ทูตลาวลงพื้นที่สระแก้ว ตำรวจระบุสอบคดีรถตู้มรณะ 11 ศพไปแล้ว 5 ปาก พรบ.จ่ายเบื้องต้นศพละ 3 แสนบาท

สระแก้ว – ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ระบุตั้งคณะทำงานสอบสวนเหตุรถตู้ชนประสานงาคดีรถตู้มรณะ 11 ศพ สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก ด้านเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ติดตามความคืบหน้าคดีและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุ เบื้องต้น พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ปี พ.ศ.2535 จ่ายศพละ 300,000 บาท ไม่รวมเงินทดแทนค่าเสียหายประกันภัยภาคสมัครใจ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฎฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แพทย์หญิงอรรัตน์ จันทร์เพ็ญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว นายแพทย์สมคิด ยึนประโคน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ให้การต้อนรับ การเดินทางมาของ นายอุคำ แสงแก้วมีไซ อัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ภายหลังแรงงานชาวลาวประสบอุบัติเหตุหมู่ รถตู้โดยสารไม่ประจำทางแบบเช่าเหมา ชนประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่บริเวณก่อนถึงที่ว่าการอำเภอวังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เมื่อเช้ามืดวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวลาวที่โดยสารมากับรถตู้จำนวน 13 คน เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 10 ราย พร้อมคนขับ 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 11 ราย และคนลาวบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย หนึ่งในนั้นอาการเข้าขั้นวิกฤต นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ในปัจจุบัน ซึ่งเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยและคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลพร้อมทั้งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แขวงการทางจังหวัดสระแก้ว, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และขนส่งจังหวัด พร้อมทั้งแถลงข่าวความคืบหน้าทางคดีอุบัติเหตุและแนวทางการดูแลช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุดังกล่าว

 

นายอุคำ แสงแก้วมีไซ อัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไม่คาดฝันว่าจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงกับพี่น้องชาวลาว ขอแสดงความเสียใจทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พี่น้องชาวลาวรับทราบข่าวสารก็เสียใจทุกคน เป็นเรื่องที่ไม่พึงปรารถนา ทางสถานทูตลาวและญาติพี่น้องผู้ประสบอุบัติเหตุ ได้รับรู้ข่าวสารจากประเทศไทยแล้ว พอใจและชื่นชมในการทำงานของ จนท.ทุกฝ่ายของประเทศไทย ที่เอาใจใส่ดูแล ขอดำเนินการตามกฎหมายบ้านเมือง ได้ปรึกษากันแล้วให้สืบสวนสอบสวนไปตามความจริงเป็นธรรม เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ โดยวันนี้มีญาติผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แจ้งประสงค์มาทางสถานทูตจะขอทำการฌาปนกิจศพในประเทศไทย เนื่องจากมีอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายศพ ส่วนศพรายอื่น ๆ ญาติได้ทยอยเดินทางมาขอรับศพที่ รพ.ตำรวจ ไปบางส่วนแล้ว สำหรับแรงงานทั้งหมดได้ตรวจสอบเมื่อเช้านี้แล้ว พบว่า พึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยไม่กี่วันและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอใช้แรงงานในประเทศไทย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ขอให้คนขับหรือผู้ประกอบการโดยสารของไทยให้ทำตามระเบียบกฎหมายจราจร คนขับอย่ารีบร้อนมากขอให้พักผ่อนมาก เมาต้องไม่ขับ ง่วงก็ต้องพัก ชีวิตนั้นก็มีค่ามาก

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรถยนต์ที่ประสบเหตุ ทราบชื่อคนขับรถยนต์ตู้โดยสาร คือนายสรรเสริญ สระทองขันธ์ อายุ 22 ปี ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อทราบชื่อนายสุบิน เพ็งหมู อายุ 55 ปี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้มีคำสั่งที่ 276/2562 ลง 18 สิงหาคม 2562 จัดตั้งคณะทำงานจำนวน 2 คณะ เพื่อสอบสวนและหาสาเหตุการเกิดเหตุอุบัติเหตุดังกล่าว แนวทางการประสานให้ความช่วยเหลือกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยประกอบด้วย คณะทำงานสอบสวน มี พ.ต.อ.จารุวิทย์ วงศ์ชัยกิตติพร รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และคณะทำงานด้านการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ มี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ทั้งนี้ ตำรวจได้ประสานงานกับ บริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์คันคู่กรณี ทั้ง 2 คัน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย(คปภ) จังหวัดสระแก้ว และสำนักงานยุติธรรมจังหวัด และ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ในการช่วยเหลือเยี่ยวยา ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตามสิทธิ ที่จะได้รับจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ปี พ.ศ.2535 และ จากการประกันภัยภาคสมัครใจของรถคันคู่กรณี และยังมีเงินทดแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ฯ ในคดีอาญา พ.ศ.2544 อีกส่วนหนึ่ง และได้ประสานแจ้งญาติผู้เสียหาย และเจ้าของบริษัทมาทำการสอบสวนปากคำ ตรวจสภาพรถคู่กรณี และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทยให้ทราบเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.สุรจิต แจ้งความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วทั้งสิ้น 5 ปาก ประกอบด้วย นายสุบิน เพ็งหมู ผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกพ่วงคันคู่กรณี ในฐานะพยาน ,นายบันลือ รัชนีกรรัศมี เจ้าของรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุฯ ในฐานะพยาน ,นายทัน แก้วกุวงศ์ สัญชาติลาว โดยสารมาในรถยนต์ตู้ ในฐานะพยาน ,นางแก้วนคร สัญชาติลาว โดยสารมาในรถตู้ ญาตินางปทุมพร ผู้เสียชีวิต ในฐานะพยาน และ นางชลธิชา สีม่วง มารดานายสรรเสริญ สระทองขันธ์ ผู้ขับขี่รถยนต์ตู้โดยสารเสียชิวิตในที่เกิดเหตุ ในฐานะพยาน พร้อมทั้งแจ้งพิสูจน์หลักฐาน จว.สระแก้ว ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุฯ และตรวจพิสูจน์ร่องรอยการเฉี่ยวชนทางวิทยาศาสตร์ ของรถคันคู่กรณี เพื่อประกอบการสอบสวนดำเนินคดี

ขณะนี้ ได้ส่งศพผู้เสียชีวิตสัญชาติลาวทั้ง 10 ราย ไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคคล ยังสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และเร่งรัดผลการตรวจพิสูจน์ ซึ่งส่วนหนึ่งมีการยืนยันตัวบุคคลจากญาติของผู้เสียชีวิตแล้วบางส่วน ที่เหลือก็ยังดำเนินการติดต่อญาติเพื่อมายืนยันตัวบุคคลกันอยู่ รวมทั้งประสาน บริษัทผู้รับประกันภัยของรถคันคู่กรณี ทั้ง 2 คัน เพื่อเข้ามารับผิดชอบดูแลค่าเสียหายเบื้องต้น ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ และประกันภัยภาคสมัครใจ รถยนต์ตู้ พ.ร.บ.เป็น บริษัทวิริยะประกันภัยฯ ภาคสมัครใจ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย ฯ ส่วนรถยนต์บรรทุก ทั้งในส่วนของภาคบังคับและภาคสมัครใจ เป็น บริษัทวิริยะประกันภัย ทั้งตัวรถและพ่วงฯ ซึ่งในส่วนของการสอบสวน นั้น ก็จะให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนั้น ในส่วนของการช่วยเหลือบรรเทาเยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น ผู้เสียชีวิต ที่โดยสารมาในรถยนต์ตู้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด มีสิทธิได้รับค่าทดแทนความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประมาณ 300,000 บาท ไม่รวมค่าทดแทนความเสียหาย ตามสัญญาประกันภัย ภาคสมัครใจของรถทั้ง 2 คัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ครองผู้ประสบภัยจากรถ ดูแลค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น รายละ 80,000 บาท จ่ายจริงไม่เกินใบเสร็จ ถ้าค่ารักษาพยาบาลเกินจากจำนวนนี้ บริษัทที่รับประกันภัย ภาคสมัครใจ ของรถคันคู่กรณี รับผิดชอบตามสัญญาประกันภัย

สำหรับมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แขวงการทางจังหวัดสระแก้ว ,สำนักงานขนส่งจังหวัดนสระแก้ว ,อำเภอวังสมบูรณ์ ,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ,และบริษัทผู้รับเหมาสร้างเส้นทาง มาประชุมกำหนดมาตรการป้องกันร่วมกันฯ โดยนำข้อมูลของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มากำหนดมาตรการร่วมกัน เช่น กำหนดให้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ร่วมกันทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และขนส่ง ก่อนถึงจุดพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดเหตุฯซ้ำ ฯ ,จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทาง ก่อนถึงจุดเสี่ยงการเบี่ยงเส้นทาง ในกรณีที่มีการก่อสร้างเส้นทางฯ ล่วงหน้า ที่สามารถมองได้เห็นเด่นชันทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอดเส้นทางสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบการขนส่ง ทั้งขนส่ง ทั้งในส่วนของ พืชผลทางการเกษตร และขนส่งโดยสาร ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่ใช้เส้นทาง สาย 317 เป็นประจำมาประชุมและประชาสัมพันธ์จุดเสี่ยง ทางเบี่ยง กรณีมีการก่อสร้างเส้นทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง เช่น เผยแพร่ในเว็ปไซด์ หรือกลุ่ม Line ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการ 10 ข้อหาหลัก เน้นถนนที่มีความเสี่ยงกับการเกิดเหตุ ฯ เช่น เส้น 317 เน้นขับรถในขณะเมาสุรา ,ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ,ไม่คาดเข็มนิรภัยฯ เป็นต้น ,เพิ่มจำนวนจุดตรวจจุดสกัด และจำนวนเวลาในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ก่อนถึงจุดเสี่ยง เน้น ถนนเส้น 317 นำร่องไปก่อน โดยร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง ,ขนส่ง เป็นต้น

—————————–

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่