‘พุทธิพงษ์’ ผลักดัน “บิ๊ก ดาต้า” ใช้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกด้าน

กรุงเทพฯ – รัฐมนตรีดีอี ชี้ “บิ๊ก ดาต้า” มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เข็น บีโอไอ ปรับสิทธิประโยชน์ดึงทุนต่างชาติ ยืนยัน ปีหน้าได้ใช้ 5G แน่

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มประเทศไทย’ ในงาน Dinner Talk ‘Thailand Transformation : รวมพลังทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ร่วมเดินหน้าประเทศไทย’ ในโอกาสเปิดตัวแพลตฟอร์ม On Print สื่อธุรกิจ BUSINESS TODAY ว่า การเปลี่ยนแปลงของโลก กระทบความเป็นอยู่ของทุกคน ดังนั้น เราจึงต้องปรับตัว สิ่งแรกที่ต้องปรับ คือ “ทำอย่างไรให้ดิจิทัลนำไปสู่การปฏิบัติ และเข้าถึงของคนทั้งประเทศ”  5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้วางโครงสร้างบรอดแบรนด์ และใช้เทคโนโลยี แต่ผู้ที่ได้ใช้กลับเป็นคนชั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น ขณะที่คน 30 ล้านคน ที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงต้องปรับวิธีคิด ทำอย่างไรให้คนไทยทั้งประเทศ ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ขอแบ่งแนวคิดเป็น 5 เรื่องหลัก ๆ ประกอบด้วย

1. Fintech ใช้เทคโนโลยีมาผลักดันวงการการเงิน

2. Edtech ใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาการศึกษา ให้ประชาชนเข้าถึงระบบการศึกษาได้ง่ายขึ้น

3. Healthtech ใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนมีอายุยืนขึ้น การรักษาพยาบาลรวดเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น จะเชื่อมระบบโรงพยาบาลรัฐและเอกชน นำข้อมูลคนไข้ไว้ในระบบ Cloud โดยประชาชนเป็นผู้เก็บข้อมูลของตัวเอง ไม่ต้องกลัวข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

4. Agritech ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยภาคเกษตร

5. Governmentech คือ การนำ Big Data มาใช้ เริ่มจากยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวก่อน เพราะไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวดีที่สุด จะนำข้อมูลมารวมกัน ซึ่งจะยังประโยชน์ 3 กลุ่ม คือ

รัฐบาล สามารถนำตัวเลขจาก Big Data มาคิดในการจัดงบประมาณได้

ประชาชน สามารถจัดสรรงบประมาณของตัวเองได้ มีงบประมาณท่าไหร่ จะเที่ยว-กินที่ไหนได้ เดินทางอย่างไร

ภาคธุรกิจ จะรู้ว่าควรลงทุนธุรกิจอะไร จากข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวต่อว่า เวลาต่างชาติจะเข้ามาทำธุรกิจด้านดิจิทัล ก็จะเข้ามาประเทศไทยก่อน แต่กลับไปจดทะเบียนที่สิงคโปร์ เพราะการจดจัดตั้งบริษัท และมาตรฐานภาษีของไทยไม่ชัดเจน จึงได้หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เรื่องการเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ ทำให้เราแข่งกับประเทศอื่นได้ เพราะถ้าไม่ปรับ นักลงทุนจะหนีไปเวียดนามหมด วันนี้ เราต้องปรับนโยบาย เพื่อดึงอุตสาหกรรมดิจิทัลให้มาอยู่กับเรา ต้องรีสกิล และอัปสกิลคน เพิ่มเติมทักษะแรงงาน เพราะต้องการคนงานในปีหน้ามากถึง 40,000 คน และภายใน 2 ปี อาจจะต้องการมากถึง 180,000 คน เราได้จับมือกับนิคมอุตสาหกรรม ให้คนในนิคมปรับตัว เพิ่มเติมทักษะแรงงาน เพราะเราจะรอให้เด็กรุ่นใหม่เรียนจบไม่ได้

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ยังกล่าวถึงการใช้โซเชียลมีเดีย และเฟคนิวส์ โดยระบุว่า ด้วยเทคโนโลยีทำให้ทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้ ไม่ต้องมีจรรยาบรรณก็ได้ ยิ่งแต่งเติมมากเท่าไหร่ ยิ่งได้ยอดแชร์  สื่อมวลชนที่มีคุณภาพ จึงไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม  “สำหรับ 5G จะเกิดขึ้นแน่นอน ในปีหน้า และจะไม่ได้มีไว้สำหรับการใช้สมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ 5G จะเข้ามามีความสำคัญอย่างมาก ต่อระบบอุตสาหกรรมในไทย และจะมีความสำคัญมากต่อการลงทุนในประเทศไทย นักลงทุนจะเลือกประเทศไทยหรือไม่ ก็เพราะระบบ 5G ที่จะใช้ในระบบการผลิต”   

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่