รถตู้มรณะตัดระบบ GPS วิ่งตั้งแต่เมืองสระแก้วจนเกิดอุบัติเหตุตายหมู่ 11 ศพ

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ขนส่งตรวจพบหลักฐานชัด รถตู้มรณะตัดระบบ GPS วิ่งตั้งแต่เมืองสระแก้วจนเกิดอุบัติเหตุ ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 6 ครั้ง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ไม่พบการแสดงตัวผู้ขับ ผู้ว่าฯสระแก้วรุดเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหมู่ อาการเป็นตายเท่ากัน 1 ราย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 ส.ค.62 ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริเวณถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี พื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านวังใหม่ ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับที่ว่าการอำเภอวังสมบูรณ์ และมีผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งสิ้น 15 ราย เป็นรถตู้ผู้โดยสารในรถตู้ที่เป็นชาวลาวและคนขับ จำนวน 14 ราย รถบรรทุก 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเห็นจำนวนมากถึง 11 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย ถูกนำตัวส่งต่อรักษาที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว จำนวน 3 ราย ส่วนอีก 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลวังสมบูรณ์นั้น ล่าสุด มีการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดมาเก็บรักษาไว้ที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว มาตรวจสอบเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิต พร้อมซากรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดสระแก้ว ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสระแก้ว และบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยสาขาสระแก้ว ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุทันที โดย “นายสุริยา ชูเชิด” นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุรถตู้โดยสารที่ไม่ประจำทางครั้งนี้ พบว่า มีการติดตั้งระบบ GPS ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ตรวจสอบ GPS แล้วมีสัญญาณแสดงเป็นบางช่วง ซึ่งความเร็วที่ตรวจสอบครั้งสุดท้ายที่บริเวณสี่แยกสระขวัญ เข้าถนนสายสระแก้ว-จันทบุรี ความเร็วที่ 88 กม./ชม.แล้วสัญญาณจีพีเอสจะหายไปเป็น 0 กม./ชม.จนมาเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งแสดงว่า มีการตัดระบบจีพีเอสออกสำหรับวิ่งโดยใช้ความเร็ว

โดยศูนย์บริหารจัดการการเดินรถ กรมการขนส่งทางบก รายงานการตรวจสอบ GPS จากอุบัติเหตุ รถตู้เช่าเหมาคันดังกล่าว หมายเลขทะเบียน 34-0405 กรุงเทพมหานคร ที่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกไม่ประจำทางคันหมายเลขทะเบียน 70-1234 อุตรดิตถ์ บริเวณ ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 ซึ่งการตรวจสอบระบบ GPS รถคันหมายเลขทะเบียน 34-0405 กรุงเทพมหานคร ติดตั้ง GPS กับ บริษัท ไทยจีพีเอส แทรกเกอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด โดยมีเส้นทางการเดินรถเริ่มต้นทางจาก แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร มายังจุดเกิดเหตุ ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ณ เวลาเกิดเหตุที่ความเร็วเป็น 0 กม./ชม. คือ 04.08.35 น. โดยพบความเร็วก่อนเกิดเหตุ คือเมื่อเวลา 04.08.33 น. ใช้ความเร็ว 85 กม./ชม., เวลา 04.08.31 น. ความเร็ว 85 กม./ชม. ,เวลา 04.07.35 น. ความเร็ว 70 กม./ชม. นอกจากนั้น ไม่พบการแสดงตัวผู้ขับ โดยพบความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 6 ครั้ง ใน 3 จังหวัด

ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 ความเร็ว 92 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 02.50 น. – 02.54 น. ที่ จ.ปราจีนบุรี , ครั้งที่ 2 ความเร็ว 92 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 02.59 น. – 03.05 น. ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ,ครั้งที่ 3 ความเร็ว 92 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 03.15 น. – 03.18 น. ที่ จ.ปราจีนบุรี ,ครั้งที่ 4 ความเร็ว 93 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 03.41น. – 03.44 น. ที่ จ.สระแก้ว ,ครั้งที่ 5 ความเร็ว 106 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 03.51 น. – 03.55 น. ที่ จ.สระแก้ว และครั้งที่ 6 ความเร็ว 92 กม./ชม. เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 03.59 น. – 04.03 น. ที่ จ.สระแก้ว ภายหลังรถคันดังกล่าวออกเดินทางจากแขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร วันที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 23.11.52 น. และมีการเดินทางเข้าสู่จังหวัดต่าง ๆ อาทิ (1) เข้าสู่ จ.ฉะเชิงเทรา วันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 00.57.14 น. ,(2) เข้าสู่ จ.ปราจีนบุรี วันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 02.46.32 น. และ (3) เข้าสู่ จ.สระแก้ว วันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 03.18.45 น. และรถเดินทางถึงจุดที่ประสบอุบัติเหตุ ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว วันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 04.06.35 น.

ทางด้าน รถรถยนต์บรรทุกคู่กรณี หมายเลขทะเบียน 70-1234 อุตรดิตถ์ จากการตรวจสอบ GPS พบว่า เดินทางออกจากต้นทางที่ ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เวลา 04.08.35 น. ใช้ความเร็วก่อนเกิดเหตุ คือ เวลา 04.07.38 น. ความเร็ว 48 กม./ชม. , เวลา 04.06.39 น. ความเร็ว 44 กม./ชม. และเวลา 04.04.39 น. ช่วงเกิดอุบัติเหตุที่ ความเร็ว 37 กม./ชม.

ขณะที่ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.สมคิด ยืนประโคน รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพร.สระแก้ว ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสระแก้ว ขนส่งจังหวัดสระแก้ว บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยสาขาสระแก้ว ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากผู้ประสบอุบัติเหตุดังกล่าว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยหลังเดินทางไปเยี่ยม นายท้าวทัด ทองประเสิด สัญชาติลาว ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหมู่รถยนต์ตู้ชนกับรถบรรทุกพ่วง บริเวณเยื้องที่ว่าการอำเภอวังสมบูรณ์ ว่าในส่วนของจังหวัดสระแก้ว ตอนนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูสถานที่เกิดเหตุ และเคลียร์เส้นทางให้เร็ว เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ต่อมา ก็ต้องไปดูผู้ที่รอดชีวิต เพื่อให้การช่วยเหลือตามมนุษยธรรม ซึ่งตอนนี้เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว 3 ราย รายแรกไม่เป็นอะไรมาก อีก 2 ราย กำลังเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งมีอยู่ 1 รายที่อาการน่าเป็นห่วงเป็นตายเท่ากัน เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง ส่วนอีก 1 ราย เป็นคนขับรถพ่วงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวังสมบูรณ์

———————-

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่