พบแล้ว!! รถหรูโตโยต้าอัลพาร์ดป้ายแดงถูกเช่าลักลอบนำข้ามชายแดนสระแก้ว ขายเขมร 1 ล้าน

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่พบแล้ว รถยนต์หรูยี่ห้อโตโยต้าอัลพาร์ดป้ายแดง ถูกทอม-ดี้ เช่าขับออกนอกเส้นทาง ส่งข้ามชายแดน จ.สระแก้ว ไปขายฝั่งประเทศกัมพูชาในราคา 1 ล้านบาท แต่เจ้าของสามารถติดตามจนพบรถด้วยระบบ GPS และแจ้ง ตม.สระแก้วเข้ารวบตัวได้ทันควัน ขณะนี้ทราบพิกัดรถถูกตัดระบบอยู่ฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา มีเจ้าหน้าที่ สห.กัมพูชา ดูแลไว้ เตรียมประสานสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 เร่งนำรถกลับไทยตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายจิรวัฒน์ เลิศกษิต อายุ 33 ปี เจ้าของและผู้จัดการบริษัท ทีพีเอสเอส จำกัด เลขที่ 7 ช.เจริญนคร 60 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบกิจการให้เช่ารถยนต์ ได้นำภาพถ่ายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ศ-5084 กรุงเทพมหานคร พร้อมสำเนาแจ้งความที่ สน.คลองตัน เดินทางขอเข้าพบ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ที่จุดตรวจคนเข้าเมืองด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ ตม.ช่วยประสานติดตามจับกุมตัว ผู้หญิง 2 คน ที่เป็นทอมและดี้กันและรถยนต์ที่ถูกเช่าไป แล้วนำออกนอกประเทศไปฝั่งกัมพูชา หลังจากตรวจพบเส้นทางมีการลักลอบนำออกนอกประเทศไปกัมพูชา จากระบบจีพีเอสของรถยนต์คันดังกล่าว

ล่าสุด นายจิรวัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ได้เดินทางไปที่จุดตรวจ ตม.ตาพระยา บริเวณจุดผ่อนปรนตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ภายหลังได้รับโทรศัพท์จากผู้เช่าว่า รถยนต์เกิดล๊อคและเครื่องยนต์ดับอัตโนมัติ ช่วงที่นำข้ามชายแดนไปฝั่งกัมพูชาเพราะมีการตัดการทำงานด้วยระบบจีพีเอส จนเจ้าหน้าที่ ตม.สามารถประสานงานเข้าควบคุมตัวทอมและดี้ 2 คนได้ที่บริเวณวินรถจักรยานยนต์ก่อนถึงด่านตรวจ ตชด. ประกอบด้วย น.ส.จันทน์ทิพย์ ณ อุดม อายุ 42 ปี และ น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ อายุ 39 ปี ซึ่งทั้งสองคนอยู่บ้านเลขที่ 89/440 ม.17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถูกนำตัวมาพูดคุยเจรจากันบริเวณด่าน ตม.ตาพระยา ซึ่ง น.ส.อสะรีย์ เสาร์คำ อายุ 39 ปี เสนอตัวเข้าไปนำรถที่อยู่ในประเทศกัมพูชาซึ่งเพื่อนชาวกัมพูชาขับเข้าไปกลับมาฝั่งไทย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาจับกุมตัวและควบคุมตัวไว้ฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วน น.ส.จันทน์ทิพย์ ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.ไทยควบคุมตัวไว้ฐานเข้าเมืองผิดช่องทาง เพราะมีการเดินทางเข้าออกกัมพูชาผ่านทางช่องทางธรรมชาติหลายรอบก่อนหน้านี้ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ตาพระยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.สัญชัย วราพงษ์ลิขิต ผกก.สภ.ตาพระยา เปิดเผยว่า กรณีของ น.ส.จันทน์ทิพย์ ณ อุดม อายุ 42 ปี ซึ่งมีการเดินทางออกไปและกลับเข้ามาในประเทศไทยผิดช่องทาง วันนี้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีฐานเข้าเมืองผิดช่องทางมีโทษปรับ จำนวน 1,600 บาท ส่วนคดีอาญาที่เจ้าทุกข์ไปแจ้งความไว้กรณียักยอกทรัพย์ที่ สน.คลองตัน ต้องให้ทางพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เป็นผู้ดำเนินคดี ทั้งนี้ มีการยืนยันแล้วว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้นำรถยนต์โตโยต้ารุ่นอัลพาร์ดป้ายแดง ออกไปฝั่งประเทศกัมพูชาจริง ที่บริเวณจุด จต.20 ผ่านช่องทางธรรมชาติ บ้านเนินสมบูรณ์ ม.12 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จึงเตรียมเดินทางลงพื้นที่่ตรวจสอบจุดดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ตม.สระแก้ว แจ้งว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กัมพูชาว่า รถยนต์คันดังกล่าวหลังตกเป็นข่าว เจ้าหน้าที่ สห.กัมพูชา จ.บันเตียเมียนเจย ได้ยึดรถคันนี้ไว้แล้วที่บริเวณฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเจ้าของรถอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 (สน.ปทก.ศปก.มภ.1) เพื่อขอนำรถกลับประเทศไทยตามขั้นตอนกฎหมาย อาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 วัน ทั้งนี้ บรรยากาศที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรารถยนต์ที่จะเดินทางข้ามแดนมากยิ่งขึ้น คาดว่าหากขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้า สน.ปทก.ศปก.มภ.1 และเจ้าหน้าที่กัมพูชา กรณีขอนำรถกลับประเทศเสร็จสิ้น น่าจะมีการนำรถกลับทางช่องด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

—————————-

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่