ชาวเขาดินเดือด จัดเวทีคู่ขนานฝ่ายการเมือง หลังถูกเมินให้ร่วมแสดงความเห็น

ชาวเขาดินเดือด จัดเวทีคู่ขนานฝ่ายการเมือง ที่ขนกองทัพสื่อมวลชนจากกรุงเทพฯ ลงพื้นที่เสวนาป่วนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ หลังถูกเมินเชิญให้เข้าร่วมแสดงความเห็นสะท้อนข้อเท็จจริงในความต้องการของคนพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมท้าดีเบตโต้ความจริง อัดควรถามใครในการลงมารับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนสอนเชิง ส.ส.หน้าใหม่ ร่วมขบวนการค้านการพัฒนาพื้นที่ ระบุอ่อนประสบการณ์

วันที่ 18 ส.ค.62 เวลา 11.30 น. ที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้าน (ที่ทำการกองทุนแม่ของแผ่นดิน) หมู่ 5 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน ได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาถึงข้อเท็จจริงและทิศทางความต้องการของชาวบ้านในชุมชน ในพื้นที่ ต.เขาดิน ต่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่ตามนโยบายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้ประกอบการตลอดจนคนในตำบลข้างเคียงเดินทางเข้ามาร่วมรับฟัง

หลังจากในวันนี้ ได้มีกลุ่มนักการเมืองที่เรียกตนเองกว่ากลุ่มสภาที่ 3 ได้พากันเดินทางเข้ามาจัดเสวนาในพื้นที่ ต.เขาดิน ภายในบ้านพักของนายหน้าผู้เช่าช่วงที่ดินรายหนึ่ง บริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ สาย 7 ใกล้กับจุดพักรถเขาดิน โดยที่ไม่ได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านตำบลเขาดินที่แท้จริงให้ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีดังกล่าวแต่อย่างใด โดยมีเพียงกลุ่มผู้เช่าพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 3-4 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้คัดค้านโครงการเท่านั้น ที่ได้มีโอกาสเข้าไปร่วม

สำหรับบรรยากาศในการเสวนาเวทีของชาวบ้าน ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ ต.เกาะลอย อ.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน ได้เดินทางเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีนี้ด้วย พร้อมแฉถึงพฤติกรรมเบื้องหลังของนักเคลื่อนไหวรายหนึ่ง ที่เข้ามาชักจูงชาวบ้านบางคนให้หลงผิดออกไปร่วมในการเคลื่อนไหวต่อต้านการพัฒนาพื้นที่พิเศษ และยังมีการยืนยันกันอย่างหนักแน่นในที่ประชุม เพื่อแสดงถึงเจตจำนงของชาวบ้านในพื้นที่ที่แท้จริงว่าต้องการความเจริญจากการพัฒนาตามโครงการอีอีซี โดยหวังว่าบุตรหลานที่ตกงานอยู่ในขณะนี้จะมีงานทำใกล้บ้านโดยมองผลประโยชน์ของชุมชนไว้เป็นหลักสำคัญ

โดยนายโชคป์ทวีท์ อ้นถาวร กำนันตำบลเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า “ในเวทีเสวนาที่กลุ่มนักการเมืองพากันเข้ามาจัดในพื้นที่ตำบลเขาดินวันนี้ กลับไม่ได้เชิญเอาคนเขาดินที่แท้จริงเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง แต่กลับไปเชิญใครมากันก็ไม่รู้ ที่คนพื้นที่เองนั้นไม่มีใครเคยรู้จัก แล้วพวกคุณจะเอาข้อเท็จจริงนั้นมาจากไหน แล้วพวกคุณจะไปสื่อถึงอะไร ทำไมไม่เชิญคนเขาดินไปดีเบตด้วย”

จึงเป็นเวทีเสวนาที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะตั้งใจจะมารับฟังแต่ข้อมูลที่มีเจตนาในเชิงลบ โดยไปเอาคนที่อื่นมาเล่าถึงเรื่องราวของคนเขาดินให้ฟัง จึงเป็นการตั้งใจเข้ามาฟังในมุมที่มันติดลบเสียมากกว่า แล้วไปอ้างว่าคนเขาดินมีความรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ จึงเป็นการเสียเวลาที่มาผิดเวที โดยประสบการณ์ของนักการเมืองหน้าใหม่เหล่านี้ยังน้อยไป จึงอย่าเข้ามาสร้างปัญหา อย่ามาปิดกั้นทำลายโอกาสในการพัฒนา โอกาสในการประกอบอาชีพใหม่ ประกอบกิจการใหม่ ความเดือดร้อนเดิมของคนเขาดินนั้นก็มีอยู่มากพอแล้ว

ตามความรู้สึกของตนนั้น ที่เห็นว่ามีนักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย จึงทำให้มองได้ว่าการเข้ามาเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีการเมืองแอบแฝงอยู่ โดยนักการเมืองกลุ่มนี้ มีเจตนาที่จะเข้ามารับข้อมูลในเชิงลบแล้วนำไปเผยแพร่ออกข่าวทำลาย เพื่อทำให้ตำบลเขาดินเสียหาย โครงการพัฒนาพื้นที่เสียหาย นายโชคป์ทวีท์ กล่าว

โดย นางวิมล อ่อนสำลี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.5 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตนเองเป็นคนเขาดินโดยกำเนิด จึงอยากให้ลูกหลานมีงานทำในพื้นที่ใกล้บ้าน เพราะกำลังตกงานกันอยู่ในขณะนี้ ส่วนการที่มีกลุ่มการเมือง สภาที่ 3 เข้ามาเคลื่อนไหวขัดขวางการพัฒนาในพื้นที่นั้น ตนไม่รู้เรื่องเพราะไม่รู้จักเลย และเขาก็ไม่ได้มาเชิญให้ไปเข้าร่วมด้วย ซึ่งคนเขาดินจริงๆ ไม่มีใครรู้เลย นางวิมล กล่าว

ขณะที่ นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.3 ต.เกาะลอย อ.พานทอง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นคน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดกันกับ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมรับฟังข้อเท็จจริงจากเวทีการเสวนาของกลุ่มนักการเมือง สภาที่ 3 และต้องการที่จะเข้าไปร่วมให้ข้อเสนอแนะแสดงความคิดเห็น แต่ปรากฏว่าไม่ได้ถูกให้เข้าไปร่วม

จึงได้มาพบกับเวทีการเสวนาของอีกกลุ่มหนึ่งในพื้นที่เดียวกัน โดยกำนัน ต.เขาดิน และพี่น้องชาวตำบลเขาดิน ที่กำลังจัดเวทีเสวนาอีกเวที จึงได้เข้ามาร่วมการเสวนาและรับฟังข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจากคนในพื้นที่เขาดินจริงๆ อีกด้านหนึ่ง ในการที่มีคนจากภายนอกพื้นที่เข้ามาเคลื่อนไหวต่อต้านการพัฒนาพื้นที่ และอ้างตัวว่าเป็นคนเขาดิน แต่เท่าที่ดูแล้วไม่พบว่ามีคนเขาดินจริงๆ เข้าไปร่วมในการเสวนาในเวทีนั้นเลย

แต่กลับพบว่า ที่เวทีคู่ขนานแห่งนี้กลับมีแต่ชาวบ้านเขาดินแท้ๆ เข้ามาร่วมในการเสวนาอยู่เต็มไปหมด และที่ผ่านมาแกนนำนอกพื้นที่รายนี้ยังได้เคยเข้าไปแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของชาว อ.พานทอง ในการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆ จนทำให้คนในพื้นที่ จริงๆ นั้นเสียหาย ขณะเดียวกันในเวทีเสวนาวันนี้ ที่เขาไปพาคณะ ส.ส.จากพรรคการเมืองหน้าใหม่พรรคหนึ่งเข้ามา ก็ยังไปเอาคนเลี่ยมพระที่เพิ่งเข้ามาอาศัยอยู่ใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี มาเข้าร่วมเวทีอีกด้วย จึงเห็นได้ว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชน เขาไม่ได้ทำเพื่อชาวบ้าน แต่เขาทำเพื่อตัวเอง

ที่ผ่านมาในเวทีหลายๆ เวที แม้กระทั่งเวทีที่ อ.พานทอง เอง แกนนำคนนี้ยังได้มีการไปแอบอ้างชื่อว่าเป็นกลุ่มสภาลุ่มน้ำคลองหลวง เป็นกลุ่มอนุรักษ์หลากหลายชื่อ ทั้งที่เป็นการเคลื่อนไหวของคนเพียงคนเดียว แต่แอบอ้างไปทั่วในหลายชื่อกลุ่ม สำหรับตนเองนั้นมองว่า ในการเห็นต่างด้วยเหตุด้วยผลนั้นตนยอมรับได้ แต่การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมโดยแท้จริง แต่เป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนเองมากกว่า

ที่ผ่านมาตนเองยังไม่เคยเห็นเขาเข้ามาทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน หรือชุมชน ที่เขาเคยนำพาออกไปเคลื่อนไหวและแอบอ้างว่าเป็นคนในพื้นที่มาก่อน เพราะตนเองก็เคยถูกเขาหลอกให้เข้าไปร่วมในการเคลื่อนไหวมาแล้วในนาม “สภาลุ่มน้ำคลองหลวง” จึงอยากขอยืนยันว่า ขอให้แค่เขาพูดความจริงและยอมรับความจริงเท่านั้น อย่าเอาคำว่า สภาลุ่มน้ำฯ ไปหากินอีกต่อไปเลย เพราะคุณไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับลุ่มน้ำจริงๆ ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา คุณยังไม่เคยทำอะไรเลยจริงๆ นายวิเชษฐ์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม บลูเทคซิตี้ ใน ต.เขาดิน กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ยังสับสนหรือไม่เข้าใจในข้อเท็จจริงของโครงการพัฒนาในพื้นที่ ทางบริษัทพร้อมยินดีที่จะชี้แจงให้รับทราบในทุกเรื่อง โดยสามารถไปติดต่อยังที่สำนักงานชั่วคราวในพื้นที่ได้ตลอดเวลาทำการ หลังจากที่ผ่านมามีการให้ข่าวที่บิดเบือนโดยกลุ่มบุคคลบางกลุ่มมาโดยตลอด

โดยกล่าวหาว่า ทางโครงการฯ ไปรังแกชาวบ้าน ไปถมดินทับไล่ที่ชาวบ้านจำนวนมากถึง 75 ครัวเรือน ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น ทางเราได้เข้าไปรับฟังปัญหาจากชาวบ้านและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ทั้งการจัดสรรที่อยู่ให้ใหม่ และพร้อมยินดีที่จะรับฟังปัญหาในทุกๆ ด้าน จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่พึงพอใจต่อการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเกือบทั้งหมดแล้ว มีเพียงผู้เช่าพื้นที่บางรายเท่านั้น ที่ยังคงออกไปเคลื่อนไหวตามบุคคลภายนอกที่เข้ามาชักจูงเท่านั้น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่