ศึกยกสองเมืองคอน พปชร.ทุ่มยึดหลังบ้าน ปชป.

เลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช ฐานที่มั่นของประชาธิปัตย์นัดนี้เดิมพันสูง หลังประชาธิปัตย์เสียท่าให้กับพลังประชารัฐในสนามใหญ่เสีย 3 ที่นั่ง ส.ส.ให้กับพลังประชารัฐถึงกับเสียศูนย์และเลือกตั้งนายกอบจ.ครั้งนี้ต้องสู้เต็มที่กับพลังประชารัฐอย่างเลี่ยงไม่ได้

พลังประชารัฐ ได้ส.ส.มา 3 เขต จาก 8 เขต แถมมีจ่อคอหอยประชาธิปัตย์เบียดขึ้นมาเป็นอันดับสองถึง 4 เขตนั่นย่อมชี้ว่ากระแสพลังประชารัฐที่วัดจากเลือกตั้งส.ส.ย่อมไม่ธรรมดา

จึงทำให้เห็นสัญญาณช่วงจัดโผวางทัพสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นสนามอบจ.ที่ประชาธิปัตย์ผลัดกันชมมายาวนาน ทุกเป้าจึงมุ่งที่พลังประชารัฐว่าจะจัดทีมส่งใครลงสมัคร ประชาธิปัตย์จะเคลียร์ภายในลงตัวที่ใครเพื่อสู้ศึกที่แม้จะชนะก็มีค่าเพียงแค่การยัน

ค่อนข้างชัดเจนสำหรับประชาธิปัตย์ โดยส.ส.ในพื้นที่ลงตัวส่ง “สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์”อดีตส.ส.หลายสมัยที่แพ้การเลือกตั้งส.ส.ในเขต 7 ให้กับ สายัณห์ ยุติธรรม คนสนิทของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่ลงสมัครในนามพลังประชารัฐ

แต่ใช่ว่าจะราบรื่นเท่าใดนักสำหรับสุรเชษฐ์ เพราะ “ข้อต่อรอง”บางประการในการจัดทีม ที่ตระกูล”เสนพงศ์” ที่การเลือกตั้งปี 2557 “มาโนช เสนพงศ์”น้องชายของเทพไท เสนพงศ์ ชนะการเลือกตั้งนายกอบจ.แต่โดนใบแดง จนอบจ.เป็นง่อยมา 4 ปี ยอมถอยโดยจะให้ “พงศ์สิน เสนพงศ์”น้องชายอีกคนของเทพไทย เข้านั่งในตำแหน่งรองนายกฯในทีมของสุรเชษฐ์

การขยับของเทพไทในการวางโผแบบนี้ทำให้หลายคนมองถึงชอตสอง ว่าไม่ใช่แค่ส่งน้องมานั่งรองนายกฯ แต่ถูกมองว่าเป็นการวางหมากเพื่อให้พงศ์สิน แต่งตัวรอลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 หลัง นริศา อดิเทพวรพันธุ์ พ่ายแพ้ถึง 2 ช่วงตัวให้กับณรงค์ บุญสวยขวัญ จากพลังประชารัฐ

เหตุผลนี้ทำให้นริศา เปลี่ยนเป้าไปสนับสนุน “นนทิวรรธน์ นนทภักดิ์” อดีตเลขาส่วนตัวของ”วิทยา แก้วภราดัย” ที่แพ้ในเขต 2 ให้กับสัณห์พจน์ สุขศรีเมือง จากพลังประชารัฐ  ทั้งวิทยา และนริศรา มีแนวโน้มสูงที่จะเทการสนับสนุนให้กับนนทิวรรธน์ รวมทั้งอภิชาต การิกาญจน์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ นครศรีธรรมราชก็โพสต์เฟชบุ้คสนับสนุนนนทิวรรธน์ ที่เปิดตัวลงสมัครเต็มที่ในนามอิสระแล้ว

ที่มากกว่านั้นหาก “พิชัย บุญยเกียรติ” ขอลงสมัครล้างตาอีกรอบ ชินณวรณ์ บุญยเกียรติ พี่ชายจะช่วยน้องชาย หรือจะช่วยพิเษฐ์ นี่ก็น่าคิด

ประชาธิปัตย์ฟัดกันเองจะเกิดขึ้นได้เหรอ ?

เป็นเรื่องปกติเพราะเลือกนายกอบจ.ปี 2557 ขั้วประชาธิปัตย์ก็แบ่งฝ่ายฟัดกันในสนามมาแล้ว ระหว่าง “พิชัย บุญยเกียรติ” กับ “มาโนช เสนพงศ์” จนเกือบเสียท่าให้กับ นพ.อิสระ หัสดินทร์ ที่เบียดขึ้นมามีคะแนนอันดับสอง

หรือเลือกตั้งปี 2553 ประชาธิปัตย์ก็เคยสู้กันเอง ระหว่างพิชัย บุญยเกียรติ กับตรีพล เจาะจิตต์ อดีตส.ส. 5 สมัย ที่ครั้งนั้นพิชัยคว้าชัยชนะ

ประชาธิปัตย์ที่ลงตัวแบบไม่ลงตัว หันไปดูค่ายพลังประชารัฐที่ถือว่าเนื้อหอมสุด ๆ หลังกระชากเรตติ้งในการเลือส.ส.จนประชาธิปัตย์ระส่ำ

พลังประชารัฐอยู่ในภาวะนั่งเลือกคนลงสมัคร โดยการวางเงื่อนไขคุณสมบัติผู้สมัครไว้ 2 ข้อ

1.เคยช่วยพรรคหาเสียงช่วงเลือกตั้งส.ส.

2.มีศักยภาพช่วยเหลือตัวเองได้

ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ เห็นมีความเคลื่อนไหวที่จะลงสมัครนายกอบจ.ในนามพลังประชารัฐแล้ว หลายคน เช่นในสายปกครอง ถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผวจ.นครศรีธรรมราช มีรายงานว่าเปิดตัวแล้วเต็มที่

อนันต์ ทองอุ่น ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เพิ่งย้ายไปมหาสารคาม ก็ชัดเจนว่าต้องการกลับมาลงสมัครนายกอบจ.นครศรีฯ

ฟากสายเขียว พล.ท.ธีรฉัตร จินดาเงิน หรือผู้การตี๋ อดีต ผบ.มทบ.41 สายเสธ เจี๊ยบ ก็มีรายงานว่าเล็ง ๆที่จะลงสมัครนายกอบจ.ในนามพลังประชารัฐ

กำนันปรีชา แก้วกระจ่าง อดีตนายกฯ อบต.ปากนคร ที่แต่เมื่อเช็คกระแสแล้วหากเดินต่อน่าจะไม่คุ้มถอยปักหลักยึดหัวหาดที่ปากนครน่าจะปลอดภัยกว่า

 วิทูร กรุณา อดีตสว.นครศรีธรรมราช ก็เปิดตัวจะลงสมัครนายกอบจ.ไปแล้ว และสนใจใจจะลงในนามพลังประชารัฐ แต่ถึงวิฑูร ทั้งชื่อและชั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครในสนามนครศรีฯ แต่อาจติดขัด 2 เงื่อนไขข้างบน ที่การเลือกตั้งส.ส.ล่าสุดวิฑูร ลงสมัครส.ส.นนทบุรี พรรคภูมิใจไทย ถ้าหากพลาดจากพลังประชารัฐพลังท้องถิ่นไทยของ”ชัชเตาปูน”อาจเป็นทางเลือกของวิฑูร หรืออาจลงสมัครอิสระ

สนามเลือกตั้งนายกอบจ.เมืองนคร ผู้ชนะต้องตุนคะแนนอย่างต่ำ 1.8 แสน ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 6 ล้านบาทต่างก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้

คนมีค่ายเท่านั้นที่จะสู้กันเที่ยวนี้ จึงไม่พ้น “ประชาธิปัตย์”จะสู้กันเต็ม ๆ กับ “พลังประชารัฐ”

ฝั่งพลังประชารัฐ ณ ตอนนี้ฮึกเหิมเหลือหลาย หากโค่นประชาธิปัตย์ในสนามท้องถิ่นครั้งนี้ได้ นั่นเท่ากับได้กำไรสองต่อ

หากหลังบ้านโดนเจาะพลุนคนจะปวดหัวยืดเยื้อก็ย่อมเป็นประชาธิปัตย์

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช กดอ่านที่นี่