ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ลั่น!มั่วเมื่อไหร่ให้หยุดยาว  พอใจจัดระเบียบรถรางเขาค้อคืบระเบียบสหกรณ์รถราง เผยรายได้รถราง 38 คันวันละ 1.1 ล้านบาท

เพชรบูรณ์-ผู้ว่าฯลั่น!มั่วเมื่อไหร่ให้หยุดยาว  พอใจจัดระเบียบรถรางเขาค้อคืบ ไล่บี้แผนบริหารจัดการ-คิวรถ เผยรายได้รถราง 38 คันช่วงไฮต์ซีซันวันละ 1.1 ล้านบาทเศษ

วันที่ 22 สิงหาคม ในการประชุมวาระยามเช้า (Morning Brief) นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประธานการประชุมฯ นายนำโชค ศิลกุล ตผู้แทนสหกรณ์จังหวัดฯกล่าวรายงานถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบกลุ่มเดินรถรางที่เขาค้อว่า ขณะนี้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์รถรางทุ่งกังหันลมเขาค้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีสมาชิกเริ่มต้น 89 คนและกำหนดมูลค่าหุ้นละ 10 บาท สมาชิกเข้าใหม่จำนวน 100 หุ้น มีผู้ประสงค์จองหุ้นไว้ทั้งหมด 31,700 หุ้นเป็นเงิน 370,000 บาท และกำหนดพื้นที่ดำเนินงานไว้ 2 ตำบลได้แก่ ตำบลเขาค้อ, ตำบลทุ่งสมอ มีคณะกรรมการดำเนินการ 15 คน หลังจากนี้จะเป็นการรับสมาชิกเพิ่มเติม และกำหนดวันที่ 19 กันยายนนี้เป็นวันประชุมใหญ่ครั้งแรก เพื่อเลือกคณะกรรมการ 15 คน และผู้ตรวจสอบบัญชีพร้อมทั้งเสนอแผนการดำเนินงานของสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์ฯจะมีธุรกิจหลัก 3 เรื่องได้แก่ รถราง, สถานที่จอดรถและร้านค้า

นายนำโชคกล่าว่า สำหรับธุรกิจรถรางเดิมมีจำนวนรถ 38 คัน ค่าตั๋ว 60 บาท แบ่งให้เจ้าของรถหรือเจ้าของที่เช่ารถมาวิ่ง 40 บาท อีก 20 บาทให้ทางวิสาหกิจ จากข้อมูลของทางมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์พบว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รถราง 1 คันทำรายได้วันละ 30,000 บาท รถรางมีทั้งหมด 38 คันจึงทำรายได้ราววันละ 1.1 ล้านบาทเศษถือว่ารายได้ค่อนข้างสูงมาก ส่วนวันธรรมดารายได้เฉลี่ยคันละ 15,000 บาท โดยการดำเนินการสหกรณ์จะให้รถรางทั้ง 38 คันกลับเข้ามาวิ่งเหมือนเดิม และให้ใช้ชื่อสหกรณ์ฯเข้าไปบริหารจัดการทั้ง การดูแลเรื่องคิวรถ การจำหน่ายตั๋ว ฯลฯ

“เบื้องต้นมีการพูดคุยกับทางคณะทำงานจัดตั้งสกกรณ์ฯว่า จะจัดสรรเป็นรายได้ให้สหกรณ์ฯ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงประมาณการณ์รายได้ปีละราว 8 ล้านบาทเศษ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้ ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าจัดจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ต่างๆ ส่วนพื้นที่จอดรถส่วนใหญ่เป็นของเอกชน แต่สำหรับพื้นที่สหกรณ์ดูแลอยู่จะเป็นพื้นที่บริเวณป่าต้นสน อัตราค่าจอดรถคันละ 20 บาทอาจจะแบ่งให้เป็นรายได้สหกรณ์คันละ 2 บาท ส่วนร้านค้ามีจำนวนราว 30 แห่งเก็บค่าเช่าปีละ 3,000 บาท เบื้องต้นในการทำแผนบริหารธุรกิจคงจะประมาณนี้ แต่รายละเอียดจริงๆคงจะมีการพูดคุยกับคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯอีกครั้ง”

นายอำนาจ พูนยอด ปลัดอำเภอเขาค้อ รักษาการนายอำเภอเขาค้อ กล่าวเสริมว่า หลังจากมีการจัดตั้งสหกรณ์ฯเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประสานขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และกำหนดเส้นทางเดินรถรางรวมทั้งการกำหนดราคาค่าโดยสาร ส่วนพื้นที่บริเวณนี้ตรวจสอบแล้วอยู่ในเขตป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในการขอใช้พื้นที่นั้นจะต้องผ่านมติของสภาอบต. 2 ตำบลทั้ง สภาอบต.เขาค้อและสภาอบต.ทุ่งสมอก่อน

ทั้งนี้นายสืบศักดิ์แสเงความพอใจที่การจัดระเบียบรถรางเขาค้อมีความรุดหน้า และยังซักถามถึงการร่างเบียบสหกรณ์ฯ แต่อย่างไรก็ตามได้กำชับเรื่องสาเหตุและจุดมุ่งหมาย รวมทั้งความจำเป็นเรื่องการยุบกลุ่มเดินรถรางทั้ง 9 กลุ่ม และให้ร่วมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์รถรางฯแค่เพียงแห่งเดียว พร้อมให้เน้นความสุจริตโปร่งใส มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะย้ำด้วยว่าก่อนจะเริ่มจะดำเนินการจะต้องมีการวางแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่จู่ๆก็จะเริ่มกัรทันที ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาแก่งแย่งผลประโยชน์กระทั่งเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก

จากนั้นนายสืบศักดิ์ให้คณะกรรมการเข้ามารายงานในการประชุมครั้งหน้าถึงระเบียบจะร่างอย่างไร และรถราง 38 คันจะจัดคิวเดินรถกันแบบไหน และต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมพร้อมกำชับด้วยว่า “คราวนี้หากยังมั่วเหมือนเดิมผมจะให้หยุดยาวและไม่ให้ทำอะไรแม้แต่นิดเดียว ฉะนั้นสหกรณ์ฯจะต้องทำหรือบริหารงานด้วยความยุติธรรมโปร่งใส มีความสงบเรียบร้อย มีกฎกติการชัดเจน ข้อมูลต้องเปิดเผยไม่มีการปกปิดหรือทำงุบงิบ หากรถคันไหนฝ่าฝืนหรือไม่ทำตามกฎระเบียบให้มีโทษหรือให้ไล่ออกจากสหกรณ์ฯ หากยังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องเปิดให้เดินรถ และหากเป็นไปตามแผนงานจะทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแบบยั่งยืน รายได้จะตกอยู่กับชุมชนและชาวบ้าน”

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่