาได้พาผู้เสียหายและรถยนต์ไปส่งมอบให้ที่ด่านตรวจกองกำลังบูรพา ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.กกล.บูรพา และ หน.สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 มอบหมายให้ พ.อ.อภิชัย จูสนิท รอง เสธ.กกล.บูรพา เป็นผู้แทน ในการส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวให้กับ นายจิรวัฒน์ เลิสกษิต เจ้าของรถที่บริเวณด้านหน้ากองกำลังบูรพา ภายหลัง ผบ.กกล.บูรพา และ หน.สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ได้สั่งการให้ หน่วย ฉก.ปชด. ตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกตามช่องทางต่าง ๆ และสั่งการให้ สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ประสานไปยัง สน.ปกท.(กัมพูชา) ให้ตรวจสอบและติดตามรถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 08 ก.ย.62 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา กกล.บูรพา ได้รับแจ้งจาก สน.ปทก.ศปก.ทภ.1 ว่า สน.ปกท.(กัมพูชา) ได้พบรถตู้อัลพาร์ดคันดังกล่าวแล้ว จึงได้อำนวยความสะดวกในการข้ามแดนเพื่อนำเจ้าของรถผู้เสียหายไปตรวจสอบ ณ บริเวณสำนักงานสารวัตรทหารบึงตะกวน โดยผู้เสียหาย ยืนยันว่า เป็นรถของตนจริง เจ้าหน้าที่กัมพูชา โดย พล.ท.บอน เบิน หน.สห.จังหวัดบันเตียเมียนเจย จึงได้สั่งการให้นำรถมาเก็บไว้ที่สำนักงานสารวัตรทหารประจำ จ.บันเตียเมียนเจย เพื่อทำการตรวจสอบและทำการส่งมอบดังกล่าว

นายจิรวัฒน์ เลิศกษิต อายุ 33 ปี เจ้าของรถและผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานโดยเฉพาะกองกำลังบูรพา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจฝั่งกัมพูชา ที่ช่วยประสานงานจนได้รถยนต์กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งรถก็มีสภาพล้อและของเสียหายหลายอย่าง แต่ก็ดีใจมากที่ได้รถคืน และต้องขอบคุณระบบจีพีเอสและระบบติดรถยนต์ที่ช่วยให้การติดตามรถทำได้อย่างรวดเร็วมาก ส่วนผู้ต้องหาที่เช่ารถและนำรถตนมาขายชายแดนนั้น ตนได้แจ้งความเพื่อให้มีการดำเนินคดีแล้ว ซึ่งจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวว่า กรณีการลักลอบนำรถข้ามชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้ เจ้าของรถสามารถติดตามรถกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วเพราะมีการติดตั้งระบบจีพีเอส จึงรู้ว่ามีการนำรถข้ามชายแดนและแจ้งความพร้อมติดตามรถได้ทันท่วงที ขณะนี้ทางการกัมพูชาได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวในประเทศกัมพูชาแล้ว จำนวน 3 ราย และหญิงไทย น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ อายุ 39 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 89/440 ม.17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นทอมอีก 1 ราย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลขบวนการนี้ด้วย และถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ทางการกัมพูชาให้ความสนใจ เพราะได้มีการออกระเบียบที่ห้ามมีการใช้รถจดทะเบียนรถพวงมาลัยขวามานานแล้ว

“ขณะนี้ทาง ตม.ไทยและกัมพูชาได้ประสานงานกันตลอดเวลา หากมีเหตุและทราบเรื่องเร็วและ กรณีนี้รถเช่ามีระบบจีพีเอสที่สามารถตรวจสอบการเดินทางของรถว่าไปไหนมาไหนได้ ซึ่งเมื่อออกนอกเขตพื้นที่ที่ตกลงกันไว้ ก็สามารถจะตัดระบบได้ ส่วนใหญ่รถเช่าน่าจะทำเพื่อป้องกันทรัพย์สินด้วยวิธีการลักษณะนี้และที่ผ่านมาการได้รถคืนลักษณะนี้ถือว่า มีน้อยมาก ” ผกก.ตม.สระแก้ว กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหาหญิงไทยอีก 1 ราย ซึ่งเป็นคู่ขาของหญิงทอมและเป็นผู้ร่วมขบวนการนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ สภ.ตาพระยา ควบคุมตัวและปรับข้อหาเข้าเมืองผิดช่องทาง จำนวน 1,600 บาท ส่วนคดียักยอกทรัพย์ที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.คลองตัน อยู่ระหว่างการสอบสวน เช่นกัน

 

—————————-

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่