รวบแล้วโจรแสบย่องงัดร้านกาแฟ 2 ครั้งซ้อนขโมยน้ำอัดลมได้ 2 ขวดอ้างแค่หิวน้ำ(คลิป)

ชัยภูมิ – หลังย่ามใจเข้ามาก่อเหตุงัดร้านดังกล่าวได้รับความเสียหายถึง 2 ครั้งซ้อน 2 วันติดต่อกัน และใช้ผ้าไปคลุมปิดหน้ากล้องวงจรปิดไว้คิดว่า จะไม่มีใครตามจับตัวเองได้ แต่กล้องวงจรปิดส่วนหนึ่งจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจนเป็นหลักฐานมัด จึงยอมรับสารภาพสิ้นเพิ่งพ้นคุกคดีลักทรัพย์ออกมาได้ไม่นาน ไปหาเที่ยวแต่ไม่มีเงิน จึงแอบย่องงัดเข้าไปในร้านขโมยน้ำอัดลมออกมาเพราะหิวน้ำเท่านั้น !

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 กันยายน 2562 ความคืบหน้าคดีโจรแสบรายนี้ หลังมีเจ้าของร้านกาแฟผู้เสียหายนำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพสาวประเภทสอง ย่องเงียบเข้าไปงัดร้านกาแฟสร้างความเสียหายถึง 2 ครั้ง 2 วันซ้อนติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 2-3 ก.ย.62 ที่ผ่านมา โดยมีการเตรียมการวางแผนนำผ้าเข้ามาปิดคลุมบังบริเวณหน้ากล้องวงจรปิดของร้านกาแฟไว้หวังที่จะไม่ให้มีหลักฐานติดตามจับกุมตัวเองได้ จนย่ามใจบุกมางัดร้านดังกล่าวถึง 2 ครั้งติดกัน ก่อนที่จะลงมืองัดตู้ค้นหาของภายในร้านกาแฟผู้เสียหาย ซึ่งได้เพียงน้ำอัดลมไปเพียง 2 ขวด หลังจากที่ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

จนกระทั่งรุ่งเช้าวานนี้ 3 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ทางด้าน น.ส.ชุติมา  หอมจันทร์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 171/60 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เจ้าของร้านกาแฟ น.งัว ตั้งอยู่บริเวณสนามบินมาเปิดร้านก็พบว่าร้านถูกงัด ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ โดยมี พ.ต.ท.ฐิติพัฒน์  คำรังสี สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชัยภูมิ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ส่วนหนึ่งมีการบันทึกภาพหัวขโมยรายนี้ไว้ได้ทั้ง 2 ครั้ง ก่อนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ

จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.นพดล  ทุนทวีศลศักดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ และ พ.ต.ท.ธีรยุทธ  ปลิวสูงเนิน สว.สส. ได้ออกหาเบาะแสของคนร้ายจนกระทั่งไปพบสาวประเภทสอง ที่มีลักษณะคล้ายผู้ประกอบเหตุในภาพวงจรปิด จนทราบชื่อต่อมาคือ นายพงษ์รัก  ยามชัยภูมิ อายุ 26 ปี อาศัยบ้านกุดเหม่ง หมู่ที่ 2 ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวนจนเจ้าตัวจำนนด้วยหลักฐานที่พบเป็นของกลางจึงรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุบุกงัดร้านเข้าไปขโมยของดังกล่าวเอง

โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ต้องหารายนี้เล่าว่า เมื่อคืนก่อนก่อเกิดเหตุทั้ง 2 วันติดต่อกัน ซึ่งหลังตนเองเคยก่อเหตุคดีลักทรัพย์จนถูกศาลจำคุกต้องโทษติดคุกไป 2 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 2 เดือน และช่วงนี้ไม่มีงานทำตนเองได้ไปเที่ยวหาดื่มตามสถานบันเทิงใกล้ย่านร้านกาแฟดังกล่าว จนกระทั่งช่วงจะกลับบ้านเกิดหิวน้ำแต่ไม่มีเงิน ตนเองจึงขับ จยย.ผ่านหน้าร้านกาแฟดังกล่าว เห็นว่าปลอดคน และลงมือเข้าก่อเหตุดังกล่าวทั้ง 2 วัน ซึ่งคิดว่านำผ้าไปปิดคลุมหน้ากล้องวงจรปิดไว้จะได้ไม่มีคนตามหาตัวเองที่ก่อเหตุได้ แต่โชคไม่ดีมีกล้องบางส่วนภายในร้านจับภาพตัวเองไว้ได้อย่างชัดเจน พร้อมยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกล้องวงจรปิดนั้นเป็นตัวเองจริง

และมีความยินดีและสมัครใจนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพาตัวเองเข้าไปตรวจยึดของกลางที่ขโมยมาเป็นขวดน้ำอัดลมที่ขโมยมาดื่มหมดแล้วรวม  2 ขวด และโถบรรจุผงกาแฟ และกระป๋องนมสดอีกส่วนหนึ่งภายในบ้านพักของตนเองที่ขโมยมาในครั้งนี้ด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกการตรวจยึดสิ่งของตามรายการดังกล่าวข้างต้นเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ส่งควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่