เปิดคลินิกผู้ป่วยกัญชา รพ.ศูนย์อุดรธานี เน้นให้การรักษาในโรค

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกผู้ป่วยกัญชา รพ.ศูนย์อุดรธานีอย่างเป็นทางการ เน้นให้การรักษาในโรคที่กำหนดว่าใช้กัญชาได้ผลเป็นหลัก

อุดรธานี – นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ (ห้องตรวจ OPD SMC) ชั้น 2 ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลอุดรธานี ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายผลักดัน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาและสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ, การนันทนาการยังไม่อนุญาตให้นำไปใช้ ใช้ได้เพียงเพื่อทางการแพทย์เท่านั้น ที่เรียกว่า น้ำมันกัญชา โดยเริ่มกระจายการให้บริการสารสกัดน้ำมันกัญชา กับโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง และยังมีสถานพยาบาลที่ให้บริการด้าน แพทย์แผนไทยอีก 7 แห่งทั่วประเทศ
จ.อุดรธานี ได้เตรียมความพร้อม เพื่อรองรับภารกิจดังกล่าวอย่าง ครอบคลุม ด้านบริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีเป็นสถานบริการที่เปิดให้บริการคลินิกกัญชานำร่องในเขตสุขภาพที่ 8 โดยจะเน้นให้การรักษาในโรคที่กำหนดว่าใช้กัญชาได้ผลเป็นหลัก ได้แก่ โรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะคลื่นไส้ อาเจียนจากยาเคมีบำบัดที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล โดยเปิดให้บริการทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ซึ่งก็มีผู้ป่วยที่รับยาเป็นรายแรก เป็นชาวบ้านหลวง อ.เพ็ญ อายุ 63 ปี ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย มาติดตามอาการหลังการรักษาที่คลินิกด้วย ก็บอกว่าอาการดีขึ้นไม่เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนเดิม มีการโทรศัพท์ติดตามอาการโดยเภสัชกร ที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ ซึ่ง จ.อุดรธานี มีความพร้อมในด้านบุคลากรที่จะให้บริการแก่ผู้ป่วยดังกล่าวอย่างมืออาชีพ

จากนั้น คณะได้เดินทางไปที่ รพ.สต.เชียงพิณ เพื่อรับฟังความคิดเห็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนทั้ง 5 แห่งได้แก่ รพ.หนองวัวซอ, รพ.สต หนองแซง อ.หนองวัวซอ, รพ.สต.เชียงพิณ ,รพ.ห้วยเกิ้ง และ รพ.บ้านดุง โดยมีการชี้แจง การจัด เตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และควบคุมการใช้สำหรับผู้ขออนุญาตปลูก ต้องไปไปตามแนวทางของรัฐบาล

นพ.สำเริงฯ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ยังไม่มีการปลูกกัญชาเพื่อทางการแพทย์ จะมีที่ จ.สกลนคร หากจะปลูกเป็นสายพันธุ์หางกระรอก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไทย ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนจึงจะนำใบหรือดอกมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาได้ อย่างไรก็ตามพื้นที่ปลูกต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ป้องกันการนำไปใช้ผิดวิธี เพราะการปลูกกัญชาต้องการเพื่อการแพทย์เท่านั้น



ที่มา – โฮมเคเบิ้ลทีวีอุดรธานี

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุดรธานี กดอ่านที่นี่