กระหึ่มเฟสด่ากระจาย สุดงงผู้รับเหมาขุดเจาะวัดไชยฯกรุงเก่า

พระนครศรีอยุธยา-เหมือนมีข้าศึกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาอีกรอบ เมื่อผู้คนต่างรุมด่าผู้รับเหมาที่เข้าไปขุดเจาะวัดไชยวัฒนารามโบราณสถานสำคัญเมืองกรุงเก่าเพื่อวางระบบสายเคเบิลใต้ดิน แชร์คลิปต่างชาติยังโวย

ค่ำวันที่ 19 ส.ค.มีการแชร์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไนนอนนั่น กระจายไปยังโลกโซเชียลมีประชาชนที่เห็นภาพการขุดเจาะโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นจุดสำคัญของมรดกโลกและเป็นแลนด์มาร์คอันดับต้นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยข้อความ” #กรมศิลป์ฯไปไหน!!! เกิดอะไรขึ้นครับกับวิธีการฝังและเดินสายเคเบิล #วัดไชยวัฒนาราม พวกออเจ้ารู้หรือไม่ว่า 👉ทำไม ถึงเลือกที่จะทุบ-ทำลายกำแพงวัด 👉ทำไมช่างรับเหมาถึงไม่เลือกที่จะสกัดอิฐออกทีละก้อน หรือ
👉ทำไมไม่เจาะอุโมงค์ลอดใต้กำแพง คนคุมงานกรมศิลปากรหายไปไหน ไกด์ตอบลูกค้าไม่ได้ เห็นทีแรกก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น #นี่หรือคือวิธีการทำงานของประเทศไทย ทำไมไม่เคารพโบราณสถานบ้าง ทำลายโบราณสถาน ตอบลูกค้าไม่ได้จริงๆ งง….ใครตอบคำถามนี้ทีครับ

ทำให้ประชาชนและผู้ที่พบเห็นข้อความดังกล่าวต่างแสดงความไม่พอใจถึงการดำเนินการครั้งนี้ แสดงความเห็นต่างๆนานา โดยส่วนใหญ่มองว่าน่าจะมีวิธีการอื่นในการที่จะทุบทำลาย หรือรื้อ ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่เข้ามาชี้แจง ระบุว่า จากกรณีดราม่าร้อนๆ ขอชี้แจงว่า ในภาพที่ท่านเห็นคืองานวางระบบไฟส่องสว่างใหม่ ก่อนการดำเนินงานมีการวางแผนแนวสายไฟให้กระทบโบราณสถานให้น้อยที่สุด ในภาพ จำเป็นต้องวางแนวสายไฟเข้าด้านในโบราณสถาน จึงตัดสินใจรื้อแนวกำแพงที่พึ่งก่อบูรณะอายุไม่เกิน 30 ปี โดยไม่กระทบหลักฐานเดิม และเสร็จแล้วจะเร่งบูรณะฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด โดยหน้างานมีเจ้าหน้าที่และนักโบราณคดีดูแลตลอด สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้
ขอบพระคุณฮะ ป.ล. ส่วนตัว เดี๋ยวนี้ผู้คนในโลกเสมือนจริงโซลเชี่ยว ใช้อารมณ์นำก่อนที่จะหาข้อเท็จจริงกันมากมาย…
ที่มา : เฟสบุ๊ค คุณวีระศักดิ์ แสนสะอาด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา หรือสำนักโบราณคดีที่ 3 พระนครศรอยุธยา กรมศิลปากร ก็ยังไม่ได้มาชี้แจงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ กรมศิลปากร มีปัญหาการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างมาก หลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่เรื่องการตัดหัวเสาตะลุง โดยอ้างหลักฐานเพียงภาพถ่ายต่างชาติ ปัจจุบันประชาชนยังเรียกร้องทวงคืน แต่ยังไม่จบเรื่องก็เปิดประเด็นด้วยการไล่วังช้างอยุธยาสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่เข้ามาอยู่ด้วยความเห็นของกรมศิลปากรและกรมธนารักษ์ และหน่วยงานหลายส่วนเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว แต่พอมีเรื่องหัวเสาตะลุงก็กลายเป็นประเด็นใหม่ ไม่กี่สับดาห์ตามมาด้วยการเตรียมขุดเจาะพื้นลานจอดรถที่หลังวิหารพระมงคลบิตร จนประชาชนต้องประท้วง อธิบดีต้องลงมาหย่าสึกด้วยการยอมไม่เจาะพื้น นอกจากนั้นยังมีการชุมนุมเรียกร้องของร้านค้าหลังศาลากลางเก่าที่ขายของไม่ได้ ความขัดแย้งกับมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ให้รื้ออาคารศิลปศาสตร์เพราะอ้างว่าทับคลองโบราณสะพานเทพหมี นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนเรื่องการปรับปรุงบึงพระรามที่ต้องมีการขุดดินไปตากนับแสนคิวแต่ไม่ทำตามแบบ สะพานบิรเวณคุ้มขุนแผนไปหลังวิหารที่ใช้การไม่ได้มานาน ไม่รวมกระแสข่าวการฟื้นแนวคลองแนวถนนที่อ้างว่ามีบ้านเรือนประชาชน โรงเรียนไปทับอยู่ มาจนล่าสุดการขุดบริเวณใกล้กับคุ้มขุนแผน เพื่อปลูกต้นไม้จำนวนมาก การขุดเจอแนวกำแพงด้านริมแม่น้ำใกล้กับเจดีย์สุริโยทัว ในจุดที่จะต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำ นับเป็นเรื่องราวที่กรมศิลปากรต้องทบทวน ซึ่งกำลังจะนำไปสู่การเรียกร้องการแก้กฎหมายที่ตัดสินใจโดยอธิบดีคนเดียว ให้ประชาชนและท้องถิ่นได้มีบทบาทตัดสินใจ ต้องติดตามว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เลือกเขาไปจะผลักดันการแก้กฎหมายนี้ได้หรือไม่ คอยดูกันต่อไป 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่