ประชารัฐรักสามัคคีกรุงเก่าทัวร์กระแชงใต้

พระนครศรีอยุธยา-ประชารัฐรักสามัคคีหนุนบ้านกระแชงใต้บางไทร พาทัวร์ นั่งอีแต๋น ชิวลม ชมทุ่ง หวังดันโอทอปนวัตวิถีชุมชน

ตำบลกระแชง อยู่ใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีอายุไม่น้อยกว่า 350 ปี มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าสมัยก่อนได้มีพวกมอญ และพวกพ่อค้าต่างๆ ได้เดินทางมาค้าขายโดยใช้เรือกระแชง ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ ล่องมาตามแม่น้ำน้อย เมื่อมาถึงบริเวณที่ตั้งของตำบลกระแชงก็แวะพักทุกครั้งจึงได้เห็นว่าที่นี่ มีภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์จึงได้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน โดยทางราชการได้จัดขึ้นเป็นชื่อตำบลกระแชง ในปี พ.ศ.2457 โดยตั้งชื่อตามเรือกระแชง แรกตั้งเดิมมี 8 หมู่บ้าน ต่อมาได้ตั้งใหม่ ยุบและแยกย้ายไป บางหมู่บ้านไปรวมกับตำบลอื่น จนปัจจุบันเหลือเพียง 5 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งหมด 8,205 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรกว่า 5 พันไร่

สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไหลผ่าน คือ แม่น้ำน้อย ซึ่งไหลผ่านทางทิศตะวันตำระหว่างตำบลกระแชงกับตำบลแคตก มีคลองชลประทานบางบาล สามารถปล่อยน้ำให้เกษตรกรประกอบอาชีพทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สภาพดินเป็นกรดเล็กน้อย แต่สามารถเพาะปลูกพืชได้ โดยเฉพาะการทำนาข้าวและปลูกไม้ผลชนิดต่างๆ ได้ผลดี

           บ้านกระแชงใต้ เป็นหมู่บ้านหมู่ที่ 3 อยู่ใน ต.กระแชง ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมทำนา แต่ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ พัฒนาชุมชนบางไทร ได้พยายามส่งเสริมผลิตภัณท์โอทอปนวัตวิถี ได้แก่สินค้าภูมิปัญญา และสินค้าพื้นบ้าน

นายมิตรชัย ศรีผ่าน พัฒนาการอำเภอบางไทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้โอทอป พัฒนาชุมชนเน้นให้ประชาชนมาซื้อสิ้นค้าถึงชุมชน คือมีโครงการโอทอปท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถี เมื่อก่อนต้องยกขบวนกันไปขายตามห้าง ตามงานอีเว้นต่างๆที่จัดขึ้น แต่เดี๋ยวนี้พัฒนาชุมชนพยายามที่จะหาหนทางให้ประชาชนจากภายนอก เดินทางเข้ามายังตำบล สร้างเศรษฐกิจชุมชน โดยเอาจุดเด่นของชุมชน ซึ่งการมีแม่น้ำทำให้มีการใช้ความโดดเด่นจากการพื้นที่ริมแม่น้ำ เป็นจุดขายดึงนักท่องเที่ยวมา เช่นมารับประทานกุ้งแม่น้ำเผา ซึ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องผลิตภัณท์โอทอป ก็จะเป็นการส่งเสริมรายได้ตามนโยบายรัฐบาลเพิ่มมูลค่าผลิจภัณท์โอทอป จากสิ่งที่มีในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นบ้าน ขณะนี้ได้ติดต่อภาคเอกชน หรือภาคีเอกชน โดยไปขอความร่วมมือจากบริษัทประชารัฐรักสามัคคี จ.พระนครศรีอยุธยา ในการประสานนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม โดยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และเป้าหมายของนักท่องเที่ยว

dav

นางวิไลวรรณ ทิพย์บุญ กำนัน ต.กระแชง เปิดเผยว่า เดิมประชาชนมีอาชีพทำนาอย่างเดียว แต่ต่อมาพัฒนาชุมชนแนะนำในเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งได้มีการหารือกัน และเห็นว่ามีความพร้อม ในเรื่องการจักสาน การทำอาหาร คิดว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม ซึ่งทุกคนเริ่มมีความหวัง และตั้งใจที่จะเปิดหมู่บ้านให้เป็นแห่งท่องเที่ยวชุมชน   
นางสาวปภาวี ด่านชัยวิโรจน์ ตัวแทนบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพระนครศรีอยุธยา ได้นำนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกเข้าไปทดลองท่องเที่ยวที่บ้านกระแชงใต้ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา มาทางทิศตะวันตกประมาณ 30 นาที โดยทางชุมชนบ้านกระแชงใต้ได้จัดกิจกรรมเอาไว้หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ไหว้พระหลวงพ่อพระนอน ที่วัดกระแชง ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์คือมีสองโบสถ์ แล้วไปชมการทำขนมตาลสด ไปชมการจักสานกุ้ง ไปชมการทำน้ำปลาแท้ ศูนย์ส่งเสริมจำหน่ายผลิตภัณท์โอทอปและสินค้าท้องถิ่น รวมไปถึงทดลองดำนาข้าว และชมวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ที่ได้บรรยากาศมากที่สุดคือ การรับประทานข้าวจากปิ่นโต ที่มีน้ำพริกปลาทู ผักต้มเป็นตัวชูโรง โดยนั่งรับประทานกันริมท้องนา อากาศเย็นสบาย

ตัวแทนบริษัทประชารัฐรักสามัคคีกล่าวว่า ได้รับโครงการจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการคัดเลือกมา 9 กลุ่มในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งบ้านกระแชงใต้เป็นหนึ่งในนั้น โดยได้มีการสำรวจและพบว่าที่นี่มีความพร้อมในการจะเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวได้ ซึ่งพบว่ามีกิจกรรมที่น่าสนใจเชิงนวัตวิถี หรือท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือเชิงอนุรักษ์ ซึ่งจากการทดลองนำนักท่องเที่ยวมาชม จะต้องกลับไปวางแนวทางในการประชาสัมพันธ์เรื่องเส้นทางการเดินทาง ที่อาจจะสับสนได้ เนื่องจากอยู่ในทุ่ง ทั้งที่การเดินทางสะดวก ซึ่งเมื่อมาสักการะพระแล้ว จึงนั่งรถเข้ามาเที่ยวชุมชนได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับพัฒนาชุมชนในการวางแผนเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมา เที่ยวชมต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่