ชาวแพร่ 2,000 แห่ร่วมเวที วิชาการ”กัญชากับวิถีไท”

เวที กัญชากับวิถีไท เมืองแพร่ นักวิชาการชี้มีผลต่อสมอง คุณประโยชน์มหาศาลของกัญชาไทย
กระทรวงสาธารณสุขลงนามในกฎหมายใหม่ ใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคปลอดออกจากยาเสพติดประเภท 5 นักวิชาการชี้แผนไทย กัญชาไทย สุดยอดเตรียมแผนพัฒนาตามกฎหมายใน 7 กลุ่มวิชาชีพ พัฒนาเชิงคุณภาพภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


เวลา 09.30 น.วันที่ 31 สิงหาคม นายวัฒนา ผาทอง รองนายก อบจ.แพร่ เป็นประธานเปิด เวทีเสวนา “กัญชากับวิถีไท” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS บ้านกอเปา ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมเพิ่มปริมาณจากเป้าหมายลงทะเบียน 1,000 คน เพิ่มเป็น 2,000 คน นายวัฒนา ผาทอง กล่าวถึงการให้ความรู้เรื่องกัญชาในเวทีกัญชากับวิถีไท เป็นเวทีให้ความรู้ต่อประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมในการเข้าถึงยาที่ผลิตจากกัญชา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่จังหวัดแพร่มีผู้สนใจและเกิดการพัฒนาเป็นไปตามกฎหมาย ข้อสำคัญ ยาที่ทำจากกัญชาต้องเป็นยาของชุมชนและคนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ มากกว่าปล่อยให้เป็นยาที่ต้องซื้อหาด้วยราคาสูงหรือตกเป็นของผู้ผลิตที่เป็นนายทุน


เวลา 10.00 น. นักวิชาการและกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสมุนไพรครบวงจรแห่งประเทศไทย และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสมุนไพรครบวงจรจังหวัดแพร่ นำโดยนายรักเกียรติ สารทอง ประธานรัฐวิสาหกิจดังกล่าว เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงทิศทางแนวทางการพัฒนากัญชาเพื่อการแพทย์ ที่กำลังถูกปลดล็อคล่าสุดมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขระบุยกเลิกกัญชาออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2562 ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

แพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล นายกสมาคมแพทย์อาชีเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย (สพอท.) กล่าวในช่วงแถลงข่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่มีประกาศกระทรวงดังกล่าวถือเป็นการปลดล็อคออกจากยาเสพติดให้โทษ ซึ่งปัจจุบัน การห้ามทางกฎหมายขัดแย้งต่อการพัฒนากัญชาเป็นยารักษาโรค ทำให้ประชาชนเกิดสับสนนำไปสู่การใช้ที่ไม่ถูกต้องจนเกิดอันตราย ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จังหวัดแพร่ ถือเป็นจังหวัดแรกที่มีเวทีทางวิชาการกับแนวทางอนุญาตของรัฐ ดังนั้นผู้ที่ใช้กัญชาอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ


นายประทีป อินแสง กล่าวว่า การอนุญาตหรือปลดล็อคกัญชาจึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาผ่านกลุ่มวิชาชีพแพทย์แผนปัจจุบัน ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุค และหมอพื้นบ้าน มีสิทธิในการใช้สมุนไพรกัญชารักษาซึ่งจะพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจและสุขภาพในท้องถิ่น

หลังจากการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแล้ว ได้เปิดเวที เสวนา “กัญชากับวิถีไท” โดยมีชาวแพร่และจังหวัดใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าฟังถึง 2,000 คน นักวิชาการผู้ให้ข้อมูลทางวิชาการประกอบด้วยนายแพทย์สมนึก ศิริพานทอง กรรมการสมาคมดีเลชั่นแห่งประเทศไทยและ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล นายกสมาคมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง “มุมมองของหมอกับกัญชา ปัญหา อนาคตกัญชาไทย” ดร.พันตำรวจโทหญิงฐิชาลักษณ์ ณรงค์วิทย์ สมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ บรรยายเรื่อง “กฎหมายที่เกี่ยวข้องและร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้คุณ” ศาสตราจารย์ ดร.อรรถ นนทจักร ประธานที่ปรึกษาสถาบันวิจัยภูพาน บรรยายเรื่อง “ตำรับยากัญชาภูมิปัญญาวิถีไท” อาจารย์ประทีป แตงทอง ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสมุนไพรครบวงจรแห่งประเทศไทย ให้ความรู้เรื่อง “ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานไร่กัญชา “แปลงต้นแบบ” ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสากล และ อาจารย์ประทีป อินแสง รองประธานวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสมุนไพรครบวงจรแห่งประเทศไทย จะเล่าถึงแนวทางการขับเคลื่อนและการจดแจ้งวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสมุนไพรครบวงจรแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีเสวนาดำเนินการให้ข้อมูลเชิงลึกตลอดทั้งวันเวทียุติลงในเวลา 15.00 น.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดแพร่ กดอ่านที่นี่