หนุ่มผู้คุมเรือนจำนครปฐม ควบเก๋งอัดท้ายรถเทรลเลอร์ดับอนาถ

 

หนุ่มเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำกลางนครปฐม ควบเก๋งกลับแฟลตในเรือนจำด้วยความเร็วสูง อีกเพียง 500 เมตร จะถึงบ้านพัก พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ เสียงดังสนั่น ตายอนาถคาที่

อุบัติเหตุรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 4 กันยายน 2562 พ.ต.ท.บุญศักดิ์ ติ๊บมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้านรถเทรลเลอร์ มีผู้บาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ ที่ถนนสายมาลัยแมน นครปฐม-กำแพงแสน กม.5 หมู่ 6 ตำบลวังตะกู อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที

ไปถึงพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้าแจส สีขาว ทะเบียน กพ 6173 นครปฐม สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และกระจกหน้าแตก จอดชิดขอบด้านขวาของเกาะกลาง กลางถนนมีเศษซากรถกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ตรวจดูภายในรถเบาะด้านหน้า พบคนขับเอนร่างมาทางเบาะแถบด้านซ้าย และเสียชีวิตแล้ว โดยพบบาดแผลขนาดใหญ่ที่บริเวณหน้าผาก ทราบชื่อต่อมา คือ สิบเอกเฉลิมพงษ์ สงวนพงษ์ อายุ 30 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำกลางนครปฐม

ส่วนรถคู่กรณี เป็นรถเทรลเลอร์ นิสสัน ทะเบียนหน้า 70-9404 พระนครศรีอยุธยา ทะเบียนหลัง 71-1288 พระนครศรีอยุธยา จอดห่างจากรถยนต์เก๋งประมาณ 150 เมตร บริเวณด้านท้ายรถมีร่องรอยถูกชนเสียหายเล็กน้อย และพบคนขับยืนรอเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อ คือ นายเจษฎา หลวงใจ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/5 หมู่ 2 ตำบลเขาไชยราช อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร

สอบสวน นายเจษฎาฯ คนขับรถเทรลเลอร์ กล่าวว่า ตนขับรถคันดังกล่าว ออกจากโรงงานเหล็กภายในซอยออกมาได้ประมาณ 100 เมตร เพื่อนำเหล็กเส้นไปส่งยังอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยขับชิดขวาเพื่อจะเลี้ยวเข้าช่วงยูเทิร์น ทันใดก็ได้ยินเสียงดังคล้ายกับยางรถระเบิด จึงมองที่กระจกด้านข้างจึงพบว่า รถเก๋งคันดังกล่าว พุ่งชนท้าย จึงจอดชิดขวาและลงไปดู

ต่อมาแพทย์จากโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ได้รุดมาชันสูตรศพพบว่าผู้เสียชีวิตคอหัก ขาหัก และศีรษะแตก จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพได้ให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม นำผู้เสียชีวิตไปทำการผ่าพิสูจน์ยังโรงพยาบาลอย่างละเอียดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาของถนนสายนี้ ส่วนหนึ่งมาจากไฟส่องทางเกาะกลาง พบว่าแทบตลอดทาง มีเสาไฟฟ้าส่องทางติดตั้งเป็นระยะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ใช้การไมได้เลย จึงทำให้ถนนสายนี้มืด และอันตรายที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่ชินเส้นทาง และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

พิสิษฐ์ ปานวณิชยกิจ – ขนิษฐา ชื่นยินดี / ภาพ-ข่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครปฐม กดอ่านที่นี่