ครอบครัวเด็กทารก 5 เดือน “ยันยันไม่ได้ขายเด็กลงโซเชียล

 

ครอบครัวเด็กทารก 5 เดือน ที่ปรากฏภาพในเพจขอรับอุปการะเด็กผ่านเฟซบุ๊ก เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยืนยันไม่ได้ขายเด็กลงโซเชียล แต่เคยติดต่อเพจเพื่อหาคนอุปการะเด็ก แต่มีการนำข้อมูลมาเผยแพร่บิดเบือนข้อมูล (ข่าว/ภาพ วิมล ทับคง)

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ ได้แชร์ภาพเพจเฟซบุ๊ก ประกาศขออุปการะเด็กทารก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าว อาจจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.เด็ก และ อาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลพร้อมรูปภาพของเด็กทารกคนหนึ่ง ระบุพิกัดเด็กอยู่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ล่าสุดวันนี้ วันที่ 10กันยายน2562  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ ครอบครัวของเด็กทารกที่ปรากฏภาพ ซึ่งได้เดินทางมาพบกับ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.อ. ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน,พ.ต.ท. เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.สภ.หัวหิน,พ.ต.ท. ไชยวิวัฒน์ จันทร รอง ผกก. สอบสวน สภ.หัวหิน หลังจากเรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยครอบครัวของเด็กทารกรายนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างกนัก มีคนโทรศัพท์มาด่าทอ และมีชาวเน็ตคอมเม้นท์ด่าสาดเสียเทเสีย อย่างไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความเป็นธรรมจากสังคม เนื่องจากข้อมูลที่เผลแพร่ออกไปไม่เป็นความจริง มีการบิดเบือนข้อมูล

โดยครอบครัวของเด็กทารกวัย 5 เดือน เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สภ.หัวหินประกอบด้วย แม่ของเด็กทารก ชื่อเฮเลน (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ร่างกายพิการเป็นไบ้ และหูหนวก,นายหิน อายุ 35 ปี อาของเฮเลน,นางทราย อายุ 31 ปี เป็นป้าของเฮเลนซึ่งเป็นผู้ดูแลเฮเลน และเลี้ยงหลานชายวัย 5 เดือน ตั้งแต่แรกเนื่องจากพ่อของเฮเลนต้องโทษอยู่ในเรือนจำ

นายหิน  กล่าวว่า ตนเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกเพจเฟชบุ๊กนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์  ยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้ประกาศขายเหลนชาย วัย 5 เดือนอย่างแน่นอน  แต่ยอมรับว่าได้ติดต่อกับเพจเพื่อหาคนอุปการะเหลนชายจริง เนื่องจากครอบครัวของนางทรายไม่สามารถเลี้ยงดูไหว เพราะนางทรายมีลูกที่ต้องดูแลอยู่แล้ว 7 คน และกำลังตั้งท้องอีกคน ปัจจุบันต้องดูแลทั้งเฮเลน และลูกของตนเอง เมื่อเฮเลนตั้งท้องโดยไม่มีพ่อจึงเป็นภาระที่หนักอึ้งเพิ่มเข้ามาอีก และอยากให้เด็กมีอนาคตที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยทางเพจแจ้งว่าขอเบอร์โทรศัพท์ และรูปถ่ายของเด็กทารกไว้ เพื่อนำไปประกาศขอคนที่มีความพร้อมที่ต้องการรับเด็กไปอุปการะ จากนั้นไม่นาน ก็มีคนติดต่อเข้ามาหลายคน ตนและนางทรายได้ช่วยกันเลือกจนเหลือคนที่เข้าตา 4 คน แต่ยังไม่ตัดสินใจ

ขณะเดียวกัน ก็มีดาบตำรวจท่านหนึ่งซึ่งเป็นญาติห่างๆ ทราบข่าว มาขอพบเด็ก และเกิดถูกชะตา ไปมาหาสู่ ซื้อนม และเสื้อผ้ามาให้เด็กเป็นประจำ ตนเห็นว่าดาบตำรวจท่านนี้อุปนิสัยดี มีความพร้อมในทุกด้าน รักเด็ก อีกทั้งอยู่ไม่ไกลสามารถไปมาหาสู่กันได้ จึงได้มีการเจรจาเพื่อทำเรื่องขอรับรองบุตรไปอุปการะ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมเอกสารจะไปดำเนินการกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ถูกต้อง ซึ่งได้วางแผนไว้ว่าจะดำเนินการในสัปดาห์หน้าแต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีการซื้อขายเด็กทารกอย่างแน่นอน

สำหรับสาเหตุที่เกิดเป็นประเด็นขึ้นมาครั้งนี้ สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากที่ตนไปมีปากเสียงคนที่ต้องการเด็กรายหนึ่งเข้า หลังจากที่เขาทราบว่า ตนตัดสินใจจะยกเด็กให้กับ ดาบตำรวจ ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจ คิดว่าดาบตำรวจรายนี้เจรจาให้เงินมากกว่า อาจจะนำเรื่องไปบิดเบือนข้อมูล

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรศักดิ์  สุขแสวง  ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ให้ พ.ต.อ.ธนากร  วงศ์สิริลักษณ์  ผกก.สภ.หัวหิน ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงเชื่อได้ว่า กรณีนี้เป็นความเข้าใจผิด ไม่มีการซื้อขายเด็กทารก อย่างที่ปรากฏข้อมูลในสื่อออนไลน์ แต่เป็นความยินยอมของครอบครัวที่ต้องการจะให้เด็กได้อยู่กับครอบครัวใหม่ที่มีความพร้อมทุกด้าน และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมขออนุญาตรับรองบุตรบุญธรรม

ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลขึ้นสื่อโซเซียล จนก่อให้เกิดการตื่นตระหนกและวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างในครั้งนี้ เบื้องต้นผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าเป็นการนำข้อความอันเป็นเท็จขึ้นสื่อออนไลน์ จนก่อให้เกิดการเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียง หากทางครอบครัวผู้เสียหาย จะแจ้งความดำเนินคดี กับผู้โพสต์ฯหรือผู้แชร์เรื่องดังกล่าว ก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหาย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่